ถ้ำหลวง: พิธีกรรมสะท้อนโลกทัศน์-ความเชื่อล้านนาที่มีนับพันปี

  • 18 กรกฎาคม 2018
ไหว้ Image copyright Panupong Changchai/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ญาติของ 13 หมูป่าอธิษฐานเพื่อให้พวกเขาปลอดภัย

การบวงสรวงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเพื่อขอขมาต่อถ้ำและขุนน้ำ จากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกมา สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนท้องถิ่นเกี่ยวกับผี หรือ สิ่งเหนือธรรมชาติในถ้ำหลวงแห่งนี้ และยังเป็นตัวแทนความเชื่อของคนไทยที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่ดำเนินมานับพันปี

บีบีซีไทยนำเอาความคิดของทั้งเด็ก ๆ ที่อาศัยในบริเวณใกล้ถ้ำหลวงและเคยเข้าไปในถ้ำ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญเรื่องคติชนวิทยาของล้านนาเพื่ออธิบายเกี่ยวกับปรากฎการณ์นี้

ถ้ำหลวงที่ผจญภัยของเด็ก ๆ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
พิธีกรรม และความเชื่อ ที่ถ้ำหลวง วิดีโอโดย เทสซา หว่อง ผู้สื่อข่าวบีบีซี

"คนเฒ่าคนแก่บอกว่าเป็นเมืองลับแล… ยายก็เคยเตือนว่าอย่าเข้าไป" ทรงพล กันทะวงค์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่าให้บีบีซีไทยฟัง

แต่เขาและเพื่อนหลายคนก็ได้เข้าไปในถ้ำหลวงและถ้ำขนาดเล็กที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กันหลายครั้งเพราะความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก

ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เข้าไปในถ้ำหลวงก็คือเมื่อสองปีก่อน และก็มีการทำพิธีกรรมโดยไหว้เจ้าที่ก่อนเข้าถ้ำ พร้อมกับตัดสินใจว่าจะเลี้ยวซ้ายเมื่อเจอสามแยก หลังจากที่ได้ดูแผนที่บริเวณหน้าถ้ำ

เนื่องจากในถ้ำไม่มีแสงสว่างเลย เขาและเพื่อนจึงต้องใช้ไฟฉายนำทาง โดยมีการใช้แฟลชมือถือเป็นแสงสว่างอีกทางหนึ่งด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ปากถ้ำหลวง

ภาณุพงศ์เล่าว่า เขาหายใจไม่ค่อยสะดวก และมีช่วงที่ต้องก้มอยู่ 2-3 ครั้ง ก่อนที่จะพบห้องโถงขนาดใหญ่ที่สามารถจอดรถสิบล้อได้ 2 คัน โดยพื้นเป็นทราย คล้ายเป็นทางน้ำผ่าน

หลังจากเดินไปเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งจากปากถ้ำ ก็ไปถึง "หาดพัทยา" ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่คาดว่าทั้ง 13 คนติดอยู่ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงและน้ำไม่น่าจะท่วม

ที่บริเวณนั้น ภาณุพงศ์จำได้ว่าพื้นเป็นหินปนทราย และสังเกตเห็นด้านบนเป็นปล่องซึ่งคิดว่าน่าจะสามารถปีนขึ้นไปได้

แต่เขากับเพื่อนตัดสินใจที่จะไม่สำรวจถ้ำต่อ เนื่องจากทางเดินต่อไปเป็นทางแคบเดินผ่านได้เพียงทีละคน และเพื่อนบางคนก็ขาดอากาศหายใจและรู้สึกเวียนหัว

คำอธิษฐานถึงเจ้าแม่นางนอน

Image copyright Panupong Changchai/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ศาลเจ้าแม่นางนอน ที่หน้าถ้ำหลวง

เยาวชนที่บีบีซีไทยสัมภาษณ์กว่า 10 คนกล่าวตรงกันว่า ผู้ปกครองเคยเตือนว่าอย่าเข้าไปในถ้ำหลวง เนื่องจากอันตราย และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ในถ้ำ ศศิมนต์ นันทชัยวงค์ อายุ 12 ปี ที่เคยเข้าไปในถ้ำหลวงตอนเด็กกับแม่และป้าก็บอกว่าเธอก็ได้ยินเรื่องราวเช่นนี้มาจากผู้ใหญ่

ศศิมนต์และเพื่อนร่วมโรงเรียนที่อยู่ในแม่สายได้สวดมนต์และตั้งจิตอธิษฐานถึงผู้สูญหายทุกเช้าหลังเคารพธงชาติ บนอาคารเรียนของแต่ละชั้นเรียน ที่บริเวณหน้าระเบียง

ในการนั่งสมาธิ 2 นาที เธอและเพื่อนได้ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ "เจ้าแม่นางนอน" ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็น "ผู้ดูแลรักษาถ้ำ" ปล่อยตัวทีมหมูป่าออกมา โดยนักเรียนจำนวนมากเชื่อในเรื่อง "เจ้าแม่" และเชื่อว่าเจ้าแม่จะทำให้เพื่อนของพวกเขาออกมาได้

ความเชื่อที่สืบทอดมา

ยุทธการ ขันชัย ผู้จดการโรงเรียนสืบสายภูมิปัญญาล้านนา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ผีเป็นความเชื่อดั้งเดิมของคนในล้านนา หรือที่เรียกกันว่า "คนเมือง" เป็นสิ่งที่มีอยู่ก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามา และเมื่อดำรงคงอยู่ขนานกับพุทธศาสนามาโดยตลอดไม่ได้หายไปไหน

เขายังได้ยกตัวอย่างอีกว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่แต่เฉพาะล้านนา แม้แต่ในกรุงเทพ ฯ เองก็ยังมีความเชื่อเรื่องผีหลงเหลืออยู่ ที่เห็นได้ชัดก็คือ พระสยามเทวาธิราช ซึ่งเป็นพระเสื้อเมือง หรือผีที่ปกป้องเมือง

Image copyright Panupong Changchai/BBC Thai
คำบรรยายภาพ มองผ่านเครื่องบวงสรวงเห็นดอยนางนอนชัดเจน

"คนเมืองจะเชื่อว่าดอย แม่น้ำ ห้วย ป่า แม้แต่ต้นไม้ จะมีผีสถิตย์อยู่ หากว่าคนที่เข้าไปในป่า ไปทำสิ่งที่ไม่ดีหรือล่วงล้ำก้ำเกินผี ที่คนเมืองเรียกกันว่า "ขึด" ผีป่าหรือผีดอยก็มักจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยไม่สบาย หรือแม้แต่เสียชีวิต" เขากล่าว

เมื่อเกิดเหตุผิดปกติ อย่างเช่น มีคนไม่สบาย เกิดอุบัติเหุตร้ายแรง คน หรือของสำคัญสูญหาย ชาวล้านนาก็จะประกอบพิธีกรรมเพื่อขอขมาผีที่เชื่อว่าอยู่ตามที่เหล่านั้น "ใช้คนที่มีอาวุโส มีศิลธรรม อย่าง "ปู่จาน" หรือ มัคนายก พร้อมด้วยเครื่องพลีกรรมบางอย่าง เช่น เหล้าไหไก่คู่ หัวหมู ข้าวปลาอาหารไปเลี้ยงเพื่อตอบแทนที่ได้บนบานขอเอาไว้" จะเอาไปให้ตอบแทน

ซึ่งยุทธการก็เชื่อว่าเป็นกระบวนการเพื่อให้กำลังใจ หรือ หาทางออกจากเรื่องที่ทำให้เป็นทุกข์ใจของคนในล้านนา เพื่อให้สามารถอยู่กันอย่างเป็นปกติสุขหลังจากเกิดวิกฤตนั้นขึ้นมา

มองเห็นในสิ่งที่เชื่อ

Image copyright YE AUNG THU/AFP/Getty Images

ขณะเดียวกัน เจริญ มาลาโรจน์ หรือ มาลา คำจันทร์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 ซึ่งมักเขียนนิยายที่มีพื้นฐานมาจากเรื่องเล่าหรือตำนานในล้านนาอย่าง "เจ้าจันทร์ผมหอม" กล่าวว่า การที่คนพื้นถิ่นความเชื่อเช่นนี้เนื่องจากมีการถ่ายทอดความเชื่อและวิธีการมองโลกมาจากบรรพบุรุษของตนเอง

เจริญยังเล่าให้บีบีซีไทยฟังอีกด้วยว่า ความเชื่อที่ว่ามีผี หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น วิญญาณนางนอนสถิตย์อยู่ถ้ำหลวงและบริเวณขุนน้ำ (ภูเขาต้นน้ำ) นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าทั่วทั้งล้านนาก็จะมีความเชื่อเช่นนี้อยู่ อย่างเช่น ถ้ำหลวงเชียงดาวก็เชื่อกันว่ามีเจ้าหลวงคำแดง ซึ่งเป็นผีสูงสุดของล้านนาสิงสถิตย์อยู่ แม้แต่ดอยสุเทพเองก็ถูกถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สร้างเมืองเชียงใหม่

Image copyright Panupong Changchai/BBC Thai
คำบรรยายภาพ พระพุทธรูปที่หน้าถ้ำหลวง

"จิตไม่ได้เกิดโดดเดี่ยว ส่วนหนึ่งนั้นมาจากหล่อหลอมของสังคม การศึกษา และสิ่งที่บรรพบุรุษถ่ายทอดมา ทำให้คนที่อยู่ในวัฒนธรรมหนึ่งจะมีแนวโน้มที่เห็น ได้ยิน หรือรับรู้เหตุการณ์ที่เหนือธรรมชาติต่าง ๆ ในแบบเฉพาะของตนเอง ซึ่งคนที่มาจากวัฒนธรรมอื่นอาจไม่สามารถสัมผัสในแบบเดียวกัน" เจริญ ซึ่งศึกษาทางด้านมนุษยวิทยาและคติชนวิทยา กล่าวกับบีบีซีไทย

"ผมอาจไม่ใช่ตัวแทนคนล้านนาบางกลุ่มในแง่มุมนี้ ผมไม่เชื่อแต่ก็ไม่เคยดูถูกหรือไปจาบจ้วงคนอื่น คนเราไม่ได้มีแต่สมองคิดถึงเหตุผลอย่างเดียว แต่ยังมีส่วนจิตใจด้วย บางคนก็โน้มน้อมไปทางใช้ส่วนจิตใจนำทางไป ทำให้เขาเห็นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ" เจริญสรุป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง