ส่งหมูป่ากลับบ้าน: ส่องแผนจัดการให้เด็กใช้ชีวิตปกติ
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

ส่งหมูป่ากลับบ้าน: ส่องแผนจัดการให้เด็กใช้ชีวิตปกติ

  • 19 กรกฎาคม 2018

เกือบหนึ่งเดือนที่สมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีห่างหายไปจากครอบครัวและโรงเรียน หน่วยงานราชการต่างช่วยกันวางแผนจัดการให้ หมูป่า 13 รายกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ

นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย กล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ กับ น.ส. ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสามมิติ ในวันที่ 19 ก.ค. ว่า ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและหน่วยงานเอกชนต่างๆ ไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเด็กและครอบครัว ปล่อยให้พวกเขาได้ใช้ชีวิต "อย่างปกติสุข"

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. นายสมศักดิ์ เป็นประธานการประชุมระหว่างผู้ปกครองของสมาชิกหมูป่าอะคาเดมี เชียงราย ทั้ง 13 คน พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าเหมือด และผู้อำนวยการโรงเรียนเวียงพางคำ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อหาแนวทางรับมือกับความสนใจจากสื่อมวลชนและหน่วยงานต่าง ๆ

"ตอนนี้เด็ก ๆ ขาดเรียนไปนาน ตามเพื่อนไม่ทัน ต้องเรียนก่อน เดี๋ยวจะปรับตัวไม่ทัน" เขากล่าว และเสริมว่า ไม่ต้องการให้ องค์กรการกุศล องกค์กรเอกชน หรือหน่วยงานรัฐ และสื่อมวลชน เข้าไปรบกวนที่โรงเรียน เพราะ จะรบกวนการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนคนอื่น

"องค์กรเอกชนที่มีความปรารถนาดีมาดูแลน้องๆ ขอความร่วมมือให้มาประสานงานกับนายอำเภอก่อน" นายสมศักดิ์กล่าว

เร่งสอนเสริม

ด้านนายกิตติชัย เมืองมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา (ผอ.สพป.) เชียงราย เขต 3 บอกกับบีบีซีไทยว่า ได้มีการหารือกับสถานศึกษาที่มี สมาชิกหมูป่า และผู้ปกครองว่า ห้ามให้ข่าวโดยเด็ดขาด เพราะเกรงจะทำความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ด.ช. อดุลย์ สามอ่อน

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของอาจารย์เพื่อการเรียนซ่อมเสริมสำหรับเด็กทั้ง 12 คนมีแผนการเรียบร้อย แล้ว เพราะห้วงเวลาที่เด็ก ๆ หายตัวไปทำให้เด็กขาดเรียนหลายชั่วโมง ดังนั้นการจัดการเรียนซ่อมเสริมต้องทำ อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เด็ก ๆ มีเวลาเรียนครบตามมาตรฐาน 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด

ผอ.สพป. เชียงราย เขต 3 เล่าให้ฟังต่อว่า สำหรับเด็กบางคนต้องบวช ทาง สนง. ก็ได้ประสานกับโรงเรียนที่เกี่ยวข้องจัดส่งอาจารย์ไปสอนซ่อมเสริมในระหว่างนั้นด้วย และประสานครอบครัวให้นำเด็กมาพำนักในวัดที่ใกล้โรงเรียนที่สุดเพื่อความสะดวก

คาด อดุลย์ จะเข้าเรียนคนแรก

นายกิตติชัยเห็นว่า ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน น่าจะเป็นนักเรียนคนแรกที่กลับเข้าเรียนได้ตามปกติ เพราะตามความเห็นและการวินิจฉัยทางการแพทย์เห็นว่ามีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจแล้วสามารถเข้าเรียนได้ปกติ

"น้องอดุลย์นับถือศาสนาคริสต์ จึงไม่น่าจะเข้าพิธีอุปสมบทได้ และน่าจะเข้าสู่ระบบโรงเรียนได้ก่อน หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"

อย่างไรก็ตามก็มีความกังวลว่า มีเด็ก ๆ หลายคนต้องเข้าอุปสมบทเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ น.ต. สมาน กุนัน หรือ "จ่าแซม" ยิ่งจะทำให้ระยะเวลาการเข้าเรียนต่อของพวกเด็ก ๆ ยิ่งจะเนิ่นช้าออกไปอีก

ในด้านความพร้อมของโรงเรียนบ้านเวียงพานนั้น ผู้อำนวยการได้ชี้แจงนักเรียนทุกชั้นถึงวิธีการปฏิบัติตนต่อ ด.ช.อดุลย์อย่างน้อยสองครั้ง และกำชับครูประจำชั้นแต่ละชั้นได้พูดคุยกับนักเรียนแต่ละคนให้ปฏิบัติกับ ด.ช.อดุลย์ เหมือนคนปกติ เพื่อให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมเดิม ๆ ได้ไม่ยาก

นายจักรพันธ์ ขันอุละ หัวหน้าครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนบ้านเวียงพาน บอกกับบีบีซีไทยว่า ทางคณะครูอาจารย์บอกว่า เบื้องต้นในสัปดาห์หน้า ด.ช.อดุลย์น่าจะกลับมาเรียนต่อ แต่น้องจะต้องได้รับการเรียนซ่อมเสริม โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนคะแนนเท่ากัน คือ ส่วนแรกคือคะแนนจากการรายงานและการบ้าน หรือโครงการต่างๆ ส่วนที่สองคือการสอบ ซึ่งจะได้เตรียมสอนนอกเวลาในน้องเป็นกรณีพิเศษ โดยเน้นวิชาหลัก ๆ ได้แก่ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ

ไม่ทันสอบเก็บคะแนนกลางเทอม

อย่างไรก็ตาม ตามตารางการสอบวัดผลกลางภาค สำหรับภาคเรียนที่ 1 ในปีการศึกษานี้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นชั้นเดียวกันกับของ ด.ช.อดุลย์ จะมีการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 25 ก.ค.นี้

"หากพิจารณาผลการเรียนเฉลี่ยทั้งสองภาคเรียนของน้องอดุลย์ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อยู่ที่ 3.91 ถือว่าเก่งเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วงแม้ว่าน้องจะตามไม่ทัน" นายจักรพันธ์กล่าว

ด.ช.อดุลย์ ถือว่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมาก เนื่องจากเป็นผู้สนทนาตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำชาวอังกฤษอย่างฉะฉาน นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการสื่อสารได้หลายภาษา เช่น จีน และเมียนมา ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จของบทบาทศูนย์อาเซียนศึกษา ที่โรงเรียนบ้านเวียงพาน เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ส่วนใหญ่กว่า 80% ไม่ใช่คนไทยแต่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์