เด็กหญิงนราธิวาส 11 ปี ที่แต่งงานกับชายชาวมาเลเซียอยู่ในความคุ้มครองของ พม.แล้ว

  • 10 สิงหาคม 2018
มุสลิม Image copyright Getty Images

กรณีเด็กหญิงมุสลิมวัย 11 ปีในนราธิวาสแต่งงานกับชายชาวมาเลเซียวัย 41 ปี ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องจากกลุ่มผู้หญิงภาคประชาสังคมชายแดนใต้ 20 องค์กร ให้รัฐบาลสอบสวนว่าถูกบังคับหรือไม่ รวมทั้งให้องค์กรที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเพื่อป้องกันการแต่งงานก่อนวัยอันควรของผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า เด็กหญิงชาวนราธิวาสคนดังกล่าว ที่แต่งงานกับชายชาวมาเลเซียอายุ 41 ปี ในรัฐกลันตันของมาเลเซีย ขณะนี้อยู่ในกระบวนการคุ้มครองของกระทรวง พม.แล้ว แต่ขอไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการช่วยเหลือ

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวสตาร์ออนไลน์ของมาเลเซียรายงานอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในไทยว่า เด็กหญิงคนดังกล่าว ขณะนี้อยู่ใน จ.นราธิวาส โดยรัฐบาลรัฐกลันตันของมาเลเซียส่งตัวเด็กหญิงกลับมาให้ทางการไทยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

เมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สื่อมาเลเซียรายงานข่าวการแต่งงานของชายชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นนักธุรกิจยางพาราที่อยู่ในหมู่บ้านกัวมูซัง รัฐกลันตัน ได้เดินทางมาแต่งงานกับเด็กหญิงชาวไทยวัย 11 ปี ที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส โดยเด็กหญิงชาวไทยเป็นบุตรสาวของลูกจ้างกรีดยางซึ่งเป็นคนไทยในสวนยางพาราที่เข้าไปทำงานในรัฐกลันตัน การแต่งงานได้รับความยินยอมจากพ่อของเด็กหญิง

ชายชาวมาเลเซียรายนี้ มีภรรยาอยู่แล้วสองคน และลูกอีกหกคน กรณีดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากภรรยาคนที่สองของนักธุรกิจสวนยางพารา โพสต์ภาพสามีของเธอกับเจ้าสาวเด็ก ซึ่งเป็นภรรยาคนที่สามของเขาหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแต่งงาน หลังจากเรื่องราวถูกเปิดเผยทำให้เกิดกระแสความโกรธเคืองจากชาวมาเลเซียในสื่อโซเชียล

Image copyright Getty Images

รัฐบาลมาเลเซียดำเนินการสืบหาตัวชายคนดังกล่าว เนื่องจากเป็นการลักลอบแต่งงานกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี และแต่งภรรยาคนที่สาม โดยไม่ได้รับความยินยอมจากภรรยาคนที่หนึ่งและสอง ต่อมาศาลชารีอะห์ในเมืองกัวมูซังของรัฐกลันตัน สั่งปรับเงินจำนวน 1,800 ริงกิต หรือราว 15,000 บาท เนื่องจากทำผิดกฎหมายอิสลามของรัฐ

ตามกฎหมายของมาเลเซียเกี่ยวกับการสมรสอยู่ภายใต้สองระบบ ชาวมาเลเซียที่ไม่ใช่มุสลิม กฎหมายกำหนดให้แต่งงานได้เมื่อมีอายุ 18 ปี ขณะที่ชาวมุสลิมจะอยู่ภายใต้กฎหมายชารีอะห์หรือกฎหมายอิสลาม ห้ามเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่งงาน ส่วนเด็กชายกำหนดอายุที่ต้องไม่ต่ำกว่า 18 ปี

การแต่งงานของเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 16 ปี และการมีภรรยาคนที่สอง สาม และสี่ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลชารีอะห์

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. กลุ่มผู้หญิงภาคประชาสังคมชายแดนใต้ 20 องค์กร ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องทางการไทยดำเนินการสอบสวนและช่วยเหลือคุ้มครองเด็กหญิง 11 ขวบ รายนี้ และขอให้ทางคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมาตรการที่เข้มงวดในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กและผู้หญิง โดยต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบชัดเจนถึงความสมัครใจของฝ่ายหญิงในการเข้าสู่การแต่งงาน ปราศจากการถูกบังคับ และต้องเร่งออกมาตรการเพื่อป้องกันการแต่งงานก่อนวัยอันควรของผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

ในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย การสมรสหรือการนิกะห์ เป็นไปตามกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ชายและหญิงที่บรรลุศาสนภาวะ (ซึ่งในกรณีของผู้หญิงก็คือมีประจำเดือนแล้ว) สามารถทำการสมรสได้ โดยมีผู้นำศาสนาหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเห็นด้วย แต่ไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุขั้นต่ำในการแต่งงาน ให้เป็นดุลพินิจของศาลแทน

Image copyright AFP/Getty Images

ในมาเลเซียเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ในขณะที่หน่วยงานของทางการไทยเพิ่งเข้าไปคุ้มครองเด็กหลังจากผ่านมาหนึ่งเดือน การแต่งงานในเด็กหรือ Child marriage ในมาเลเซีย กำลังเป็นประเด็นใหญ่ทางสังคมของประเทศที่มีประชากรส่วนมากเป็นมุสลิมแห่งนี้

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ รายงานข้อมูลจากองค์กรยูนิเซฟมาเลเซียระบุว่า ระหว่างปี 2012-2016 มีการยื่นขอให้ศาลชารีอะห์อนุญาตการแต่งงานในเด็กถึง 2,143 กรณี ใน 7 รัฐของมาเลเซีย และมีเพียง 10 คำร้องเท่านั้นที่ศาลปฏิเสธ

ดร.วัน อาซิซาห์ วัน อิสมาอิล รองนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของมาเลเซีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงผู้หญิง ครอบครัว และการพัฒนาชุมชน ให้สัมภาษณ์สื่อมาเลเซียว่า กรณีการแต่งงานในเด็กหญิงเป็นปัญหาสำคัญ และกล่าวว่าผู้ใดที่พบเห็นการแต่งงานเช่นเดียวกับกรณีเด็กอายุ 11 ปี ต้องแจ้งกับทางการ

ด้านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายของมาเลเซีย ระบุว่ากระทรวงกำลังอยู่ระหว่างหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อ ตามการรายงานของสตาร์ออนไลน์ สื่อมาเลเซีย

"เรากำลังพิจารณาหลาย ๆ ทางเลือกที่เกี่ยวข้อง หากเราเพิ่มอายุขั้นต่ำสุดที่จะสามารถแต่งงานได้ในมาเลเซีย และเราจะเข้าไปพิจารณากฎหมายอิสลามด้วย"

สิทธิเด็กและผู้หญิงในชายแดนใต้

สถานการณ์ด้านสิทธิเด็กและผู้หญิงในชายแดนใต้ มีรูปแบบที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นในประเทศไทย เนื่องจากมีปัจจัยด้านศาสนาและเรื่องความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง

รอซิดะห์ ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อธิบายให้บีบีซีไทยฟังว่า กรณีของเด็กหญิงชาวนราธิวาสอายุ 11 ปี การแต่งงานหรือนิกะห์ เกี่ยวข้องกับกลไกผู้นำศาสนา แต่ทว่ายังมีช่องว่างที่กฎหมายอิสลามที่ใช้บังคับในสี่จังหวัดชายแดนใต้และกฎหมายของรัฐไทยไม่มีการส่งต่อกัน จึงทำให้รัฐมองไม่เห็นปัญหา ไม่ต่างจากปัญหาการว่างงาน การคุ้มครองสิทธิเด็กและผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง หรือด้านอนามัยเจริญพันธุ์

"เราต้องการชี้ให้เห็นว่ามีความเกี่ยวโยงกันเพื่อให้เกิดการคุ้มครองภายใต้กฎหมายของประเทศนั้น ๆ" รอซิดะห์ กล่าว "รัฐอาจจะมองว่าเป็นเรื่องหลักการศาสนา หลายครั้งที่เราขอพูดคุย ก็ได้รับการตอบกลับว่าเป็นเรื่องของผู้นำศาสนา แสดงถึงความไม่เข้าใจ แต่เรากำลังพูดถึงการปกป้องคุ้มครองคุณภาพชีวิตของคน"

ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงฯ ยังชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์การแต่งงานก่อนวัยอันควรในชายแดนใต้ว่า จากการลงไปในชุมชนพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งจากการถูกบังคับแต่งงานเพราะสถานภาพของครอบครัว เหตุจากการล่วงละเมิด และเด็กที่กำพร้าทั้งจากสถานการณ์ปกติและจากเหตุการณ์ความรุนแรง

"อายุ 13 14 15 เมื่อเห็นว่าไม่ได้เรียนหนังสือ ก็ตัดสินใจแต่งงาน สิ่งที่ตามมาคือการหย่าร้างมีอัตราสูงขึ้น" รอซิดะห์ กล่าวกับบีบีซีไทย และเห็นว่าการคุ้มครองสิทธิของเด็กและผู้หญิงในกรณีนี้ กฎหมายของรัฐต้องใช้ควบคู่ไปกับหลักการของศาสนาอิสลาม

"บรรลุศาสนภาวะ แต่ความสามารถในเชิงสรีระและสุขภาวะก็ต้องคำนึงถึง" ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงฯ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง