คดีเกาะเต่า : 4 ประเด็นน่าสนใจคดีอาชญากรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  • 28 สิงหาคม 2018
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เกิดคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องบนเกาะเต่า Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เกิดคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องบนเกาะเต่า

ชื่อเกาะเต่าปรากฏบนกระดานข่าวทั้งไทยและต่างประเทศอีกครั้ง พร้อม ๆ กับคำถามถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน หลังจากสื่ออังกฤษตีพิมพ์รายงานข่าวนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ วัย 19 ปี อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะแห่งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และพยายามให้รายละเอียดเรื่องนี้กับตำรวจแต่ไม่ได้รับความสนใจ

เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริหารในท้องถิ่นของเกาะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เกาะแห่งความตาย" นี้มองว่าข่าวที่เผยแพร่ออกไปหลายต่อหลายครั้ง เป็นความตั้งใจโจมตีและทำลายชื่อเสียงการท่องเที่ยวไทย

ขณะที่นักกฎหมายที่เคยทำคดีอาชญากรรมที่เคยเกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้บอกว่ามาตรการรักษาความปลอดภัย และงานสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่คือช่องโหว่ที่ทำให้เกิดอาชญากรรมอย่างน้อย 7 ครั้งในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีทั้งที่ตัดสินไปแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

เหตุร้ายที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่ามีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง รวมทั้ง 4 ประเด็น ที่บีบีซีไทยรวบรวมมานำเสนอ

1) ทำไมต้องเป็น "หาดทรายรี"

หากพิจารณาเฉพาะกรณีที่มีการเสียชีวิตแบบไม่เป็นธรรมชาติของชาวต่างชาติ ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมาจะพบว่า "หาดทรายรี" เป็นจุดหนึ่งที่เกิดเหตุกับชาวต่างชาติอย่างน้อย 7 กรณี ไม่รวมเหตุการณ์ที่เพิ่งเป็นข่าวเมื่อปลายสัปดาห์นี้ ที่ตำรวจระบุว่าจะเชิญผู้เสียหายและเพื่อนมาให้ปากคำ

ย้อนคดีนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า

ลำดับ ปีที่เกิดเหตุ รายชื่อนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับ สถานที่ใกล้จุดเกิดเหตุ
1. ม.ค. 2557 นายนิค เพียร์สัน ชาวอังกฤษ พบเป็นศพลอยอยู่ในทะเล ใกล้กับหาดทรายรี
2. ก.ย. 2557 นายเดวิด มิลเลอร์ และ น.ส. ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ ชาวอังกฤษ ถูกฆาตกรรม ใกล้กับหาดทรายรี
3. พ.ย. 2557 นายซูเตอร์ ฮานส์ปีเตอร์ หายตัว ไม่ระบุ
4. ม.ค. 2558 น.ส.คริสตินา อันส์ลีย์ ชาวอังกฤษ เสียชีวิตในห้องพัก ใกล้กับหาดทรายรี
5. ม.ค. 2558 นายดิมิทรี พอฟว์ ชาวฝรั่งเศส เสียชีวิตด้วยการแขวนคอมือ ถูกมัดด้านหลัง ใกล้ท่าเรือแม่หาด
6. ม.ค. 2559 นายลุค มิลเลอร์ ชาวอังกฤษ ถูกพบเป็นศพในสระน้ำของโรงแรม ไม่ระบุ
7. มี.ค. 2560 น.ส.วาเลนตินา โนวอเชินโนวา ชาวรัสเซีย หายตัว ไม่ระบุ
8. มิ.ย. 2561 น.ส.อีสเบล วิคตอเรีย แบคเตอร์ ชาวอังกฤษ อ้างว่าถูกข่มขืนลักทรัพย์ ใกล้กับหาดทรายรี

ที่มา: รวบรวมโดยบีบีซีไทย

พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง.ผกก.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเกาะเต่า อธิบายกับบีบีซีไทยว่า หาดทรายรี เป็นจุดชุมนุมและแหล่งบันเทิงใหญ่ที่สุดบนเกาะเต่า มีสถานบันเทิงราว 10 แห่ง

"ต้องบอกว่าหาดทรายรีถือเป็นจุดไฮไลท์ของเกาะเต่า เพราะมีหาดทรายยาวที่สุด จึงทำให้เป็นจุดที่คนพลุกพล่าน มีร้านค้าและช็อปปิ้ง ร้านอาหารมากมาย" นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวเสริม

หน่วยงานราชการในท้องถิ่นได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดบนหาดทรายรีไปแล้ว 170 ตัว ขณะที่ สน.เกาะเต่า เพิ่งติดตั้งเพิ่มเติมอีก 16 ตัว ไม่นับรวมกับกล้องวงจรปิดที่ภาคเอกชนติดตั้งเอง เพื่อดูแลความปลอดภัยของชายหาดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแห่งนี้

พ.ต.ท.นพา อธิบายเพิ่มเติมว่า หลังการจัดตั้งสถานีตำรวจภูธรเกาะเต่าตั้งแต่ วันที่ 15 ม.ค. 58 เป็นต้นมา ทำให้มาตรการการช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเต็มระบบ รวมทั้งการสืบสอบสวนเป็นไปอย่างเต็มศักภาพมากขึ้น เขายอมรับว่ามีคดีความที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางเพศอยู่บ้าง เช่น ในปี 2558 เกิดขึ้น 2 ราย สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว ในขณะที่ ปี 2559 และ 2560 ไม่มีคดีดังกล่าว

ส่วนคดีอื่น ๆ นั้น พ.ต.ท.นพา บอกว่าเป็นการกล่าวหาทั้งสิ้น "อย่างไรก็ตาม ทุก ๆ ปี ก็มีเรื่องว่าโกหกว่าโดนข่มขืน อย่างน้อย สองรายที่เป็นชาวต่างชาติ"

2) คำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในคดีชาวต่างชาติ

นายนคร ชมพูชาติ หัวหน้าทีมทนายความฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา 2 คน ในคดีข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า เมื่อปี 2557 ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมบนเกาะแห่งนี้ ก็เพราะเป็นกรณีที่อื้อฉาว และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และมีหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตามทัศนะของทนายผู้นี้มองว่า ช่องโหว่สำคัญของการดำเนินคดีคือเรื่องของหลักฐาน โดยตำรวจอาจมุ่งหาผู้กระทำความผิด จนอาจไม่ได้คำนึงถึงหลักฐานอื่น ๆ รอบข้าง

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ (ซ้าย) และ นายเดวิด มิลเลอร์ ถูกฆาตกรรมบริเวณหาดทรายรี บนเกาะเต่าเมื่อ ก.ย. 2557 โดยผู้ต้องหาคือ แรงงานชาวเมียนมา 2 คน คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการยื่นต่อศาลฎีกา

นายนครแนะว่า เจ้าหน้าที่ต้องแสดงให้เห็นกระบวนการทำงานอันเป็นที่ยอมรับได้ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ต้องมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาเป็นผู้กำกับ รวมทั้งมีแผนในการดูแลประชาชนเป็นอย่างดี

ด้าน พ.ต.ท.นพา อธิบายว่า ปัจจุบันตำรวจไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีหน่วยงานทหาร และฝ่ายปกครอง มาสนับสนุน เพิ่มทางเลือกในการคุ้มครองความมั่นใจให้ผู้เสียหาย

ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า บอกว่า หากพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนวันละประมาณ 15,000 คน ต่อกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ จะมีสัดส่วน 1 นาย ดูแลนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 คน

3) สงครามข้อมูลข่าวสาร

นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี บอกกับบีบีซีไทยว่า ที่ผ่านมาเกาะเต่าถูกโจมตีด้วยข่าวในทำนองนี้มาโดยตลอด อาจจะเพื่อทำลายชื่อเสียงของเกาะและการท่องเที่ยวของไทย แม้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นแล้วก็ตาม

"หากพิจารณาแล้ว มาตรการต่าง ๆ ที่ผ่านมา น่าจะสามารถทำให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจมากขึ้น แต่ที่ยังคิดว่าเป็นช่องโหว่คือระบบไอที ซึ่งคาดว่ารัฐอาจจะไม่พร้อมในเรื่องนี้ ในเรื่องการปรับฐานข้อมูลในกูเกิลทั้งหมด" นายไชยันต์เสนอ

ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบบข้อมูลสารสนเทศ โดยให้เพิ่มข้อมูลเป็นบวกมากขึ้น เพราะมองว่าการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศและเฟซบุ๊กเพจบางรายเป็น "การโจมตีทางไซเบอร์"

เฟซบุ๊ก CSI LA เป็นหนึ่งในเฟซบุ๊กที่ติดตามการรายงานข่าวคดีที่เกิดขึ้นบนเกาะเต่าอย่างต่อเนื่อง บีบีซีไทยได้สอบถามไปยังผู้บริหารเพจ ได้รับการยืนยันว่าได้พยายามนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องทั้งที่ได้จากสำนักข่าวต่างประเทศ และคนในพื้นที่จริง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือไปจากนี้

4) ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต้องมาก่อน

เกาะเต่าถือเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม จนได้รับการกล่าวขวัญว่า "สวรรค์ของการดำน้ำ" ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวราว 1.33 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจบนเกาะเต่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายไชยันต์ บอกว่า ไม่ต้องการให้เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นบนเกาะเต่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้ง ๆ ทุกคนได้เรียนรู้ จึงช่วยเฝ้าระวัง ซึ่งกันและกัน เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบจะเกิดกับชาวเกาะเต่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม