ความสุขคือกำไร คติของชายผู้ทิ้ง 1.5 พันล้านเพื่อนาสวนใน กทม.

  • 30 กันยายน 2018
สมโภชน์ Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ รอบคันนาตั้งกระถางเมลอน

จากนักวิชาการเกษตรที่เก่งเรื่องการเลี้ยงหมู สู่ชีวิตเกษตรกรชาวนากลางกรุงในบั้นปลายเจ้าของที่ดินมูลค่า 1.5 พันล้านบาท ที่ใครมาขอซื้อเขาก็ไม่ขาย วันนี้ความฝันของเขาคือการเนรมิต "บ้านนอกในเมืองกรุง"

อาจไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ในกรุงเทพฯ มืพื้นที่ว่างเปล่าที่อาจกำลังรอการขายเพื่อปลูกสร้างอสังหาริมทรัพย์ แต่พื้นที่ที่จะกว้างใหญ่ถึง 50 ไร่ ในย่านที่ไม่ใช่ชานเมืองอย่าง ถนนนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม น่าจะสวนกระแสความเป็นเมืองที่แต่ละหย่อมหญ้ากลายเป็นป่าซีเมนต์ของอาคาร คอนโด หอพัก หมู่บ้านจัดสรร ไปหมดแล้ว

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สมโภชน์ ทับเจริญ เจ้าของพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กลางกรุง ผู้ปฏิเสธเงิน 1,500 ล้านบาท
Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ที่ดินทั้งหมด 50 ไร่ ของอดีตนักวิชาการเกษตรตั้งอยู่บนสองฟากถนนของซอยนวลจันทร์ 56

สมโภชน์ ทับเจริญ ในวัย 58 ปี อดีต ผอ. ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ที่ลาออกจากราชการตอนอายุ 55 คือเจ้าของที่ดินผืนนี้ เขาอยู่ในความสนใจของสื่อหลายเจ้าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากมีสื่อต่างประเทศเปิดเผยว่าเคยมีคนมาขอซื้อเหมาแปลงในราคา 1.5 พันล้านบาท แต่เขาปฏิเสธที่จะขาย

"ที่ดินของผมไม่ได้ซื้อเลย ปู่ย่าตายายยกมาให้ แล้วทำไมผมจะเก็บเอาไว้ไม่ได้ นั่นคือความคิดของผมว่าทำไมผมไม่ขาย" สมโภชน์ กล่าวกับบีบีซีไทย

อะไรทำให้เขายังต้านทานกระแส และยังอยู่กับความเป็นบ้านนอกในกรุงเทพฯ เช่นนี้

ฝันสร้างบ้านนอกในเมืองกรุง

จากปากซอยนวลจันทร์ 56 ที่ด้านหนึ่งคือถนนรามอินทราที่รถไฟฟ้าสายสีมพูกำลังขึ้น อีกด้านคือถนนเกษตรนวมินทร์ และทางด่วนอาจณรงค์ที่มุ่งสู่กลางเมือง มอเตอร์ไซค์รับจ้างพาลัดเลาะเข้าซอยหลายโค้ง ผ่าน คอนโดใหม่เอี่ยม หมู่บ้านจัดสรรทั้งที่เก่าและเพิ่งจะขึ้นใหม่ ราวหนึ่งกิโลเมตร ก็มาถึงสวน แอท บางขวด พื้นที่สีเขียวร่มรื่นสองฟากถนน

ชายร่างท้วมผิวคล้ำแดด ใน ชุดเสื้อแขนยาวลายสก็อตสีทึมทึบ กางเกงลำลองแบบเกษตรกรเต็มขั้น กับเท้าเปล่าเดินไปมาในที่สวน คือมาดของสมโภชน์ ทับเจริญ

"วันนี้ นายอำเภอมาเยี่ยม" เขากล่าวหลังเสร็จสิ้นภารกิจต้อนรับ ผอ.เขตบึงกุ่ม ที่มาเยี่ยมชม ในช่วงสายวันหนึ่งในเดือน ก.ย.

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ มอเตอร์ไซค์คันจิ๋วที่ "อาจารย์กิ๊ก" สมโภชน์ ทับเจริญ ใช้เป็นพาหนะในสวน

บนที่ดิน 50 ไร่ ฝั่งหนึ่งของถนนถูกใช้เป็นพื้นที่สวนอาหารที่มีบึงขนาดใหญ่เป็นวิว อีกฝั่งที่ดิน 36 ไร่ ถูกแบ่งพื้นที่เป็นแปลงนาข้าวไรซ์เบอร์รี่ 3 ไร่ อีก 3 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกผัก ทั้งผักสลัด ผักกาด แตงกวา มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว และจิงจูฉ่าย ผักสมุนไพรที่หาซื้อได้ยาก

มองไปสุดปลายนา คือทิวแถวของกำแพงทาวน์โฮมข้าง ๆ ร่องน้ำรอบคันนาถูกใช้เป็นที่เลี้ยงปลาดุก มีถระถางต้นเมลอนกว่า 100 กระถาง วางเรียงรอบคันนา ส่วนพื้นที่ที่เหลือราว 30 ไร่ เป็นร่องสวนที่นับรวมความยาวได้ 1 กิโลเมตร ใช้สำหรับบำบัดน้ำจากคลองให้กลายเป็นน้ำที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พื้นที่สีเขียว 50 ไร่ ภายในซอยนวลจันทร์ 59 เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

"เราไม่เคยบอกคนมาถามซื้อว่าจะเรียกร้องเท่าไหร่ มีคนเคยมาให้ 20 ล้าน ซึ่งแถว ๆ นี้ขายอยู่ 16-17 ล้าน ถ้าเกิดว่าซื้อเป็นแปลงใหญ่แบบนี้เลย สัก 30 (ล้านต่อไร่) เนี่ย สนใจไหม" สมโภชน์ เล่าถึงราคาที่ดินสูงสุดที่มีนายหน้าเคยมาถามโดยบอกว่าเจ้าของทุนต้องการทำเป็นหมู่บ้านจัดสรร

"ตั้งใจจะทำมาหากินทางการเกษตร ไม่ใช่ตลอดไปนะครับ เพียงแต่ว่าในระยะที่คงอยู่ตอนนี้ ราคาอีกสิบปีข้างหน้ามูลค่าของที่ดิน มันไม่ใช่ ณ วันนี้แล้ว เพราะว่าที่ดินมันขึ้นทุกนาที ทุกวัน"

สมโภชน์ เล่าวว่า เขามาเริ่มวางรูปแบบของสวนและแปลงนาตรงนี้ได้เกือบ 4 ปี หลังจากลาออกจากการเป็นข้าราชการนักวิชาการเกษตรตอนอายุ 55 ด้วยความคิดเดิมที่ "ฝังใจ" กับความเป็นชนบทที่เขาเรียกว่า แต่ก่อนเป็นเหมือนยุค "อีขวัญอีเรียม"

เขาเล่าวันวัยในอดีตตอนเป็นเด็กอย่างที่เราก็นึกไม่ออกว่า เป็นภาพที่เคยเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ อย่างการนั่งเรือไปโรงเรียนโดยใช้คลองบางขวดที่อยู่หลังบ้าน เชื่อมทะลุต่อไปยังย่านบางกะปิ หรือเรื่องของเรือขายหอยแมลงภู่ที่ล่องมาตามคลอง มาขายครั้งหนึ่งชาวบ้านก็ซื้อกินกันทั้งคลอง

"ความฝันของผม คืออยากทำตรงนี้ให้เป็นบ้านนอก แต่ไม่ได้ทำเพื่อตัวผมเองคนเดียว ผมจะทำให้คนที่ได้เข้ามาสัมผัสตรงนี้มีความสุขง่าย ๆ ด้วย"สมโภชน์ กล่าว ถึงโครงการฟาร์มสเตย์ในอนาคตที่กำลังค่อย ๆ คิดทำตามกำลังที่มี

เป็นเกษตรกร พร้อมจะล้มเหลวหรือเปล่า?

"ในการเกษตรเอง ใน 100 ครั้ง คุณอาจจะล้มเหลวถึง 90 ครั้งคุณจะยอมเฟล (ล้มเหลว) 90 ครั้ง เพื่อหาความสำเร็จ 1 ครั้งที่เหลือหรือเปล่า...สิ่งต่าง ๆ ที่คุณเห็น ณ วันนี้ที่เขาประสบความสำเร็จ เขาไม่ได้บอกคุณนะว่าเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาเขาล้มเหลวยังไง"สมโภชน์ กล่าวกับบีบีซีไทย ถึงการทำไร่สวน ที่ดูเหมือนจะเป็นความต้องการของใครหลายคนในช่วงเลิกจากงานประจำ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ วันที่บีบีซีไทยเดินทางไปที่นาสวนของสมโภชน์ ต่างมีผู้สนใจแวะเวียนเข้ามาถามเรื่องการปลูกพันธุ์พืชแทบจะทั้งวัน

สมโภชน์ ยอมรับว่า การมาฟื้นพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นไร่นาและสวนใหม่ รวมทั้งร้านอาหาร ลงทุนเงินไปแล้ว 20 ล้านบาท จากเงินที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต นอกเหนือจากเงินที่แบ่งไว้สำรองใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล และเพื่อความเดือดร้อนของลูกหลาน

"ถ้าสายป่านไม่ยาวพอ มีทุนไม่พอที่จะล้มเหลว คุณอย่าทำการเกษตร ผมถึงได้บอกว่า ในบางครั้งการเกษตรเอง มันต้องมีกำลังกายกำลังทรัพย์และกำลังความรู้ และการดิ้นรอหาสิ่งแปลกใหม่ รวมทั้งตลาด ที่คุณจะคิดว่าเอาสินค้าไปขายที่ไหนด้วย"

ปัจจุบันพืชผัก มีเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์มารับไปขาย ตลาดหลักได้แก่ ตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตร หรือ อ.ต.ก. บางส่วนก็แลกเปลี่ยนไปขายยังเครือข่ายเกษตรกรที่เพาะปลูกแบบอินทรีย์ใน จ.สระบุรี และราชบุรี ส่วนหนึ่งวางขายหน้าสวน

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"ทำเกษตร ยังไหวไหมที่จะจับจอบ จะไปอยู่ตรงนั้นเลย หรืออยู่กรุงเทพฯ นอนห้องแอร์สบาย ๆ แล้วขับรถออกไปที่ฟาร์ม อย่างคนที่เหมือนในหนัง ชีวิตจริงไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเกิดคุุณไม่อยู่แล้วปล่อยให้คนงานอยู่ คุมไร่อยู่ ความฉิบบหายก็เริ่มต้นแล้ว" สมโภชน์ ให้คำแนะนำถึงผู้ที่คิดจะหันมาทำเกษตรในวัยที่เกษียณจากการงาน

เกษตรปลอดภัยกับการเป็นแหล่งเรียนรู้

"ปลูกเองมันก็ไม่สวยหรอกนะ ผักก็มีแกร็น มีหนอนกินหัว กินตูดมั่ง ก็อย่าไปสนใจมัน หนอนมันกินหัว เราก็กินตรงกลาง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า From farm to table จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารของเราเอง" สมโภชน์ พูดพลางเด็ดลูกมะเขือเทศเต่งตึงให้บีบีซีไทย ชิมกลางสวน

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ มะเขือเทศสดจากต้น

หลักการเรียบง่ายที่สมโภชน์ใช้ คือ "เราปลูกของที่เรากินได้ และขายให้คนอื่นกิน" สวนของเขาไม่ได้เป็นเกษตรอินทรีย์ 100% แต่เป็นเกษตรปลอดภัยเพื่อผู้บริโภค สมโภชน์อธิบายว่า แม้จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ แต่หากปุ๋ยอินทรีย์ไม่ได้ใช้ขี้วัวที่เลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง นั่นก็เรียกว่าเป็นอินทรีย์ไม่ได้

"ถ้าเรากินไม่ได้เราจะขายใคร เราต้องแน่ใจว่าเก็บถั่วฝักยาวมาฝักหนึ่งเนี่ย เราสามารถยัดปากได้เลยเพราะเราไม่กลัวตาย"

นักวิชาการเกษตรวัยเกษียณผู้นี้ ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ไม่แตกต่างกันระหว่างเมื่อยังเป็นนักวิชาการนักวิจัยเดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อนำพันธุ์หมูไปให้เกษตรกรทดลองเลี้ยง กับการทำไร่นา สวนผัก คือ การวิจัย หรือทดลองทำซ้ำ ๆ ถึงสิ่งที่จะได้ผลดี

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ สมโภชน์เริ่มนำระบบ "สมาร์ทเกษตร" เซ็นเซอร์ควบคุมความชื้นในอากาศ มาใช้กับการปลูกผักตระกูลสลัด

เขาเล่าถึงต้นมะนาวทวาย ที่เมื่อครั้งยังรับราชการ มีคนเอามาให้ไว้ 10 ต้น เขาปลูกทั้งหมด แต่เหลือรอดเพียงต้นเดียวโดยที่ไม่ได้ประคบประหงม แต่ออกลูกดี มะนาวต้นนั้นจึงถูกขยายพันธุ์ไปอีก 300 ต้น จนกลายเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีมาถึงทุกวันนี้

"ไม่มีใครรู้ไปหมดทุกอย่าง อย่าไปอมความรู้ว่าไอ้นี่ สูตรพิเศษ ต้องกำเคล็ดลับไว้อย่าให้ใครรู้ คุณก็จะรู้อยู่แค่นั้น แล้วไอ้สิ่งที่คุณรู้ก็ไม่เพิ่มขึ้น เพราะไม่มีใครมาแบ่งปัน" สมโภชน์กล่าวถึงแนวคิดการทำสวนเกษตรที่พร้อมแลกเปลี่ยนแนะนำให้กับผู้สนใจ ในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้

"เราทำแบบนี้มันเหมาะกับเรา แต่ถ้าคุณจะเอาไปทำ คุณต้องปรับใหม่"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

กำไรคือความสุข

สมโภชน์ กล่าวว่า ในวันนี้ ภาษีที่ดินยังไม่มีผลกระทบ แต่หากในอนาคตกฎหมายภาษีที่ดินบังคับใช้ ก็ต้องประเมินอนาคตของที่ดิน 50 ไร่อีกครั้ง

"ต้องกลับมาดูว่าการทำมาหากินแบบนี้ ความสุขของเรามีแบบนี้ หากเสียภาษีที่ดินปีละ 4-5 ล้านบาท เราจะยังหาความสุขได้อยู่ไหม ถ้าเริ่มเป็นทุกข์เพราะว่าต้องหาเงินมาเสียภาษีที่ดิน คงต้องขายเพื่อมาเสียภาษี" สมโภชน์ กล่าว

"สิ่งที่มีคือความสุขที่เราเดินทางมา แล้วพอถึงวันที่เต็มโครงการที่เราคิดเอาไว้ เงินอาจจะคืนมา มันอาจจะขาดทุนกับสิ่งที่เราลงไป แต่มูลค่าของที่ดินที่ส่งถึงลูกถึงหลาน ก็มีกำไรจากจุดนั้นเข้ามาแทนที่ คุณนึกออกไหม" เกษตรกรชาวกรุงเทพฯ ทิ้งท้าย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม