จากผู้ป่วย โรคซึมเศร้า สู่เจ้าของคาเฟ่สุนัขที่ช่วยบำบัดจิตใจ

  • 9 ตุลาคม 2018
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สุนัขบำบัด ขจัดโรคซึมเศร้าได้จริง ?

"สุนัขเป็นคนในครอบครัว เป็นทุกอย่างที่ทำให้เรามีความสุข" ชลธิชา ลาภผาติกุล เจ้าของ บิ๊ก ด็อก คาเฟ่ (Big Dog Cafe) เล่าถึงที่มาของการอยากแบ่งปันความอัศจรรย์ของเพื่อนตูบสี่ขา ที่ช่วยให้เธอผ่านช่วงวิกฤตสุดในชีวิตมาได้

"ยุ้ยเคยอกหัก เครียด ปัญหารุมเร้า กินยาหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล หากไม่ทานยารักษา จะมีอาการประสาทหลอน เรียกว่าขาดยาไม่ได้เลย" ชลธิชา เปิดใจถึงช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต จนจิตแพทย์แนะนำให้หาอะไรที่ชอบทำ ซึ่งนำมาสู่การเลี้ยงสุนัขที่ช่วยให้ชีวิตของเธอดีขึ้น

จากสุนัขไม่ใหญ่ มาเป็นหมาใหญ่ขนาดยักษ์และหายาก แล้วยังเพิ่มจำนวน จนวันนี้ เธอมีสุนัขมากถึง 40 ตัว เปิดเป็นคาเฟ่หมาใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ไม่ไกลจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

ชลธิชาเปิดเผยว่า แม้คาเฟ่ของเธอมีสุนัขหายากและแปลกอยู่เยอะ สื่อมาทำข่าวทำรายการบ่อยๆ แต่เธอไม่ได้หวังเม็ดเงิน เพราะเธอทำธุรกิจด้านความงามเป็นหลัก ส่วน Big Dog Cafe นั้น เป็นเพียงธุรกิจเสริม ซึ่งรายได้เกือบทั้งหมด ใช้ไปกับการดูแลสุนัขเหล่านี้ เดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงาน คนดูแลสัตว์ และการฝึกฝนสุนัข ให้เป็นมิตร เข้าหาคนง่าย หากเดือนไหนมีกำไร ชลธิชาจะนำไปบริจาคให้มูลนิธิเพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัด

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ร้าน Big Dog Cafe มีสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่หายากหลายชนิด ทุกตัวได้รับการดูแลอย่างดี

"สุนัขเป็นลูก เป็นเพื่อน แฟน สามี เรียกว่าเป็นคนในครอบครัว เป็นทุกอย่างที่ทำให้เรามีความสุข เวลากลับบ้านมา เค้านี่แหละที่รอคอยเราอยู่" เจ้าของร้านหมาใหญ่ ที่ลงทุนนำเข้าสุนัขเหล่านี้รวมกว่า 4 ล้านบาท กล่าวกับบีบีซีไทย

คาเฟ่หมาใหญ่ สู่บำบัดโรคทางจิต เป็นธุรกิจเพื่อสังคม

ณัฐพร ศรีลา ผู้นำเข้าสุนัขเหล่านี้ให้ชลธิชา และผันตัวมาเป็นหุ้นส่วนร้าน กล่าวว่าเป้าหมายแรกเริ่มของ Big Dog Cafe คือ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่และหายาก จากทั่วทุกมุมโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสกับน้องหมาอย่างใกล้ชิด

แต่เปิดร้านได้ 3 เดือน ณัฐพร พบว่า คาเฟ่ของพวกเขาช่วยเหลือสังคมได้ด้วย

"ลูกค้าคนหนึ่งมาบอกว่า เธอเป็นโรคซึมเศร้า พอมาเล่นกับสุนัขที่ร้านแล้วดีขึ้น เลยพาพ่อแม่มา พวกเขาก็ขอบคุณ แล้วบอกว่า ลูกสาวลดยาได้ ร่าเริงขึ้น คุยกับคนในครอบครัวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ลูกค้าคนนี้ก็ยังมาอยู่เป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง" ณัฐพร ระบุ

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ลูกค้าเล่นกับสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่างใกล้ชิด สุนัขทุกตัวได้รับการฝึกให้เชื่องและปลอดภัย
Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ไม่เพียงสุนัขใหญ่ แต่ Big Dog Cafe ยังมีสุนัขพันธุ์เล็กและขนาดกลางที่น่ารักอีกหลายตัว ยกตัวอย่าง สุนัขพันธุ์อากิตะตัวนี้

ปากต่อปาก นานวันเข้า ลูกค้าที่สุ่มเสี่ยงเป็นโรคทางจิตเวช เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น เมื่อจิตใจดีขึ้น ก็เปิดใจเล่าฟังว่า สุนัขเหล่านี้ช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างไร

ชลธิชา เสริมว่า สุนัขแต่ละพันธุ์มีลักษณะเด่นที่เหมาะกับการบำบัดโรคแต่ละชนิดเช่น แอร์เดล เทอร์เรีย ที่เข้าใจความรู้สึกของเจ้าของได้ดี ในสหรัฐฯ สุนัขพันธุ์นี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า เป็นโรคชรา หรืออัลไซเมอร์

นอกจากมิตรภาพจากสุนัขแล้ว ทางร้านยังจัดกิจกรรมบรรยายธรรมแก่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เพราะมองว่า การฝึกสมาธิและการอยู่กับปัจจุบัน เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้อาการทุเลาลงได้

นักจิตวิทยาเห็นด้วย

ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การเลี้ยงสัตว์ช่วยเยียวยาจิตใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้จริง เพราะสร้างความผูกพัน ทำให้ผู้เลี้ยงรู้สึกมีคุณค่า ไม่โดดเดี่ยว

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย

นอกจากน้องหมาแล้ว ม้าก็ถูกนำมาใช้ในการบำบัดเด็กออทิสติก จากการที่เด็กอยู่ในโลกของตนเอง

"พอเด็กขึ้นไปบนหลังม้า ม้าตัวใหญ่ เค้าอยู่บนที่สูง เด็กก็จะเริ่มสัมผัสกับม้า ทำให้เขาเริ่มติดต่อกับโลกภายนอก แทนที่จะอยู่แต่กับในโลกของตนเอง"

ดร.พนมพร ซึ่งยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย องค์กรอาสาสมัครให้การปรึกษาทางโทรศัพท์ป้องกันการฆ่าตัวตาย เตือนว่า ถ้าเป็นผู้ป่วยขั้นรุนแรง ที่ไม่สนใจแม้แต่จะดูแลตัวเอง การเลี้ยงสัตว์อาจกลายเป็นการทารุณสัตว์ เพราะสุนัขต้องการการดูแล ให้ข้าวให้น้ำ ถ้าถูกละเลยก็จะเป็นอันตรายได้

สัตว์เลี้ยงบำบัด อาจไม่ใช่สำหรับทุกคน

ผศ.นพ. ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การบำบัดด้วยสุนัขอาจใช้ไม่ได้กับทุกคน

"แล้วถ้าเป็นคนไม่ชอบสุนัขล่ะ การบำบัดทางจิตนั้น อยู่บนรากฐานการตกลงกัน ไม่ใช่บีบบังคับ ดังนั้น เล่นกับสุนัขได้ผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย" นายแพทย์ภุชงค์ กล่าวกับบีบีซีไทย

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ลูกค้าเล่นกับสุนัขอย่างใกล้ชิด

อาจารย์หมอที่รับผู้ป่วยจิตเวชวันละกว่า 10 รายแนะนำว่า การบำบัด เป็นเหมือนการทดลองนำตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อม หรือทำกิจกรรมใหม่ๆ ยกตัวอย่าง การได้ใกล้ชิดกับสุนัขหลายๆตัว อย่างที่ Big Dog Cafe หากพบว่าตัวเองผ่อนคลาย มีความสุขขึ้น ก็แนะนำให้ทำต่อไป หรืออาจพิจารณาเลี้ยงสุนัขเองก็ได้ แต่ไม่อยากให้ปักใจเชื่อว่า เมื่อเป็นโรคซึมเศร้าแล้วต้องเลี้ยงสัตว์เสมอไป

แต่อาจารย์แพทย์จุฬาฯ เตือนว่า ถ้าเป็นโรคซึมเศร้า แล้วคิดจะเลี้ยงสัตว์ ต้องมีความพร้อมด้านจิตใจด้วย "เมื่อวานผมมีคนไข้รายหนึ่ง เป็นหญิงอายุพอสมควร รักษาโรคซึมเศร้าจนดี ลดยาไปเยอะมาก แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนสุนัขเสีย พอมานั่งหน้าผม ร้องไห้ทันที เขาบอกมันไม่ไหวแล้ว เคว้งคว้าง ผมเลยต้องเพิ่มยาที่ช่วยให้อารมณ์เขาสงบได้"

เส้นแบ่งที่เลือนราง ระหว่างโรคซึมเศร้ากับปัญหาชีวิต

ผศ.นพ. ภุชงค์ อธิบายว่าโรคซึมเศร้าในนิยามทางการแพทย์ คือ สมองมีปัญหา ทำงานผิดปกติ ดังนั้น การรักษาทางจิตเวช จะใช้ยาปรับสารเคมีในสมอง จะเรียกว่า "ซ่อมสมอง" ก็ได้ แต่ก็ใช่ว่า จะต้องใช้ยาเท่านั้นถึงจะได้ผล

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผศ.นพ. ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"ผมมีเคสหนึ่ง เป็นหญิงวัยกลางคน ทะเลาะกับสามีบ่อยครั้ง จนหงุดหงิด กังวล เครียด บ่นกับตัวเองว่า ไม่น่าแต่งกับเขาเลย เรียกว่ามีอาการตามเกณฑ์โรคซึมเศร้าทุกอย่าง แต่พอสามีเสียไป เธอกลับหาย แล้วเอายามาคืน"

"ไม่ใช่แค่การแก้ความไม่สุข ด้วยการทำให้มีความสุข ถ้าเช่นนั้นถามว่า การดื่มสุรา ทำกิจกรรมเบี่ยงประเด็นไปวันๆ ซึ่งก็ช่วยได้จริงนะ แต่มันไม่ได้เปลี่ยนอะไร คุณต้องถามตัวเองว่า ต้องการ get better หรือ feel better ถ้าแค่อยาก รู้สึกดีขึ้น โลกนี้มีให้คุณเลือกมากมาย"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม