คดีข่มขืนเกาะเต่า: แม่นักท่องเที่ยวหญิงอังกฤษยังติดใจหลังตำรวจไทยยุติคดี

  • 17 ตุลาคม 2018
คนนั่งริมหาดบนเกาะเต่า Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ "ฉันขอเตือนคนหนุ่มสาวทั้งหลายให้อยู่ห่างจากเกาะเต่า ฉันไม่รู้สึกปลอดภัยที่จะกลับไปที่นั่นอีกแล้ว" นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะเต่าให้สัมภาษณ์กับสื่อ

หลังตำรวจไทยแถลงยุติการสืบสวนคดีข่มขืนของหญิงนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษโดยระบุว่าหลักฐานไม่เพียงพอ แต่แม่ของหญิงดังกล่าวตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบหลักฐานและสอบพยานของตำรวจไทย

ผ่านไปกว่า 3 เดือนหลังเกิดเหตุที่หญิงนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 19 ปี อ้างว่าถูกมอมยา ถูกลักทรัพย์ และถูกข่มขืนบนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวันที่ 25 มิ.ย. ล่าสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยวได้ออกแถลงการณ์ยุติการสืบสวนคดีดังกล่าวด้วยเหตุผล 3 ประการ

หนึ่ง ผู้เสียหายไม่สามารถชี้จุดเกิดเหตุหรือบริเวณใกล้เคียงได้หลังจากให้ดูภาพถ่ายทางอากาศ สอง ผู้เสียหายไม่สามารถอธิบายลักษณะผู้ต้องสงสัยได้อย่างเพียงพอ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถสืบสวนต่อได้ สาม ผู้เสียหายไม่สามารถเล่ารายละเอียดการประทุษกรรมหรือพฤติกรรม​ของคนร้ายที่กระทำความผิดได้

เว็บไซต์ข่าวของพีพีทีวีเฮชดี36 รายงานว่า ด้วยความร่วมมือกับสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ทางตำรวจได้เดินทางไปถึงประเทศอังกฤษเพื่อสอบปากคำผู้เสียหาย และยังได้พยานอีกหนึ่งชิ้น เป็นเสื้อยืดคอกลม ที่ผู้เสียหายอ้างว่าใส่ในวันเกิดเหตุ และจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่พบคราบอสุจิ แต่มีดีเอ็นเอของบุคคล 2 คน เป็นผู้หญิง 1 คน และชาย 1 คน

ด้านนางซาราห์ (สงวนนามสกุล) แม่ของผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยผ่านทางอีเมลว่า ลูกสาวของเธอ "จะอธิบายการทำร้ายที่เกิดขึ้นได้อย่างไรหากถูกมอมยาและไม่ได้สติอยู่"

เธอบอกว่า ลูกสาวเธอจำได้ว่าเห็นผู้ชายไทยคนหนึ่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะเดินจากไป ละมันเป็นเรื่องยากมากที่ใครสักคนจะรู้ล่วงหน้าว่าการจดจำชั่วขณะนั้นได้จะสำคัญแค่ไหน

ซาราห์บอกต่อว่า เสื้อยืดจากวันเกิดเหตุไม่ได้ถูกตรวจสอบอย่างดีพอ และนั่นเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ตำรวจไทยรับพิจารณา นอกจากนี้ เธอจากตั้งคำถามถึงพยานรายอื่น ๆ ในวันเกิดเหตุ เช่น ผู้ที่เดินทางไปกับเธอในวันนั้น ว่าทางตำรวจได้ไปสอบพยานเหล่านั้นบ้างหรือเปล่า

"ฉันตั้งคำถามกับวิธีการที่ตำรวจท่องเที่ยวจัดการกับคดีนี้ มากล่าวหาลูกสาวฉันว่าเป็นคนโกหก" ซาราห์กล่าวพร้อมกับกล่าวว่า หากตำรวจบอกว่าคดีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้จริง พวกเขาต้องยกเลิกหมายจับที่ออกกับผู้ที่ตีพิมพ์เผยแพร่บทความเรื่องดังกล่าวด้วย

เมื่อต้นเดือน ก.ย. ผู้เสียหายได้ให้สัมภาษณ์กับ เว็บไซต์ข่าว เดอะ ไทม์ส ของอังกฤษว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยพยายามทำให้เธอเสียชื่อเสียงอย่างเปิดเผยมากกว่าที่จะช่วยสอบสวนคดีของเธอ และไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นหรือช่วยตรวจหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมยังกล่าวเตือนคนหนุ่มสาวไม่ให้ไปเที่ยวเกาะเต่าอีกด้วย