เจ้าสัววิชัย: อนาคตอาณาจักรคิง เพาเวอร์ในยามไร้ราชา วิชัย ศรีวัฒนประภา

  • 3 พฤศจิกายน 2018
อาคารคิว เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

อาณาจักรมูลค่านับแสนล้านที่สร้างขึ้นโดย วิชัย ศรีวัฒนประภามาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี จากธุรกิจดิวตีฟรีรายใหญ่เพียงผู้เดียวในประเทศถึงคราวที่ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อร่างสร้างตัวมา เมื่อผู้ปลุกปั้นธุรกิจนี้ต้องจากไปอย่างไม่คาดฝัน

วิชัยในวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจสินค้าปลอดภาษีคิง เพาเวอร์และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ เสียชีวิตลงจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ข้างลานจอดรถของสนามฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทิ้งธุรกิจมูลค่ากว่า 1 แสนล้านไปให้ลูก ๆ 4 คนรับช่วงต่อ

คำถามที่ตามมาคือ วันที่ไร้เงาวิชัย นักธุรกิจผู้มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับนักการเมืองโดยไม่แบ่งค่ายรวมทั้งกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว อนาคตอาณาจักรธุรกิจคิง เพาเวอร์ จะเป็นเช่นไร เมื่อบีบีซีไทยสอบถามไปยังฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัทแห่งนี้ ได้คำตอบว่า "ผู้บริหารยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ในขณะนี้"

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ด้านความเสี่ยงและนักวิชาการด้านการเมืองบอกว่า นี่คืออาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจตระกูลศรีวัฒนประภา ที่ถือว่ามีความมั่งคั่งเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศจากการจัดอันดับความมั่งคั่งโดยนิตยสารฟอร์บส์ วิชัยถือเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของไทยในปี 2561 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.62 แสนล้านบาท

Image copyright BBC Sport

สินค้าปลอดภาษี คือ เส้นเลือดใหญ่

หากพิจารณาโครงสร้างธุรกิจของเครือคิง เพาเวอร์ ธุรกิจเกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีและอากร หรือ "ดิวตี้ ฟรี" สร้างเม็ดเงินมากที่สุด

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ผลประกอบการของธุรกิจในเครือคิง เพาเวอร์ ที่ ในปี 2560 รายได้รวมจากบริษัทในเครือ 9 แห่ง มีกว่า 104,520 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิมากกว่า 7,873 ล้านบาท

ธุรกิจเกี่ยวข้องกับดิวตี้ฟรีมีอะไรบ้าง

  1. บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีรายได้รวม 56,151 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,944 ล้านบาท
  2. บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด มีรายได้รวม 35,633 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,838 ล้านบาท
  3. บริษัทคิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี จำกัด มีรายได้รวม 5,467 ล้านบาท กำไรสุทธิ 248 ล้านบาท
  4. บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด มีรายได้รวม 5,324 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,764 ล้านบาท
  5. บริษัท คิง เพาเวอร์ มาเก็ตติ้ง แอนด์ เมเนจเมนท์ จำกัด มีรายได้รวม 404 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 144 ล้านบาท
  6. บริษัท คิง เพาเวอร์ โฮเทล เมเนจเมนท์ จำกัด มีรายได้รวม 665 ล้านบาท กำไรสุทธิ 42 ล้านบาท
  7. บริษัท คิง เพาเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มีรายได้รวม 863 ล้านบาท กำไรสุทธิ 117 ล้านบาท
  8. บริษัท คิง เพาเวอร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด มีรายได้รวม 9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 703,535 บาท
  9. บริษัท คิง เพาเวอร์ เอวิเอชั่น จำกัด มีรายได้รวม 216,701 บาท กำไรสุทธิ 162,083 บาท
  10. บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด ยังไม่มีการรายงานรายได้และกำไร เนื่องจากเพิ่งก่อตั้งเมื่อ เมื่อ 11 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา
Image copyright Reuters

"กลยุทธ์แทงกั๊ก"

นายจอร์จ แม็คคลาวด์ นักวิเคราะห์อิสระด้านความเสี่ยงทางการเมืองบอกกับบีบีซีไทยว่า การที่นายวิชัยสามารถรักษาสัมปทานได้จนถึงทุกวันนี้ ล้วนเป็นผลพวงมาจากความสัมพันธ์ทางการเมืองที่มีต่อรัฐบาลยุคต่าง ๆ

Image copyright นายจอร์จ แม็คคลาวด์
คำบรรยายภาพ นายจอร์จ แม็คคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมือง

"นี่เป็นสัมปทานรัฐบาลที่ได้กำไรมากที่สุดแห่งหนึ่งในไทย และแม้กระทั่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรากำลังพูดถึงธุรกิจที่ทำง่ายมาก มันไม่ต้องการการลงทุน เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม มันเป็แค่การเปิดร้านขายของหลาย ๆ ร้านในสนามบิน ถือว่าเป็นเครื่องปั๊มเงินเลยแหละ" นายแม็คคลาวด์ กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระและที่ปรึกษาศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ในแง่กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจนั้น เจ้าของคิง เพาเวอร์ ก็ไม่ได้แตกต่างจากนักธุรกิจคนอื่นด้วย "กลยุทธ์แทงกั๊ก" ที่จะสามารถสานสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มมีอำนาจได้ทุกฝ่าย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่นของวิชัย

ความมีน้ำใจของวิชัยต่อทุกวงการ ทำให้คิง เพาเวอร์ผ่านร้อน ผ่านหนาว ไม่หวั่นไหวต่อคลื่นลมทางการเมือง ไม่ว่าใครขึ้นมามีอำนาจ แม้ว่าสัมปทานผูกขาดที่ได้มานั้น มาจากรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร 2 ปีก่อนถูกรัฐประหาร แม้นทหารใช้กำลังเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนถึง 2 ครั้งในเวลาต่อมา แต่สัญญาสัมปทานก็ไม่เคยเปลี่ยนมือ

Image copyright สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
คำบรรยายภาพ รศ. ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระและที่ปรึกษาศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไม่หวั่นไหวต่อการตรวจสอบ

เม็ดเงินในธุรกิจที่หลั่งไหลเข้าสู่อาณาจักรคิง เพาเวอร์ พร้อมกับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นำมาซึ่งเสียงวิจารณ์ของสังคมและการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐบางแห่งที่เห็นว่าสัญญาสัมปทานบริหารพื้นที่ในสนามบินสุวรรณภูมิของคิง เพาเวอร์ได้มาโดยผิดกฎหมาย เช่นเมื่อปี 2550 มีการตรวจสอบโดยหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานภายใต้รัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ต่อมา ในปี 2554 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ยกเลิกข้อหาทุจริตที่มีต่อคิง เพาเวอร์ และบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด

และในกรณีล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษา ยกฟ้องคดีที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ กล่าวหาว่า ผู้บริหารของบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เอื้อประโยชน์ให้คิง เพาเวอร์จ่ายค่าตอบแทนไม่เป็นไปตามสัญญา โดยเหตุผลการยกฟ้องนั้น ศาลให้เหตุผลว่านายชาญชัยไม่มีอำนาจฟ้องและไม่ใช่ผู้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

วิชัยเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแพรวฉบับเดือน ก.ย. 2557 ว่า

"มีหลายคนถามว่าทำไมผู้ใหญ่ชอบผม ซึ่งมาจากเขามองแล้วเหมือนผมมีโอกาสมากกว่าคนอื่น ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เขาอาจเอ็นดูผม เพราะพูดตรงไปตรงมา ไม่มีบัญชีหนึ่ง บัญชีสอง ขณะเดียวกันก็มีหลายคนอีกที่บอกว่าผมล็อบบี้เก่ง ไปคุยกับรัฐบาลไหนก็ได้ ผมอยากบอกว่า ถ้าเราเป็นพ่อค้าแล้วไม่รู้จักผู้ใหญ่ ไม่รู้จักรัฐบาลเลย คนนั้นโกหกคุณ ไม่มีนักธุรกิจคนไหนนั่งอยู่เฉยๆ รอให้เขาเอาสัมปทานมาให้ แม้แต่เมื่อได้มาแล้วก็ต้องไปบอกเขาว่าเราจะทำอย่างไรต่อไปที่จะคืนผลประโยชน์กลับให้ประเทศสูงสุด ซึ่งถ้าเราทำให้เขาเชื่อได้ โอกาสจึงจะมี"

Image copyright Reuters

สิ้นบารมีพ่อ ลูกจะสานต่ออย่างไร

ทั้ง รศ. ดร. สมชาย และ นายแม็คคลาวด์ เห็นพ้องว่าความสามารถผู้บริหารรุ่นลูกในการสานต่อสายสัมพันธ์ทางการเมือง จะเป็นได้แบบเดียวกับกับผู้พ่อหรือไม่

"ในวงการธุรกิจ นายอัยยวัฒน์ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมองว่าเขายังไม่สามารถแยกออกจากเงาแห่งความสำเร็จของพ่อ " นายแม็คคลาวด์กล่าว

"นี่เป็นสถานการณ์ที่คิง เพาเวอร์ ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการสืบทอด" เขาย้ำ

รศ.ดร.สมชายมองว่า ในเรื่องการบริหารงานลูกทั้ง 4 คนของวิชัยได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารงานในธุรกิจระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งน่าจะทำให้พวกเขาเข้าใจในธุรกิจบางแล้ว ยกตัวอย่าง อัยยวัฒน์ ที่ตอนนี้ยังเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และรองประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ นอกจากนี้ที่ผ่านมายังจ้างผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ บริหารงานในธุรกิจต่าง ๆ มาแล้วไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม หรือค้าปลีก สโมสรฟุตบอลในต่างประเทศ อย่างเลสเตอร์ ซิตี้ประสบความสำเร็จได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2559

"แต่คำถามใหญ่คือ บารมีหรือการสานต่อและรักษาความสัมพันธ์ทางการเมืองกับผู้มีอำนาจจะเป็นอย่างไร ณ ตอนนี้ยังเป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้" รศ.ดร. สมชายกล่าว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า วิชัยจะวางแผนวางมือจากธุรกิจสักพักแล้วในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแพรวเมื่อ 5 ปีก่อน เขายอมรับว่าเขาตั้งใจจ้ะเกษียณตั้งแต่อายุ 50 ปี แต่เนื่องจากว่าช่วงนั้นบริษัทยังประสบกับปัญหาบางประการเขาจึงต้องเข้าร่วมประชุมกับกลุ่มผู้บริหารเป็นบางครั้ง

"จริงๆ ผมเกษียณตั้งแต่อายุห้าสิบแล้ว.... ใครที่มีความสามารถก็ให้เขาขึ้นมา เขาจะได้ไม่มีความรู้สึกว่าผมผูกบริษัทไว้คนเดียว แต่เผอิญตอนผมอายุห้าสิบเป็นช่วงที่บริษัทมีปัญหามากมาย คำว่าเกษียณของผมจึงยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งผมต้องประชุมหนึ่งครั้งกับทีมผู้บริหารซึ่งมีราว 600 คน เพื่อแถลงนโยบายและบัดเจ็ท.." เขากล่าวไว้

Image copyright Reuters

แผนของพ่อ

การรักษาธุรกิจดิวตี้ฟรี ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจครอบครัว ถือเป็นภาระหน้าที่สำคัญของกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ของคิง เพาเวอร์ ในขณะที่การเสียชีวิตของวิชัยอย่างกระทันหันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง ภายหลังจากปีที่แล้ว กลุ่มคิง เพาเวอร์จัดแถลงข่าวโดยอัยยวัฒน์ เรื่องยุทธศาสตร์ธุรกิจ 5 ปี (ปี 2560 - 2564) ภายใต้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายยอดขาย 1.3-1.4 แสนล้านบาท เพื่อส่งให้ คิง เพาเวอร์"ขึ้นสู่ทำเนียบท็อป 5 ในธุรกิจดิวตี้ฟรีระดับโลก จากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว

แผนธุรกิจดังกล่าวประกอบด้วย การขยายดิวตี้ฟรีทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาแพลตฟอร์มขายสินค้าบนโลกออนไลน์ การเพิ่มยอดขาย และการเข้าประมูลดิวตี้ฟรีทั้งในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภาใหม่ เนื่องจากอายุสัญญาสัมปทานพื้นที่เช่าร้านค้าดิวตี้ฟรีของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ในอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 ของสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงท่าอากาศยานในภูมิภาคอีก 3 แห่ง (เชียงใหม่ หาดใหญ่ และภูเก็ต) กับ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กำลังจะหมดลงพร้อมกันภายในเดือน ก.ย. ปี 63

สำหรับการประมูลพื้นที่อาคารหลังที่ 1 ของสนามบินสุวรรณภูมิโดย ทอท.คาดว่าจะเริ่มต้นภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะรวมพื้นที่กับอาคารหลังที่ 2 ด้วย ซึ่งทำให้พื้นที่ภายใต้สัมปทานใหม่รวมเป็น 57,000 ตารางเมตร เพื่อให้เอกชนที่ชนะการประมูลสามารถเข้าไปปรับปรุงหรือก่อสร้างร้านค้าก่อนการเริ่มเปิดใช้บริการ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กลุ่มคิง เพาเวอร์ ทุ่มทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ซื้อโครงการมหานครในส่วนของโรงแรม จุดชมวิว และอาคารร้านค้า พร้อมเปลี่ยนชื่อตึกเป็น "คิง เพาเวอร์มหานคร" จากบริษัทเพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE)และบริษัทในเครือ อีกด้วย

ผู้เล่นรายใหม่จ่อคิวแข่งประมูลธุรกิจผู้ขาด

อย่างไรก็ตาม ไม่มีเพียงกลุ่มคิง เพาเวอร์เท่านั้น ที่จะเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ การแข่งขันน่าจะดุเดือดมากขึ้นเนื่องจากมีทั้งกลุ่มนักลงทุนของไทยและต่างชาติ สนใจเข้ามาร่วมชิงชัยด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี ของเกาหลีใต้และถือว่าเป็นผู้ให้บริการธุรกิจดิวตี้ฟรีรายใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก ส่วนกลุ่มทุนในไทยที่ปรากฏรายชื่อมาแล้วคือ กลุ่มเดอะมอลล์ กลุ่มเซ็นทรัล และ บมจ.การบินกรุงเทพ เจ้าของธุรกิจสายการบินบางกอกแอร์เวยส์

ความท้าทายดังกล่าวถือว่าเป็นการเดิมพันที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่แผนการขยายธุรกิจออกจากธุรกิจดิวตี้ฟรีไปยังธุรกิจอื่น ๆ ยังไม่เห็นผลมากนัก ซึ่งนายแม็คลลาวด์มองว่า การขายหุ้นส่วนใหญ่ออกจากสายการบินไทยแอร์เอเชีย สะท้อนให้เห็นว่าคิง เพาเวอร์ไม่ประสบความสำเร็จเมื่อต้องเจอกับสภาพการแข่งขัน

"ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง"

ด้าน นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ลูกคนเล็กของนายวิชัย โพสต์ผ่านอิสตาแกรมส่วนตัวเมื่อวันที่ 31 ต.ค. หลังการจากไปของนายวิชัย ว่า นายวิชัยสอนผมให้เขาเข้มแข็งและเป็นคนดูแลครอบครัวมานานมาก เขาจะดูและรักษาธุรกิจให้ดีเท่าที่ความสามารถจะทำได้ และ จะไม่ทำให้ "คุณพ่อผิดหวังในตัวผม"

"ผมขอขอบคุณทุกคนจากใจครับ ครั้งนี้มันทำให้ผมรู้ว่า คุณพ่อยิ่งใหญ่ระดับโลกและอยู่ในหัวใจของหลายคนมาก ๆ ผมภูมิใจที่ได้เกิดมามีพ่อที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ผมเป็นคนที่รับไม้ต่อจากคุณพ่อ ผมจะไม่มีทางทำให้คุณพ่อผิดหวังครับ และ ผมเชื่อว่าทุกคนจะสนับสนุนผมไม่มากก็น้อยในทุก ๆ ด้าน ผมขอขอบคุณทุกข้อความที่ส่งมาและให้กำลังใจจากทุกที่ครับ"

ชิงดิวตี้ฟรี อู่ตะเภา-สุวรรณภูมิ : ทุนใหญ่ไทย-สิงคโปร์-เกาหลีใต้ vs คิง เพาเวอร์

ฐานเศรษฐกิจ รายงานอ้างแหล่งข่าวระดับสูงจากกองทัพเรือ (ทร.) ว่า สนามบินอู่ตะเภาอยู่ระหว่างการเปิดประมูลโครงการดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ (รีเทล) มูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี มีเอกชนซื้อซองประกวดราคาแล้ว 7 บริษัท

ส่วนดิวตี้ฟรี มีเอกชนยื่นซอง 5 ราย ได้แก่ 1. คิง เพาเวอร์ 2. เซ็นทรัล ดีเอฟเอส คอนซอร์เทียม กลุ่มเซ็นทรัลร่วมกับทุนสิงคโปร์ 3. ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (เกาหลีใต้) 4. กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส และ 5. สรรพสินค้าเซ็นทรัล ขณะที่พื้นที่รีเทล มี 7 บริษัท มี ซีเล็ค เซอร์วิส พาร์ทเนอร์ และ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่มจากกลุ่มบริษัทที่ยื่นซองดิวตี้ฟรี

"การที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่สนใจเข้าประมูลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การเปิดประมูลดิวตี้ฟรีและรีเทลสนามบินสุวรรณภูมิ กลุ่มทุนเหล่านี้จะต้องเข้าร่วมอย่างแน่นอน" นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ระบุ

"โดยเฉพาะทุนต่างชาติที่เข้ามาร่วมกับทุนไทย อาทิ เซ็นทรัลที่ร่วมกับดีเอฟเอส สิงคโปร์ ซึ่งบริหารสนามบินชางงี ก็สนใจเข้าประมูล , กลุ่มดิวตี้ฟรีเกาหลีอย่าง ล็อตเต้ ก็เข้าประมูลแน่นอน หลังจากเตรียมการมาระยะหนึ่ง ซึ่งเจ้าของสัมปทานเดิม คิง เพาเวอร์ ต้องเจอคู่แข่งขันที่น่ากลัวด้วยเช่นกัน"

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เสนอนายกฯ ใช้ข้อตกลงคุณธรรม ประมูลดิวตี้ฟรีรอบใหม่

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ส่งหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เพื่อขอให้ใช้ "ข้อตกลงคุณธรรม" ในการประมูลโครงการร้านค้าปลอดภาษีและอากรหรือดิวตี้ฟรีครั้งใหม่

ข้อตกลงคุณธรรม เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 เพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ จัดทำเป็นข้อตกลงลายลักษณ์อักษรระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายผู้ประกอบการภาคเอกชน และผู้สังเกตการณ์อิสระ

หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการฯ ต้องตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริต และเปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้สังเกตการณ์อิสระ รวมทั้งยินยอมให้ผู้สังเกตการณ์อิสระ สังเกตการณ์การทำงานจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน ตั้งแต่จัดทำร่างขอบเขตงาน จนส่งมอบงานสิ้นสุดโครงการ

หากพบความผิดปกติ ผู้สังเกตการณ์สามารถแจ้งหน่วยงานภาครัฐ และหากมีความเสียหายเกิดขึ้น อาจแจ้งหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ

รายงานข่าวชิ้นนี้ปรับปรุงเพิ่มเติมจากบทความเดิมเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2561