แต่งงานเพศเดียวกัน : มีอะไรในร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต เหตุใดกลุ่ม LGBT ถึงไม่เห็นด้วย

  • 10 พฤศจิกายน 2018
ขบวนพาเหรดรณรงค์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อสนับสนุนกฏหมายแต่งงานของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในปี 2015 Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai
คำบรรยายภาพ ขบวนพาเหรดรณรงค์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อสนับสนุนกฏหมายแต่งงานของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในปี 2015

กระทรวงยุติธรรม อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต หรือกฎหมายที่เปิดให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนใช้ชีวิตร่วมกัน ทว่านักกิจกรรมเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศบางส่วน มองว่า ยังเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะมีสิทธิอีกหลายที่ไม่เท่าเทียมกับคู่สมรสชายหญิง

แม้ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมอบสิทธิในการให้และรับมรดก การทำนิติกรรมและจัดการทรัพย์สินร่วมกัน ระหว่างคู่รักเพศเดียวกัน แต่มีอีกหลายประเด็นที่นักสิทธิเพื่อความหลากหลายทางเพศมีความกังวล

พ.ร.บ.คู่ชีวิต คืออะไร ?

ร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ. .... ที่มีบทบัญญัติทั้งหมด 70 มาตรา ระบุว่า การจดทะเบียนของคู่ชีวิต หมายความถึง บุคคลสองคน "เพศเดียวกันโดยกำเนิด" ซึ่งได้จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.คู่ชีวิต

ร่างกฎหมายนี้ จัดทำโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ในปี 2556 อันเป็นสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และมีการแก้ไขปรับปรุงร่างมาเป็นลำดับ ขณะนี้เป็นร่างที่ 3 และกำลังเปิดรับฟังความเห็น ตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 19 พ.ย. ผ่านทางเว็บไซต์กรมคุ้มครองสิทธิฯ

ชวินโรจน์ ธีรพัชรพร ทนายความและผู้เขียนวิทยานิพนธ์ เรื่อง "สิทธิความเสมอภาคในการสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย" สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อธิบายกับบีบีซีไทยว่า ตามกฎหมายครอบครัวของไทย ชื่อว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.)ใน มาตรา 1448 กำหนดเงื่อนไขอนุญาตให้เฉพาะบุคคล "เพศชาย" กับ "เพศหญิง" เท่านั้น ที่จะจดทะเบียนสมรสได้

Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai

เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้วจะมีสถานะเป็น "คู่สมรส" ตามกฎหมาย ได้รับสิทธิและหน้าที่จากการเป็นคู่สมรส ทั้งตาม ปพพ. และตามกฎหมาย ระเบียบอื่น ๆ จากภาครัฐและเอกชน

ชวินโรจน์ อธิบายว่า ในทางกฎหมาย คำว่า "แต่งงาน" แตกต่างกับคำว่า "สมรส" เพราะคำว่าแต่งงานหมายถึง การจัดพิธีแต่งงานทั่วไป ส่วนคำว่าสมรสหมายถึง ต้องมีการจดทะเบียนสมรสตาม ปพพ. เพื่อจะได้เป็นคู่สมรสตามกฎหมาย

ส่วนคำว่า "คู่ชีวิต"ไม่ใช่ "คู่สมรส"ตามกฎหมาย เนื่องจากยังไม่เคยมีกฎหมายใด ๆ ในประเทศไทยบัญญัติมาก่อน ดังนั้น การจดทะเบียนคู่ชีวิต จึงไม่ใช่การจดทะเบียนสมรสแต่อย่างใด

สิทธิที่ "คู่ชีวิต" ไม่เสมอภาคกับ "คู่สมรส"

ชวินโรจน์ ชี้ว่าสิทธิที่ขาดหายไปของคู่ชีวิตที่สำคัญ ได้แก่

  • สิทธิในการตัดสินใจในการรักษาพยาบาลและจัดการศพคู่รักอีกฝ่าย
  • การรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน สิทธิการปกครองบุตรร่วมกัน เพราะการรับบุตรบุญธรรมร่วมกันนั้น ตาม ปพพ. และ พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม บัญญัติว่า "คู่สมรส" ตาม ปพพ. เท่านั้นที่จะรับบุตรบุญธรรมร่วมกันและปกครองบุตรบุญธรรมร่วมกันได้
  • สิทธิการมีบุตรด้วยวิธีการอุ้มบุญ
Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai

นอกจากนี้เมื่อไม่ได้เป็น "คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย" ก็ส่งผลให้กฎหมายอื่น ๆ ที่ยึดโยงคำว่า คู่สมรส ตาม ปพพ. มิอาจมอบสิทธิให้กับ "คู่ชีวิต" ได้โดยอัตโนมัติ จนกว่ากฎหมายอื่น ๆ นั้นจะถูกแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิให้กับคู่ชีวิต ตาม พ.ร.บ. คู่ชีวิตในภายหลัง

สิทธ์เหล่านั้นได้แก่

  • การลดหย่อนภาษีจากการมีคู่สมรส
  • สิทธิในกองทุนประกันสังคมของคู่สมรส
  • การใช้ชื่อสกุลร่วมกับคู่สมรส
  • การเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแทนคู่สมรส
  • การรับสวัสดิการจากภาครัฐร่วมกับคู่สมรส
  • การตรวจลงตรา (วีซ่า) ในฐานะคู่สมรส ฯลฯ

คู่รักแอลจีบีทีเอาสิทธิแค่นี้ไปก่อน?

ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ แสดงความเห็นกับบีบีซีไทยว่า ร่าง3 นี้ได้ตัดสิทธิในหลายประเด็นออกจากร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ร่างแรกที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2556

"ไม่แน่ใจว่าเป็นความกลัวที่มาจากไหน อาจกลัวว่ากระทบสิทธิของคู่ต่างเพศแล้วจะมีการต่อต้าน ทั้งที่จริง ๆ คนที่เป็นคู่ต่างเพศไม่ได้เสียสิทธิอะไร" ฉันทลักษณ์กล่าวกับบีบีซีไทย "รัฐเสียประโยชน์อะไร สังคมเสียประโยชน์อะไรที่ให้ (สิทธิ) คู่เพศเดียวกันได้รับผลประโยชน์ที่พวกเขาควรจะได้บ้าง"

Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai

จุดยืนของฉันทลักษณ์ คือ แก้ไขกฎหมายสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่ง ให้เปลี่ยนคำจาก "ชาย-หญิง" เป็นการจดทะเบียนระหว่าง "บุคคล" ก็สามารถที่ครอบคลุมคู่เพศเดียวกัน และทำให้ได้สิทธิเท่าเทียมกัน

"เขา (รัฐ) ก็บอกตรง ๆ ว่าคู่ชีวิตไม่เท่ากับคู่สมรสจากที่อ่านในข่าว คู่นี้ยังไม่เท่าเทียมก็เอาสิทธิแค่นี้ไปก่อน ซึ่งจริง ๆ มันไม่ใช่ อะไรที่ทำให้ไม่เท่า ? เพราะมองว่าเป็นคู่เพศเดียวกันอย่างนั้นเหรอ?"

ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ บอกอีกว่า กลุ่มองคกรสิทธิ์ด้านความหลากหลายทางเพศกว่า 10 องค์กร เตรียมทำจดหมายเปิดผนึกแสดงความไม่เห็นด้วยต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้

เสียงจากกลุ่มนอน-ไบนารี (สำนึกทางเพศไม่ใช่ชายและหญิง)

มุมมองของนักสิทธิแอลจีบีที อย่างคณาสิต พ่วงอำไพ นักกิจกรรมปีกเยาวชนคนรุ่นใหม่ ภาคีนอนไบนารี มองว่า ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ไม่ครอบคลุมถึงทุกอัตลักษณ์ทางเพศ

คณาสิต ซึ่งเป็นหนึ่งในฝ่ายนโยบายความเสมอภาคทางเพศ พรรคอนาคตใหม่ บอกกับบีบีซีไทยว่า การที่ร่างฯ กล่าวถึงแค่คู่เพศเดียวกัน ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่ากฏหมายให้อำนาจแต่คนที่อยู่ในระบบสองเพศ และปฏิเสธตัวตนของเพศสภาพอื่นไปในสังคม อย่างคนข้ามเพศ (Transgender) และคนที่มีสำนึกทางเพศไม่ใช่ชายและหญิง (Non-binary)

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

คณาสิตเห็นว่าหากกฎหมายนี้ผ่านอาจเป็นประเด็นที่รับรองความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ว่าให้ความสำคัญกับความเสมอภาคทางเพศ แต่ในความเป็นจริงก็คือเนื้อหากฎหมายเป็นการเลือกปฏิบัติ

"หากกฎหมายผ่าน การจะแก้ไขในรอบต่อไปจะถูกตั้งคำถามจากสังคม ผู้คนจะมองว่าเราได้สิทธิ์ไปแล้วนี่ ทำไมถึงยังมาเรียกร้องเอาอีก"

นักกิจกรรมสิทธิแอลจีบีทีรายนี้ บอกว่า ควรจะแก้ไขกฎหมายสมรสปัจจุบันให้ครอบคลุมทุกคน

พ.ร.บ.คู่ชีวิตจะทำให้แอลจีบีที "เป็นพลเมืองชั้น 2"

ชวินโรจน์ก็เห็นพ้องว่าควรแก้ไข ปพพ.ของไทย ในมาตรา 1448 ให้อนุญาตให้ "บุคคลสองคน" ไม่ว่าจะมีเพศสภาพใดก็ตามสามารถจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งได้

เขาตั้งข้อสังเกตว่า การที่ พ.ร.บ.คู่ชีวิต แยกออกมาจากกฎหมายครอบครัวหลักของประเทศไทย ขัดต่อหลักความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมายซึ่งได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ และยังถือเป็นการตีตราซ้ำว่าบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ "เป็นพลเมืองชั้น 2" ที่จำยอมต้องใช้กฎหมายเฉพาะแยกต่างหาก

Image copyright Getty Images

อังกฤษ : คู่รักต่างเพศก็เป็นคู่ชีวิตได้

อังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศที่มี กฎหมายจดทะเบียนคู่ชีวิต (Civil partnerships) ตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งเปิดให้บุคคลเพศเดียวกันจดทะเบียนใช้ชีวิตร่วมกัน ก่อนที่จะผ่านกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2014

แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่า เตรียมจะแก้กฎหมายให้คู่รักต่างเพศ สามารถจดทะเบียนคู่ชีวิต เช่นเดียวกับคู่รักเพศเดียวกัน

"การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายนี้จะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของคู่รักต่างเพศ ที่ต้องการผูกมัดและทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นทางการ แต่ไม่เห็นความจำเป็นว่าต้องถึงขั้นแต่งงาน" นางเมย์ กล่าว

การให้สิทธิคู่รักต่างเพศจดทะเบียนเป็น "คู่ชีวิต" ได้ นอกเหนือจากการเป็น "คู่สมรส" ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า บุคคลสามารถผูกมัดกันทางกฎหมายได้ โดยไม่จำเป็นต้องกระทำผ่านสถาบันการแต่งงานหรือการประกอบพิธีทางศาสนา

นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดกว้างให้กับบุคคลที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแต่ไม่ได้เป็นคู่รัก สามารถจดทะเบียนคู่ชีวิตได้ด้วยเพื่อประโยชน์ทางสิทธิตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม