เลือกตั้ง 2562 : จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ ร่วมงาน ทษช. ประกาศพาฝ่ายประชาธิปไตยพ้นกับดัก รธน.

  • 19 พฤศจิกายน 2018
ทษช. Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

จาตุรนต์ และ แกนนำ นปช. สละพรรคเพื่อไทย สมัครสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ โดยให้เหตุผล "เพื่อให้พรรคนี้เป็นยานพาหนะของฝ่ายประชาธิปไตย" อันเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อเอาชนะเผด็จการ

เมื่อเข้าสู่ 7 วันสุดท้ายก่อนครบ "เส้นตาย" ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นักเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมืองภายในวันที่ 26 พ.ย. หากประสงค์จะลงสนามเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 2562

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นพ. เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง คือนักการเมืองกลุ่มล่าสุดที่เดินออกจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

พวกเขาให้เหตุผลตรงกันว่า "เพื่อให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยมีโอกาสชนะ"

"โจทย์ของฝ่ายประชาธิปไตยคือจะหยุดยั้งเผด็จการได้อย่างไร เพราะถ้าหยุดยั้งไม่ได้ ประเทศไทยจะตกอยู่ภายใต้อำนาจ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ไปอย่างน้อย 10-20 ปี" นายจาตุรนต์กล่าว

การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ทษช. ของนายจาตุรนต์ถูกระบุว่าเกิดขึ้นภายใต้หลัก "4 ไม่" คือ ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับแกนนำ พท., ไม่มีปัญหาแตกต่างทางอุดมการณ์, ไม่ใช่ไม่มีงานทำที่พรรคเก่า, ไม่ได้ออกจาก พท. เพื่อแก้ไขปัญหาส่วนตัว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

"ผมมาที่นี่ไม่ใช่เพราะหนีกับดักส่วนตัวมา แต่เพื่อให้พรรคนี้เป็นยานพาหนะของฝ่ายประชาธิปไตย"

นายจาตุรนต์ขยายความว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ โดยเฉพาะพรรคใหญ่ที่ถูกสกัดไม่ให้มีเสียงข้างมาก จึงเป็นเหมือนการซ่อน "ประตูกล" หรือ "กับดัก" เล่นงานพรรคการเมืองใหญ่ และก่อให้เกิดผลเสียต่อฝ่ายประชาธิปไตย เมื่อรู้ว่ามีหมากกลเช่นนี้ จึงขอเป็นคนหนึ่งที่นำฝ่ายประชาธิปไตยพ้นจากกับดักนี้ไปให้ได้ ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะได้เป็นรัฐบาล

เขาตั้งเป้าหมายว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ หรือ 251 เสียง เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจเผด็จการ

ต้องออกแบบการต่อสู้เพื่อเอาชนะกติกา

ในขณะที่แกนนำกลุ่ม "สามมิตร" ที่เพิ่งยกคณะเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) วานนี้ (18 พ.ย.) ระบุว่า "รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์ (ออกแบบ) มาเพื่อพวกเรา" ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บรรจง-บรรจุลงรัฐธรรมนูญ ได้สร้างปัญหาให้ พท. และมีการประเมินกันว่าพรรคหมดลุ้นได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นพ. เหวง โตจิราการ (จากซ้ายไปขวา)

นายณัฐวุฒิยอมรับว่า "กติกานี้ไม่ได้ออกแบบมาให้พวกเรา พวกเราจึงต้องออกแบบการต่อสู้ของเราเองเพื่อเอาชนะกติกานี้โดยสันติ"

คำพูดของเลขาธิการ นปช. เป็นคำพูดคล้ายคลึงกับที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการ พท. ชี้แจงกับสื่อมวลชน ในระหว่างนายจาตุรนต์เข้าอำลาเพื่อนร่วมพรรค ณ ที่ทำการ พท. โดยนายภูมิธรรมบอกว่า "สาเหตุที่มีสมาชิกพรรคลาออกไปนั้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนเพื่อพวกเรา แต่เขียนขึ้นมาเพื่อกลุ่มอื่น"

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แกนนำ พท. ได้คิดแก้โจทย์ "คณิตศาสตร์การเมือง" ด้วยการแตกพรรคสาขา หรือที่รู้จักในนามยุทธศาสตร์ "แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย" กำหนดให้ พท. เก็บคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต ส่วน ทษช. เก็บคะแนนเสียงที่เคยตกน้ำเพื่อนำไปนับรวมเป็นคะแนน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

แม้เป็นยุทธศาสตร์ที่คิด-ทำเพื่อ "ย้อนศร" รัฐธรรมนูญ แต่ก็ทำให้ทั้ง 2 พรรคสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่าดูถูกประชาชน ถึงขั้นกะเกณฑ์-กำหนดการตัดสินใจแทนประชาชน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายณัฐวุฒิอ้างว่า เท่าที่เคยคุยกับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร ทษช. ไม่เคยมีใครพูดเรื่องกะเกณฑ์ประชาชน หรือแบ่งบทกันเล่นระหว่าง 2 พรรค กับเขา ข้อสังเกตนี้อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

เผยเหตุย้ายพรรคยกตระกูล กลัวประชาชนสับสน

ตลอดเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ นายจาตุรนต์และนายณัฐวุฒิเดินสายพูดคุยกับมิตรสหายมากหน้า พวกเขาถูกท้าทายให้ขบคิด-ใคร่ครวญ-เปลี่ยนการตัดสินไปมาหลายหน

ที่สุดแล้ว นายจาตุรนต์ยกตระกูล "ฉายแสง" ออกจาก พท. ทั้งนายวุฒิพงษ์ น้องชาย และนางฐิติมา น้องสาว สมัครเป็นสมาชิก ทษช. พร้อมพี่ชาย และตั้งใจลงสมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทรา ทั้งนี้นางฐิติมากล่าวกับบีบีซีไทยว่า ได้พูดคุยกับพี่ชาย และได้ข้อสรุปตรงกันว่าหากพี่อยู่พรรคไหน น้องก็ต้องอยู่พรรคนั้น ไม่เช่นนั้นประชาชนในพื้นที่จะสับสน

"พี่ไก่ (นายวัฒนา เมืองสุข เจ้าของโพสต์ที่ว่านายจาตุรนต์จะแย่งน้องสาวลงสมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทรา สังกัด พท.) ได้ขอโทษดิฉันเป็นร้อยหนแล้วค่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะที่พี่อ๋อยจะมาแย่งเราลง ส.ส. เขต และก็เป็นไปไม่ได้ด้วยที่เราพี่น้องจะแยกพรรคกัน" นางฐิติมากล่าว

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ หนึ่งในแคมเปญการเมืองที่ นปช. ทำในช่วง 4 ปีหลังรัฐประหาร คือการเปิด "ศูนย์ปราบโกงประชามติ" ก่อนวันลงประชามติร่าง รธน. 7 ส.ค. 2559

ส่วนนายณัฐวุฒิมีเพื่อนพ้องน้องพี่ทีม นปช. ตามมาร่วมงานที่ ทษช. ยกเว้น "อดีตเพื่อนรัก" ที่ชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ยังปักหลักสนับสนุนพรรคเพื่อชาติ (พช.) ต่อไป นั่นอาจสร้างความสับสนให้แนวร่วม นปช. ว่าต้องตัดสินใจเลือกพรรคใดกันแน่

นายณัฐวุฒิอธิบายว่า นปช. เคยหารือกันแล้วว่าจะไม่ตั้งพรรคการเมืองในนามองค์กร นปช. แต่ถ้าสมาชิก นปช. สนใจไปทำงานการเมืองกับพรรคใดถือเป็นเสรีภาพ และยืนยันหลักการเป็นแนวร่วมของฝ่ายประชาธิปไตย หากใครไปสนับสนุนฝ่ายเผด็จการก็ถือว่าขาดกันทั้งการเป็นแนวร่วมทางการเมือง หรือสถานะ นปช.

"เมื่อผมเข้ามาเป็นสมาชิก ทษช. ผมจะพยายามให้ประชาชนทุกฝ่ายมอบ 1 คะแนนให้พรรคที่ผมสังกัดให้ได้" เลขาธิการ นปช. ระบุ

ขณะที่ นพ. เหวงบอกว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะนายจตุพรก็ยังสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย

งดตอบปมรีแบรนด์พรรคชินวัตร

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมคุมตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง ระหว่างเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับผลกระทบจากการรัฐประหาร ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2557

หนึ่งในภารกิจที่นายจาตุรนต์-นายณัฐวุฒิต้องทำคือการปรับภาพลักษณ์ ทษช. จากที่จงใจสะท้อนภาพ "พรรคลูกหลานชินวัตร" ในวันเปิดตัว ให้เป็น "พรรคนักประชาธิปไตย" ทว่าทั้งนายจาตุรนต์และนายณัฐวุฒิเลี่ยงที่จะตอบคำถามที่ว่ามั่นใจหรือไม่ว่า "เลือดนักประชาธิปไตย" จะสลายภาพ "พรรคเลือดชินวัตร" ได้ โดยระบุตรงกันว่า "ต้องให้คนอื่นเป็นผู้ประเมิน"

ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ สมาชิก ทษช. ที่ถูกทหารเรียกไปปรับทัศนคติถึง 12 ครั้งนับจากรัฐประหารปี 2557 ชี้ว่าการได้นักการเมืองรุ่นใหญ่เข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ทำให้เห็นถึงพลังของพรรคซึ่งแม้เกิดใหม่ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างประสบการณ์ของนักการเมืองหน้าเก่า กับความคิดทันสมัยของนักการเมืองรุ่นใหม่

เมื่อให้ประเมินว่าความเป็น "ชินวัตร" ยังเป็นจุดแข็งในสนามเลือกตั้งหรือไม่ นายพิชัยระเบิดหัวเราะ ก่อนตอบเพียงว่า "เอาว่าที่ผ่านมาประชาชนตัดสินใจเลือกจากความสำเร็จในอดีตของเรา"

Image copyright AFP/Getty Images

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม