ไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.2 : กองเซ็นเซอร์ ฯ อนุมัติให้ฉายแล้วหลังปรับฉากที่เป็นปัญหาให้ 'สั้นและซอฟท์ลง'

  • 22 พฤศจิกายน 2018
ไทบ้าน เดอะซีรีส์ Image copyright youtube/เซิ้ง MUSiC
คำบรรยายภาพ ผู้สร้างภาพยนตร์ไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.2 ได้รับแจ้งจากกองเซ็นเซอร์ให้ทราบ 1 วัน ก่อนที่ภาพยนตร์จะเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนตร์ใน จ.นครรราชสีมา

ไทบ้าน เดอะ ซีรีส์ 2.2 ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ให้ฉายได้แล้ว โดยทางผู้สร้างยอมตัดฉากที่พระเกาะโลงและฟูมฟายให้สั้นลง แต่ก็ยังต้องเลื่อนเวลาฉายออกไปอีก เพราะต้องแก้ไขตัวหนังที่ส่งไปตามโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ให้ตรงตามฉบับที่ได้รับอนุมัติเสียก่อน

อวิรุทธ์ อรรคบุตร โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์และกรรมการบริษัท เซิ้งโปรดักชั่น แอนด์ ออแกไนเซอร์กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ว่าทางผู้สร้างได้ปรับฉากที่พระแสดงอาการร้องไห้ฟูมฟายที่หน้าโลงศพของคนรักเก่าเสียใหม่

"มีการตัดบางคัทออกไปราว 7-10 วินาที ซึ่งเป็นส่วนของฉากที่มีปัญหา คือช่วงที่พระจับโลงศพ แล้วนำเอาคัทอื่นที่พระแสดงความเสียใจ แต่ฟูมฟายน้อยลงมาใส่แทน พูดง่าย ๆ ก็คือ ทำให้สั้นลงและซอฟท์ลง"

เขากล่าวอีกว่าปัญหาเรื่องนี้คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว นอกจากทางผู้สร้างภาพยนตร์จะยอมปรับฉากเจ้าปัญหาแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจ รวมทั้งมีการนำเอากรรมการใหม่มาร่วมตัดสินด้วย ทำให้มีความคิดหลากหลายมากขึ้น

Image copyright facebook/ThiBaanTheSeries
คำบรรยายภาพ ภาพยนตร์ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ภาคแรก ออกฉายเมื่อปี 2560

เมื่อทางบีบีซีไทยตรวจสอบไปทางสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ - กรมส่งเสริมวัฒนธรรมก็ได้รับคำตอบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับอนุมัติให้ฉายได้แล้ว โดยได้เรตติ้งเป็น น. 15+ ซึ่งก็คือแนะนำว่าวัยที่เหมาะจะชมภาพยนตร์เรื่องนี้ควรจะเป็นผู้ที่อายุเกิน 15 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ทางสำนักฯ กล่าวว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะให้ข้อมูลอื่นใดไปมากกว่านี้

อวิรุทธ์กล่าวด้วยว่าการเลื่อนวันเริ่มฉายออกไปจากเดิมที่กำหนดว่าเป็นวันที่ 22 ก็ทำให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ เพราะทางบริษัทได้จ่ายค่าจองโรงภาพยนตร์ที่จะเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ รวมทั้งการแก้ไขไฟล์หนังที่จะส่งไปฉายตามโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ด้วย "แต่เราก็ผิดด้วยเพราะเราส่งไฟล์ให้ดูช้า ทำให้เวลามันจวนตัว ดังนั้นเมื่อเรามีส่วนผิดอยู่ก็ต้องแก้ไขปัญหาไป เพราะเราคิดถึงแฟนหนังของเราเป็นหลัก" อวิรุทธ์กล่าว

ฉากเจ้าปัญหา

ภาพชายในผ้าเหลืองเคาะโลงศพและฟูมฟายจากการสูญเสียคนรัก เป็นฉากที่ทางผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.2 บอกกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่าคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า กองเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ ได้แจ้งให้ตัดออก โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า "อยู่ในผ้าเหลือง มันมีความไม่สำรวม" และแจ้งให้ทางผู้สร้างภาพยนตร์ดำเนินการตัดต่อใหม่ก่อนส่งให้กองเซ็นเซอร์ตรวจอีกครั้งหนึ่ง โดยที่คณะกรรมการฯ จะยังไม่ลงมติว่าผ่านหรือไม่ผ่าน

ขณะที่เพจของภาพยนตร์ประกาศเลื่อนฉายอย่างไม่มีกำหนด

"ด้วยสังคมเราด้วย เรื่องภาพลักษณ์ของศาสนา เขาให้เหตุผลว่ากระทรวงวัฒนธรรมขอความร่วมมือมากับภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องว่าประเด็นพระ ขอไว้หน่อยละกัน ทางเราก็นับถือพุทธนะ แต่ผมไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแตะได้ขนาดนั้น" เป็นคำตอบของอวิรุทธ์ เมื่อถามถึงความคิดเห็นถึงการท้วงติงบางส่วนของภาพยนตร์

อวิรุทธ์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ได้รับแจ้งจากกองเซ็นเซอร์ให้ทราบ 1 วัน ก่อนที่ภาพยนตร์จะเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนตร์ใน จ.นครรราชสีมา และวันที่ 21 พ.ย. ทางผู้สร้างกำลังนำไฟล์ภาพยนตร์เวอร์ชั่นที่ตัดต่อใหม่และเวอร์ชั่นเดิม ให้คณะกรรมการพิจาณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตรวจอีกครั้ง

ตั้งคำถามบรรทัดฐานการวัด

โปรดิวเซอร์ไทบ้าน เดอะซีรีส์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ทีมงานผู้สร้าง ผู้กำกับ ไม่ได้รู้สึกกังวลมาก่อนเลยว่าหนังจะไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ แต่มองว่า ภาค 2.1 ก่อนหน้านี้น่าจะมีความอ่อนไหวกว่าด้วยซ้ำ สำหรับภาค 2.2 มีการปูเรื่องมาแล้วว่า ตัวละครชายคนหนึ่งอกหักจากผู้หญิงจึงหนีไปบวช ซึ่งต่อมาผู้หญิงอดีตรักเสียชีวิตด้วยเหตุไม่ปกติ เหตุการณ์ที่อดีตคนรักเสียชีวิตจึงเป็นจุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้

"ตกใจอยู่ เพราะฉากนี้ผู้กำกับตั้งใจให้มันเป็นฉากที่เรียกคนดูได้ด้วย มันเล่าเรื่องได้ที่สุด" อวิรุทธ์ กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์

"ถึงอยู่กายผ้าเหลือง ถ้ามีความเสียใจมาก ๆ มันไม่ได้สนใจหรอกว่า สถานะของเรามันเป็นยังไง หนังเราเล่า เราปูพื้นฐานของตัวละครมา เราเสนอหลายแง่มุมของความเป็นพระมาก่อนแล้ว"

Image copyright facebook/ThiBaanTheSeries
คำบรรยายภาพ "หนังสะท้อนความเป็นอีสาน ณ ยุคปัจจุบัน ที่ไม่เหมือนกับหนังเรื่องอื่นที่ยังนำเสนอภาพอีสานในอดีต มีความซื่อสัตย์และจริงใจต่อคนดู เป็นเรื่องใกล้ตัวของพวกเขา (ชาวอีสาน) อ้อนวอนพ่อแม่อยากซื้อมอเตอร์ไซค์ เขามาทำงาน กทม. เขาก็นึกถึงภาพแบบนั้น" อวิรุทธ์ อรรคบุตร โปรดิวเซอร์ ไทบ้าน เดอะซีรีส์

ไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.2 เป็นภาพยนตร์รักนอกกระแส เล่าเรื่องราวชีวิตวัยรุ่น "ไทบ้าน" หรือคนอีสานในหลากหลายตัวละคร มีทั้งเรื่องความรัก การดำเนินชีวิต อาชีพ ธุรกิจ ภาคแรกออกฉายเมื่อปี 2560 ทำรายได้ 37 ล้านบาท ไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.1 ฉายเมื่อต้นปี 2561 ทำรายได้ 68 ล้านบาท นับเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในโรงหนังภาคอีสานที่มีผู้ชมล้นโรง

"ผู้สร้าง ผู้กำกับ ทีมงาน ได้ดูฉากในภาพยนตร์ที่ทางกองเซ็นเซอร์ได้ท้วงติงเรามาแล้ว และกำลังดำเนินการแก้ไข ให้เร็วที่สุด เราคิดว่าผู้ชมและแฟนคลับของเรา มีวิจารณญาณพอ ที่จะรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ในลำดับต่อไปทางทีมงานจะขอเข้าไปอธิบายและรับฟังข้อมูลเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นกับกองเซ็นเซอร์ต่อไป" เพจภาพยนตร์ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ระบุ และประกาศเลื่อนฉายอย่างไม่มีกำหนดจากกำหนดเดิมที่จะเข้าโรงภาพยนตร์ในวันที่ 22 พ.ย.

ทั้งนี้ เวอร์ชั่นที่นำเสนอกองเซ็นเซอร์ใหม่ ได้มีการตัดบางคัทออกซึ่งเป็นฉากที่ถ่ายทำแบบลองเทค แต่การตัดต่อใหม่ยังพอให้ภาพยนตร์เล่าได้ อย่างไรก็ตาม อวิรุทธ์บอกว่า ยังมีความหวังว่าคณะกรรมการพิจารณาฯ จะให้ฉายเวอร์ชั่นเดิม ซึ่งทางผู้สร้างยินดีที่จะขึ้นข้อความอธิบายฉากที่มีปัญหา

Image copyright facebook/ThiBaanTheSeries

"ผมและทีมงาน ต้องยอมรับว่ายังเด็กมาก กับวงการภาพยนตร์เราเพิ่งเข้ามาได้สองปี เราชัดเจนตั้งแต่แรกว่าเสนอด้วย ความเรียล ความจริง ไม่ได้มองแค่มุมเดียว ได้แง่คิดกลับไปด้วย เสียใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ เราก็พร้อมแก้ไข ตามที่คณะกรรมการต้องการ แต่ในใจลึก ๆ อยากต่อสู้อยู่ แต่ผมไม่ได้ควักเงินตัวเองจ่ายคนเดียว ยังมีผู้ให้ทุน และแฟนคลับที่รอคอยจะชม"

"สิทธิของผู้สร้าง-คนดู ไม่ควรมีใครต้องมากลั่นกรอง"

สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย แถลงข่าวกรณีภาพยนตร์ไทบ้าน 2.2 ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครช่วงบ่ายวันนี้ โดยเปิดคลิปวิดีโอบางช่วงของภาพยนตร์ที่ถูกท้วงติง ซึ่งฉากนี้ปรากฏอยู่ในมิวสิควิดีโอเพลงประกอบภาพยนตร์ไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.2 ที่เผยแพร่ทางยูทิวบ์ ซึ่งมียอดการรับชม (21 พ.ย.) กว่า 1,095,000 ครั้ง

บัณฑิต ทองดี ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการพิจารณาเซ็นเซอร์ของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ โดยระบุว่า มีหนังบางเรื่องที่พระไม่สำรวมมากกว่านี้ยังผ่านได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า หนังเรื่องนั้น ๆ ควรถูกเซ็นเซอร์ แต่มองว่า เหตุการณ์นี้เป็นทัศนคติส่วนตัวและมุมมองที่สุดโต่งของกรรมการบางท่านหรือไม่

ด้านปรัชญา ปิ่นแก้ว ระบุว่า อยากชวนให้มองที่ระบบของการพิจารณาเซ็นเซอร์ โดยอธิบายถึงการเผยแพร่ทางช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีหน่วยงานตรวจสอบ ส่วนการเผยแพร่ทางโทรทัศน์ก็ใช้ระบบตรวจสอบกันเองของวิชาชีพสื่อ ไม่มีคณะกรรมการของรัฐบาลมาเกี่ยวข้อง แต่หากพิจารณาในแง่เสรีภาพที่กฎหมายรัฐธรรมนูญก็รับรองไว้ ปรัชญามองว่า "สิทธิของผู้สร้างงานและสิทธิของคนดู ไม่ควรมีใครต้องมากลั่นกรอง"

ขณะที่ ธนิตย์ จิตนุกูล แสดงความกังวลว่าในอนาคตจะยังมีเหตุการณ์แบบนี้อยู่อีกหรือไม่กับวงการหนังไทย ขอเรียกร้องให้มีมาตรฐานการจัดเรตติ้งจากกระทรวงวัฒนธรรม และอยากให้มีการแก้ไขกฎหมาย คนในอุตสาหกรรมตระหนักดีว่า มีส่วนในการรับผิดชอบในสังคม หากสามารถดูแลกันเองแบบแวดวงโทรทัศน์น่าจะสามารถทำได้

"เสียหายทางผลงานด้วย เนื่องจากพระรูปนี้เป็นคน และเพิ่งบวช คงไม่สำเร็จพระอรหันต์หรือพระโสดาบัน เป็นซีนที่ได้อารมณ์มาก ถ้าผู้สร้างตัดทิ้ง คนไทยก็จะได้ดูหนังที่ไม่ถึงอีกครั้ง ซึ่งมันหลายครั้งแล้ว"

ไม่ใช่หนังไทยเรื่องแรกที่ถูกเซ็นเซอร์ตาม กม.ควบคุมสื่อภาพยนตร์

โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ระบุถึงกรณีการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ครั้งนี้ว่า ในอดีตมีภาพยนตร์ไทย 4 เรื่อง ที่เคยถูกคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์สั่ง ห้ามฉาย หรือไม่อนุญาตให้ฉาย ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551

เรื่องแรก คือ Insects in the Backyard ถูกสั่งไม่อนุญาตให้ฉาย ในเดือนธันวาคม 2553 เพราะมีเนื้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่น มีฉากการร่วมเพศระหว่างชายกับชาย หญิงกับหญิง และชายกับหญิง

Image copyright facebook/insectsinthebackyard

เชคสเปียร์ต้องตาย (Shakespeare Must Die) ถูกสั่งแบนเมื่อปี 2555 โดยคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยอ้างว่า มีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างคนในชาติ เรื่องที่สาม ภาพยนตร์สารคดี Boundary : ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง อนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกคำสั่งไม่อนุญาตให้ฉายเมื่อปี 2556 เพราะนำเสนอความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ และความขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหาร

และภาพยนตร์เรื่อง อาบัติ ซึ่งไม่ผ่านการพิจารณาให้เข้าฉายจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เมื่อปี 2558 เนื่องจากมีภาพที่รุนแรงและไม่เหมาะสม เชิงดูหมิ่นศาสนาพุทธ โดยมีภาพสามเณรในขณะเสพของมึนเมา สามเณรจับเศียรพระพุทธรูปในลักษณะไม่ให้ความเคารพ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม