เลือกตั้ง 2562 : ครม. ไฟเขียวงบเติมกองทุน "ประชารัฐ" ส่วนคลังเร่งจ่ายเงิน อสม. 1 ล้านคน

  • 20 มีนาคม 2019
คลองเตย Image copyright AFP/Getty Images

เพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง คณะรัฐมนตรีไฟเขียวงบฯ 37,900 ล้านบาท เข้าสู่กองทุนประชารัฐฯ ส่วนกระทรวงการคลังเร่งจ่ายเงินค่าป่วยการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 1 ล้านคน ซึ่ง ครม. เพิ่มวงเงินเมื่อปีที่แล้วจาก 600 เป็น 1,000 บาท วันนี้ (20 มี.ค.)

เป็นมติ ครม. นัดสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ก.ย. 2562 และวงเงินนี้อยู่ภายใต้กรอบวงเงินเดิมที่ ครม. อนุมัติงบกลางปี 2561

มติชนออนไลน์รายงานคำพูดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถึงกรณีว่าการอนุมัติงบกลางปี 2561 นี้ ว่าทำให้ถูกมองว่าเอาใจประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุระบุว่า "ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ถ้ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ ก็ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง"

ส่วนที่กระทรวงการคลัง วานนี้ (19 มี.ค.) น.ส. สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ได้เร่งดำเนินการร่วมกับสำนักงบประมาณ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตรียมความพร้อมจ่ายเงินค่าป่วยการให้กับอาสาสมัคร อสม. จำนวน 1,024,407 คน เป็นเงินกว่า 1,814 ล้านบาท เร็วขึ้นจาก 22 มี.ค. เป็น 20 มี.ค.

โดยย้อนหลังให้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ภายหลัง ครม. อนุมัติเพิ่มเงินจาก 600 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาท ต่อเดือน เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2561

ที่ประชุม ครม. 19 มี.ค. ยังเห็นชอบโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 จำนวน 4.87 ล้านไร่ ช่วยเหลือตามพื้นที่ปลูกจริงในอัตราไร่ละ 600 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ โดยใช้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 วงเงิน 2,922 ล้านบาท

บีบีซีไทยย้อนดูแพ็คเกจนโยบายที่รัฐบาลกระจายเงินลงสู่ประชาชน ในช่วงครึ่งปีหลัง 2561

ส่องงบอัดฉีดรากหญ้ารัฐบาลประยุทธ์ ครึ่งปีหลัง 2561 อนุมัติกว่า 80,000 ล้านบาท

เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน เงินขวัญถุงปีใหม่ ค่าเดินทางผู้สูงอายุ เพิ่มเงินข้าราชการบำนาญ ช่วยเกษตรกร กรอบวงเงินงบประมาณกว่า 80,000 ล้านบาท ถูกอัดฉีดลงสู่รากหญ้าในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า

"ฟันธงว่าเป็นนโยบายหาเสียงแน่นอน เพราะเป็นนโยบายครั้งเดียวที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง... ไม่ได้มีความจำเป็นด้านเศรษฐกิจมหภาค เศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่ขนาดนั้นจะต้องกระตุ้น " ดร.สมชัย จิตสุชน ผอ. การวิจัยนโยบายด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานเสวนา สวัสดิการประชาชน และมาตรการแก้จนบนโจทย์วินัยการคลัง เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการทีดีอาร์ไอชี้ว่า แม้จะมีหรือไม่มีการเลือกตั้ง การหาเสียงเช่นนี้เป็นเรื่องปกติในระบบการเมือง ไม่ว่าเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งหรือไม่ แต่นโยบายที่แจกเงินลงสู่ฐานรากครั้งนี้ เขายังมองไม่เห็นว่า รัฐจะเชื่อมโยงไปสู่การมีนโยบายที่ถาวรได้อย่างไร ขณะที่ตลอด 4 ปี ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล คสช. ประเมินว่า รัฐบาลนี้ใช้เงินงบประมาณในนโยบายช่วยรากหญ้าไปแล้วราว 4-5 แสนล้านบาท

เติมบัตรคนจน เพิ่มเงิน 500 บาท ช่วยจ่ายค่าน้ำ-ไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง 38,700 ล้านบาท (ครม. เห็นชอบ 20 พ.ย.)

นับเป็นมาตรการอัดฉีดเงินโดยตรงรอบที่ 4 ของ รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากเมื่อปี 2559 ที่มีการแจกเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือผ่านช่องทางของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนในเฟสที่สาม

ครั้งนี้ต่างจากรอบเมื่อต้นปี เพราะรัฐบาลช่วยจ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า เงินขวัญถุงปลายปี 500 บาทต่อคน ช่วยค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลผู้สูงอายุ และค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ครอบคลุมผู้ที่ถือบัตรคนจน 14.5 ล้านคน อนุมัติงบประมาณด้วยวงเงิน 38,730 ล้านบาท

มาตรการเงินโอนช่วยคนจนรัฐบาล คสช.
ปี นโยบาย / มาตรการ งบประมาณ กลุ่มเป้าหมาย
2559 โอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อย 1,500-3,000 บาท 12,750 ล้านบาท 5.4 ล้านคน
2560 (กันยายน) บัตรคนจน เฟส 1- เงินช่วยเหลือ 300 บาท/คน/เดือน (ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี)- เงินช่วยเหลือ 200 บาท/คน/เดือน (ผู้มีรายได้ 30,000-100,000 บาทต่อปี)- ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/คน/3 เดือน- ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟ 500 บาท/คน/เดือน 41,900 ล้านบาท 11.6 ล้านคน
2561 (กุมภาพันธ์) บัตรคนจน เฟส 2- เงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 200 บาทต่อเดือน จาก 300 บาท/เดือน รวมเป็น 500 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี- เงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 100 บาทต่อเดือน จาก 200 บาท/เดือน รวมเป็น 300 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000-100,000 บาทต่อปี- ผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพ 35,000 ล้านบาท 11.4 ล้านคน
2561 (พฤศจิกายน) บัตรคนจน เฟส 3- ค่าไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือน และประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือน นาน 10 เดือน - สนับสนุนค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี 500 บาทต่อคน- ช่วยค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาล และค่ายใช้จ่ายอื่นสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปี 1,000 บาทต่อคน จำนวน 2.2 ล้านคน- ค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้น้อย 400 บาทต่อคนต่อเดือน 38,000 ล้านบาท 14.5 ล้านคน

โครงการบ้าน 1 ล้านหลัง รัฐบาลช่วยส่วนต่างดอกเบี้ย 3,800 ล้านบาท (ครม. เห็นชอบ 20 พ.ย.)

ในวันเดียวกันที่แจกเงินคณะรัฐมนตรี ยังอนุมัติโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ โครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส.) ที่ขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐเพื่อชดเชยส่วนต่างระหว่างรายได้ดอกเบี้ย 6 ปี รวม 3,876 ล้านบาท จากวงเงินที่ ธอส. ปล่อยสินเชื่อภายใต้กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท

นโยบายช่วยคนอยากมีบ้าน กำหนดวงเงินต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท ตรึงดอกเบี้ยคงที่ 3% ช่วง 5 ปีแรก สำหรับผู้กู้มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท ส่วนผู้กู้ที่มีรายได้เกินกว่านั้น ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก

เพียงวันเดียวที่ ธอส. เปิดจองสิทธิสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังในวันที่ 23 ธ.ค. ทั่วประเทศ พบว่ามียอดจองสิทธิทะลุวงเงินที่ ธอส. ตั้งไว้สองเท่า รวมทั่วประเทศ 130,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงินที่ตั้งไว้ 50,000 ล้านบาท โดยภาคที่มียอดจองสิทธิสูงสุด คือ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 29,000 ล้านบาท

แจกบำนาญข้าราชการเพิ่ม งบฯ 20,000 ล้าน (ครม. เห็นชอบ 20 พ.ย.)

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบหลักการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบำเหน็จกำรงชีพ เติมเงินข้าราชการบำนาญที่ได้บำเหน็จน้อยต่ำกว่าเดือนละ 10,000 บาท ให้เป็น 10,000 บาท จำนวน 52,700 คน และขยายเพดานบำเหน็จเป็นไม่เกิน 500,000 บาท มีผู้ได้สิทธิ 6.59 แสนคน รวมงบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท

ช่วยค่าครองชีพชาวสวนปาล์ม แจก 1,500 บาทต่อไร่ (ครม. เห็นชอบ 4 ธ.ค.)

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันที่มีปาล์มน้ำมันซึ่งให้ผลผลิตแล้ว (อายุมากกว่า 3 ปี) จำนวน 150,000 ราย พื้นที่ไม่เกิน 2,250,000 ไร่ โดยให้ความช่วยเหลือตามพื้นที่ปลูกจริง ในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ วงเงินรวมทั้งสิ้น 3,450 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 20 พ.ย. ครม. ได้อนุมัติมาตรการปรับสมดุลน้ำมัน ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อปาล์มดิบ 1.6 แสนต้น ภายใน 2-3 เดือน วงเงินงบประมาณรวม 525 ล้านบาท

Image copyright AFP/Getty images

แพ็คเกจช่วยสวนยาง แจก 1,800 บาทต่อไร่ (ครม. เห็นชอบ 4 ธ.ค.)

นอกจากช่วยคนจน ผู้สูงอายุ ข้าราชการบำนาญแล้ว ในห้วงสองสัปดาห์ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ. 2561 - 2562 กรอบวงเงิน 17,500 ล้าน บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในกลุ่มชาวสวนยางที่ประสบปัญหาวิกฤตราคายางตกต่ำ

มาตรการนี้ให้ความช่วยเหลือสวนยาง 1,800 บาทต่อไร่ ไม่เกินรายละ 15 ไร่ แบ่งจ่ายกับเจ้าของสวน 1,100 บาท คนกรีด 700 บาท ที่มีเจ้าของสวนยางเปิดกรีดยางจำนวน 999,065 ราย และคนกรีดยางจำนวน 304,266 ราย

ในเอกสารมติคณะรัฐมนตรีระบุว่า ให้ใช้เงินทุน ธ.ก.ส. สำรองจ่ายไปก่อนและให้ ธ.ก.ส. เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563

ช็อปคืนแวต 5 เปอร์เซ็นต์ ช่วงตรุษจีนปีหน้า ใช้งบฯ 9,000 ล้านบาท (ครม. เห็นชอบ 18 ธ.ค.)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิต ในอัตรา 5% ทุกรายการ ยกเว้นเหล้า เบียร์ บุหรี่ โดยแต่ละคนจะมีวงเงินซื้อสินค้าได้สูงสุด 20,000 บาท จะได้คืนภาษีสูงสุด 1,000 บาท โดยมีระยะเวลาการซื้อสินค้าในช่วงวันที่ 1-15 ก.พ.2562

แพ็คเกจลดหย่อนภาษีช่วงตรุษจีน ซึ่งคลอดออกมาในช่วงปลายปี กรมสรรพากรดำเนินการตั้งวงเงินงบประมาณประจำปี 2563 ราว 9,000 ล้านบาท เพื่อเป็นวงเงินใช้คืนภาษีให้ประชาชนที่ใช้จ่าย

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ระบุว่า นี่ไม่ใช่การหาเสียงและไม่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนอีเพย์เมนต์ที่วางไว้อยู่แล้ว

Image copyright Getty Images

พักชำระหนี้เกษตรกร 2,700 ล้านบาท (ครม. เห็นชอบ 31 ก.ค.)

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการโครงการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3.81 ล้านราย ที่เป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)

สำหรับการพักชำระหนี้ เกษตรกรได้รับสิทธิ์ชยายระยะเวลาชำระหนี้เงินต้น 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2561 - 31 ก.ค. 2564 โดย ธ.ก.ส. เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

ส่วนการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ดำเนินการเป็นเวลา 1 ปี วงเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ของเดือน ส.ค. และก.ย. 2561 จำนวน 2,724.85 ล้านบาท เพื่อชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้แทนเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.

Image copyright Getty Images

ไทยนิยมยั่งยืน 1.5 แสนล้าน กระจายเงินลงฐานราก กองทุนหมู่บ้านละ 2 แสน

รัฐบาลจะเริ่มเบิกจ่ายเม็ดเงินลงสู่พื้นที่ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการใช้จ่ายงบประมาณผ่าน งบฯ กลาง ปี 2561 ซึ่ง สภานิติบัญญญัติแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 วงเงิน 150,000 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลเสนอ

งบฯ 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลราว 100,000 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังราว 50,000 ล้านบาท กลไกหลักที่ขับเคลื่อนโครงการของงบประมาณส่วนนี้ คือ กระทรวงมหาดไทย ได้งบกว่า 31,000 ล้านบาท และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 23,800 ล้านบาท

สำหรับการกระจายเม็ดเงินผ่านกลไกของมหาดไทย ได้ดำเนินการผ่านโครงการ ไทยนิยมยั่งยืน แจกหมู่บ้าน และชุมชนละ 2 แสนบาท จำนวนราว 80,000 หมู่บ้าน ส่วนที่สอง เป็นงบฯ พัฒนาศักยภาพสินค้าโอท็อปหมู่บ้าน 9,000 ล้านบาท และส่วนที่สาม เป็นค่าใช้จ่ายเจ้าหน้าที่ทีมกระทรวงการคลัง 2,000 ล้านบาท ที่ลงไปสำรวจสัมภาษณ์โครงการบัตรสวัดิการแห่งรัฐ

ช็อปช่วยชาติ ลดหย่อนภาษี 15,000 บาท ซื้อยางรถ โอท็อป หนังสือ (ครม. เห็นชอบ 4 ธ.ค.)

นอกจากนี้ ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล ยังมีการใช้มาตรการทางภาษี โดยคณะรัฐมนตรี มีมติยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการซื้อสินค้าประเภทยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยานยนต์ ยางล้อรถจักรยาน หนังสือ และสินค้าโอท็อป ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ สำหรับการซื้อสินค้า ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2561 ถึง 16 มกราคม 2562

หมายเหตุ บทความนี้ปรับปรุงจากฉบับที่เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค. 2561

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม