เลือก ส.ว. ไม่เงียบแล้ว แฉซื้อเสียง-โวยเอกสารแนะนำตัว

เลือกสว.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ,

ผู้ที่สนใจกำลังยืนดูแผนผังพื้นที่การคัดเลือก ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งมอบบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านเข้ารอบ 200 คนสุดท้ายให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 2 ม.ค. 2562 เพื่อเคาะชื่อ-แต่งตั้งเป็น ส.ว. ตัวจริง

ผู้สมัคร ส.ว. ระดับประเทศทยอยเข้ารายงานตัวต่อคณะกรรมการประจำสถานที่เลือก ที่เมืองทองธานี จ. นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันนี้ (27 ธ.ค.) ก่อนเข้าคูหาลงคะแนนเลือกกันเองในแต่ละกลุ่มวิชาชีพซึ่งมีอยู่ 10 กลุ่ม และแบ่งเป็น 2 สายของวิธีการสมัครคือ สายผู้สมัครอิสระ กับสายผู้สมัครที่องค์กรวิชาชีพแนะนำ ทั้งนี้ใช้เวลารวม 6 ชั่วโมงเศษ กระบวนการก็เสร็จสิ้น

คนเหล่านี้ "ฝ่าด่าน" มาแล้ว 2 ด่านในการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอและจังหวัด จนเหลือ 2,746 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 7,215 คน ที่ได้เข้าสู่การเลือก ส.ว. ระดับประเทศ แต่วันนี้มีผู้มารายงานตัว 2,675 คน

หลังจากนี้ กกต. จะส่ง 200 รายชื่อที่ได้คะแนนสูงสุดจากผู้สมัครในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ ให้ คสช. คัดเลือกเหลือ 50 คนที่ได้เป็น "ส.ว. เฉพาะกาล" เพื่อไปทำหน้าที่ร่วมกับ ส.ว. ที่มาจากคณะกรรมการสรรหา 194 คน และ ส.ว. ที่เป็นโดยตำแหน่งราชการอีก 6 คน

อดีต สปท.-กกต. ทะลุรอบสุดท้าย

สำหรับรายชื่อบุคคลมีชื่อเสียงที่ผ่านการเลือก ส.ว. ระดับประเทศ อาทิ พล.อ. เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผู้สมัครในกลุ่มอื่น ๆ สายองค์กรแนะนำ ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 5 คะแนน จากผู้สมัครในกลุ่มทั้งหมด 18 คน ซึ่งเขายอมรับกับสื่อมวลชนว่าวิธีการเฟ้นหา ส.ว. ครั้งนี้ทำให้เกิดปัญหา "พึ่งพากันได้" แต่วิธีการเลือกกันเองในกลุ่มจะใช้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียว เพราะในการเลือก ส.ว. ชุดต่อไปจะเป็นการ "เลือกไขว้กลุ่มวิชาชีพ"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ,

นายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน กกต.

เช่นเดียวกับ พล.ต.ท. อัศวิน ณรงค์พันธ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และภาค 2 ผู้สมัครที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สายผู้สมัครอิสระ ที่เชื่อว่าเหตุที่ได้คะแนนมากเพราะอาจมีลูกน้องเก่า ๆ หรือคนทั่วไปรู้จักชื่อ ทั้งนี้เขาได้ตั้งเป้าหมายเป็น ส.ว. ที่ดีหากผ่านการคัดเลือกชั้นสุดท้ายโดย คสช. พร้อมปฏิเสธด้วยว่า ส.ว. เฉพาะกาลไม่ได้เข้าไปสืบทอดอำนาจให้ คสช. ตามเสียงวิจารณ์ "ผมรู้จัก คสช. ทุกคน แหมใคร ๆ ก็รู้จัก คสช. แต่พวกเขาไม่รู้จักผม"

นายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน กกต. และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ อดีต กกต. เป็นอีก 2 ที่ผ่านการเลือกกันเองในกลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้นายศุภชัยยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่าเดิมเคยเป็นกรรมการ พอมาลงเป็นผู้เล่นเอง ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไป

"ผมอยู่ว่าง ๆ จึงมาลองสมัครดูก็ไม่เสียหาย ถ้าได้ก็ดี ก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

แข่งจริงแค่ 197 อำเภอ

กระบวนการเลือกสมาชิกสภาสูงครั้งนี้ถูกตั้งฉายาว่า "เงียบที่สุดในโลก" เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้หาเสียง อีกทั้งยังมียอดผู้สมัครต่ำเป้าหมายที่ กกต. ตั้งไว้มาก

ในการเลือกระดับอำเภอเมื่อ 16 ธ.ค. ซึ่งผู้สมัครต้องเลือกกันเองจนเหลือผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 3 คนสุดท้ายในแต่ละกลุ่มวิชาชีพและแต่ละสาย (1 กลุ่มวิชาชีพ มีผู้ผ่านเข้ารอบ 6 คน โดย 3 คนเป็นสายอิสระ และ 3 คนเป็นสายองค์กรแนะนำ) ปรากฏว่ามีเพียง 197 อำเภอที่มีกระบวนการเลือกกันเอง ขณะที่ 52 อำเภอไม่มีผู้สมัครจึงไม่มีการเลือก และอีก 679 อำเภอมีผู้สมัครไม่ครบเกณฑ์ 3 คน ทำให้ผู้เสนอตัวที่ไปรายงานตัวตามนัดหมายผ่านเข้าสู่รอบจังหวัดไปโดยปริยาย

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

5 จังหวัด ชนะบาย เหตุยอดผู้สมัครไม่ครบโควตา

มาถึงการเลือก ส.ว. ระดับจังหวัดเมื่อ 22 ธ.ค. ซึ่งผู้สมัครที่ทะลุมาจากรอบอำเภอต้องมาเลือกกันเอง จนเหลือผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 4 คนสุดท้าย (1 กลุ่มวิชาชีพ มีผู้ผ่านเข้ารอบ 8 คน โดย 4 คนเป็นสายอิสระ และ 4 คนเป็นสายองค์กรแนะนำ) ปรากฏว่ามีเพียง 8 จังหวัดที่มีการเลือกกันเองครบทั้ง 10 กลุ่มวิชาชีพใน 2 สาย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด และน่าน ขณะที่ 5 จังหวัดมีผู้สมัครไม่ถึงเกณฑ์ 4 คน ได้แก่ กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร และสมุทรสาคร ทำให้บรรดาแคนดิเดตหลุดเข้าไปเป็นผู้สมัครระดับประเทศทันที

นอกจากนี้ยังพบปัญหาผู้สมัครได้รับคะแนนเท่ากันหลายคน จนต้องใช้วิธี "จับสลาก" ตัดตัว เช่น กรุงเทพฯ มี 12 กลุ่มที่จบลงด้วยการจับสลาก ชัยนาทจับสลาก 3 กลุ่ม

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

เล็งสอบปม "ซื้อเสียง-ฮั้วคะแนน"

ปิดท้ายที่การเลือก ส.ว. ระดับประเทศ ซึ่งผู้สมัครที่ผ่านรอบจังหวัดมาต้องเลือกกันเองจนเหลือผู้ได้คะแนนสูงสุด 10 คนสุดท้าย (1 กลุ่มวิชาชีพ มีผู้ผ่านเข้ารอบ 20 คน โดย 10 คนเป็นสายอิสระ และ 10 คนเป็นสายองค์กรแนะนำ) ซึ่งนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. แถลงว่า มี 4-5 กลุ่มที่ต้องใช้วิธีจับสลากเลือกผู้สมัคร ส.ว. ซึ่งบางกลุ่ม 2 คน จับสลากเลือกเหลือ 1 คน บางกลุ่มมี 9 คน จับสลากเลือก 8 คน บางกลุ่ม 8 คน จับสลากเลือก 4 คน

ขณะเดียวกันได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อยในระหว่างการนับคะแนนในกลุ่มอาชีพกสิกรรม ปลูกพืชล้มลุก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง เมื่อผู้สมัครอย่างน้อย 3 คน จากทั้งหมด 284 คน ได้ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในการลงคะแนน โดยนายบุญยืน ขาวปากช่อง กล่าวอ้างว่ามีผู้โทรศัพท์มาเสนอค่าใช้จ่ายให้เป็นเงิน 2 หมื่นบาทตั้งแต่การเลือกระดับจังหวัดเสร็จสิ้นลง และคิดว่าเพิ่มเป็นหลักแสนบาทเมื่อมาถึงระดับประเทศ เมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงหลักฐาน เขาบอกว่า "หลักฐานคือหูผมไง หูผมร้อนเลย"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

เช่นเดียวกับนายเขศักดิ์ สุดสวาท ผู้สมัครในกลุ่มเดียวกัน ที่ให้ความเห็นว่ากระบวนการเลือก ส.ว. ครั้งนี้ไร้ประโยชน์ ไม่ได้คนดีเข้าไปทำหน้าที่ อย่างตัวเขามีคนรับปากว่าจะลงคะแนนให้ไว้ 20-30 คน แต่ถึงเวลากลับไปลงคะแนนให้คนอื่นที่เสนอค่าใช้จ่ายให้แทน "การโทรประสานขอแลกคะแนนถือเป็นเรื่องปกติ ก็จะทำกันในจังหวัดใครจังหวัดมัน"​ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ร้องเรียนก่อนหน้านี้ เพราะไม่ทราบว่าผลคะแนนจะออกมาอย่างไร

กรณีที่เกิดขึ้น ผู้บริหาร กกต.​ได้มอบให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนไปรวบรวมข้อมูลแล้ว ซึ่งนอกจากกรณีซื้อเสียง จำเป็นต้องตรวจสอบผู้ร้องในกรณี "ฮั้วคะแนน" ด้วย

เสีย 2,500 ไม่ว่า ขอหน้าชัด

อีกกรณีร้องเรียนคือ นายกำธร เหล่าสะพาน ผู้สมัคร ส.ว. กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สายอิสระ เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ากระบวนการเลือก ส.ว. ในกลุ่มนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากเอกสารแนะนำผู้สมัครที่จัดทำโดย กกต. มองไม่เห็นใบหน้าของเขา ทำให้เขาได้คะแนนเสียงเพียง 1 เสียงซึ่งเป็นการลงคะแนนให้ตัวเอง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"ไม่มีใครลงคะแนนให้ผมเลย เพราะเพื่อนมองไม่เห็นหน้าผม ไม่รู้จักผม" และ "เสีย 2,500 บาท (ค่าสมัคร) ผมไม่ว่า แต่หน้าผมไม่ชัด" เขากล่าวพลางเปิดเอกสารแนะนำตัวโชว์สื่อมวลชน

นอกจากนายกำธร ยังมีผู้สมัครอื่นอีก 4 คนที่ใบหน้าในเอกสารแนะนำตัวของ กกต. เป็นสีดำสนิท ซึ่งประธาน กกต. ให้ความเห็นกับสื่อมวลชนว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความผิดของใคร เพราะข้อเท็จจริงยังไม่มาถึงมือเขา แต่โดยหลักการภาพถ่ายต้องแสดงตัวตนได้ หากแสดงไม่ได้จะเป็น "ภาพถ่ายที่ไม่เหมาะสม"

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมจากคำแถลงของเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่างกรรมต่างวาระซึ่งสรุปยอดการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ