เลือก ส.ว. ไม่เงียบแล้ว แฉซื้อเสียง-โวยเอกสารแนะนำตัว

  • 27 ธันวาคม 2018
เลือกสว. Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ผู้ที่สนใจกำลังยืนดูแผนผังพื้นที่การคัดเลือก ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งมอบบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านเข้ารอบ 200 คนสุดท้ายให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 2 ม.ค. 2562 เพื่อเคาะชื่อ-แต่งตั้งเป็น ส.ว. ตัวจริง

ผู้สมัคร ส.ว. ระดับประเทศทยอยเข้ารายงานตัวต่อคณะกรรมการประจำสถานที่เลือก ที่เมืองทองธานี จ. นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันนี้ (27 ธ.ค.) ก่อนเข้าคูหาลงคะแนนเลือกกันเองในแต่ละกลุ่มวิชาชีพซึ่งมีอยู่ 10 กลุ่ม และแบ่งเป็น 2 สายของวิธีการสมัครคือ สายผู้สมัครอิสระ กับสายผู้สมัครที่องค์กรวิชาชีพแนะนำ ทั้งนี้ใช้เวลารวม 6 ชั่วโมงเศษ กระบวนการก็เสร็จสิ้น

คนเหล่านี้ "ฝ่าด่าน" มาแล้ว 2 ด่านในการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอและจังหวัด จนเหลือ 2,746 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 7,215 คน ที่ได้เข้าสู่การเลือก ส.ว. ระดับประเทศ แต่วันนี้มีผู้มารายงานตัว 2,675 คน

หลังจากนี้ กกต. จะส่ง 200 รายชื่อที่ได้คะแนนสูงสุดจากผู้สมัครในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ ให้ คสช. คัดเลือกเหลือ 50 คนที่ได้เป็น "ส.ว. เฉพาะกาล" เพื่อไปทำหน้าที่ร่วมกับ ส.ว. ที่มาจากคณะกรรมการสรรหา 194 คน และ ส.ว. ที่เป็นโดยตำแหน่งราชการอีก 6 คน

อดีต สปท.-กกต. ทะลุรอบสุดท้าย

สำหรับรายชื่อบุคคลมีชื่อเสียงที่ผ่านการเลือก ส.ว. ระดับประเทศ อาทิ พล.อ. เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผู้สมัครในกลุ่มอื่น ๆ สายองค์กรแนะนำ ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 5 คะแนน จากผู้สมัครในกลุ่มทั้งหมด 18 คน ซึ่งเขายอมรับกับสื่อมวลชนว่าวิธีการเฟ้นหา ส.ว. ครั้งนี้ทำให้เกิดปัญหา "พึ่งพากันได้" แต่วิธีการเลือกกันเองในกลุ่มจะใช้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียว เพราะในการเลือก ส.ว. ชุดต่อไปจะเป็นการ "เลือกไขว้กลุ่มวิชาชีพ"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน กกต.

เช่นเดียวกับ พล.ต.ท. อัศวิน ณรงค์พันธ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และภาค 2 ผู้สมัครที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สายผู้สมัครอิสระ ที่เชื่อว่าเหตุที่ได้คะแนนมากเพราะอาจมีลูกน้องเก่า ๆ หรือคนทั่วไปรู้จักชื่อ ทั้งนี้เขาได้ตั้งเป้าหมายเป็น ส.ว. ที่ดีหากผ่านการคัดเลือกชั้นสุดท้ายโดย คสช. พร้อมปฏิเสธด้วยว่า ส.ว. เฉพาะกาลไม่ได้เข้าไปสืบทอดอำนาจให้ คสช. ตามเสียงวิจารณ์ "ผมรู้จัก คสช. ทุกคน แหมใคร ๆ ก็รู้จัก คสช. แต่พวกเขาไม่รู้จักผม"

นายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธาน กกต. และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ อดีต กกต. เป็นอีก 2 ที่ผ่านการเลือกกันเองในกลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้นายศุภชัยยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่าเดิมเคยเป็นกรรมการ พอมาลงเป็นผู้เล่นเอง ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไป

"ผมอยู่ว่าง ๆ จึงมาลองสมัครดูก็ไม่เสียหาย ถ้าได้ก็ดี ก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

แข่งจริงแค่ 197 อำเภอ

กระบวนการเลือกสมาชิกสภาสูงครั้งนี้ถูกตั้งฉายาว่า "เงียบที่สุดในโลก" เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้หาเสียง อีกทั้งยังมียอดผู้สมัครต่ำเป้าหมายที่ กกต. ตั้งไว้มาก

ในการเลือกระดับอำเภอเมื่อ 16 ธ.ค. ซึ่งผู้สมัครต้องเลือกกันเองจนเหลือผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 3 คนสุดท้ายในแต่ละกลุ่มวิชาชีพและแต่ละสาย (1 กลุ่มวิชาชีพ มีผู้ผ่านเข้ารอบ 6 คน โดย 3 คนเป็นสายอิสระ และ 3 คนเป็นสายองค์กรแนะนำ) ปรากฏว่ามีเพียง 197 อำเภอที่มีกระบวนการเลือกกันเอง ขณะที่ 52 อำเภอไม่มีผู้สมัครจึงไม่มีการเลือก และอีก 679 อำเภอมีผู้สมัครไม่ครบเกณฑ์ 3 คน ทำให้ผู้เสนอตัวที่ไปรายงานตัวตามนัดหมายผ่านเข้าสู่รอบจังหวัดไปโดยปริยาย

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

5 จังหวัด ชนะบาย เหตุยอดผู้สมัครไม่ครบโควตา

มาถึงการเลือก ส.ว. ระดับจังหวัดเมื่อ 22 ธ.ค. ซึ่งผู้สมัครที่ทะลุมาจากรอบอำเภอต้องมาเลือกกันเอง จนเหลือผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 4 คนสุดท้าย (1 กลุ่มวิชาชีพ มีผู้ผ่านเข้ารอบ 8 คน โดย 4 คนเป็นสายอิสระ และ 4 คนเป็นสายองค์กรแนะนำ) ปรากฏว่ามีเพียง 8 จังหวัดที่มีการเลือกกันเองครบทั้ง 10 กลุ่มวิชาชีพใน 2 สาย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด และน่าน ขณะที่ 5 จังหวัดมีผู้สมัครไม่ถึงเกณฑ์ 4 คน ได้แก่ กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร และสมุทรสาคร ทำให้บรรดาแคนดิเดตหลุดเข้าไปเป็นผู้สมัครระดับประเทศทันที

นอกจากนี้ยังพบปัญหาผู้สมัครได้รับคะแนนเท่ากันหลายคน จนต้องใช้วิธี "จับสลาก" ตัดตัว เช่น กรุงเทพฯ มี 12 กลุ่มที่จบลงด้วยการจับสลาก ชัยนาทจับสลาก 3 กลุ่ม

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

เล็งสอบปม "ซื้อเสียง-ฮั้วคะแนน"

ปิดท้ายที่การเลือก ส.ว. ระดับประเทศ ซึ่งผู้สมัครที่ผ่านรอบจังหวัดมาต้องเลือกกันเองจนเหลือผู้ได้คะแนนสูงสุด 10 คนสุดท้าย (1 กลุ่มวิชาชีพ มีผู้ผ่านเข้ารอบ 20 คน โดย 10 คนเป็นสายอิสระ และ 10 คนเป็นสายองค์กรแนะนำ) ซึ่งนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. แถลงว่า มี 4-5 กลุ่มที่ต้องใช้วิธีจับสลากเลือกผู้สมัคร ส.ว. ซึ่งบางกลุ่ม 2 คน จับสลากเลือกเหลือ 1 คน บางกลุ่มมี 9 คน จับสลากเลือก 8 คน บางกลุ่ม 8 คน จับสลากเลือก 4 คน

ขณะเดียวกันได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อยในระหว่างการนับคะแนนในกลุ่มอาชีพกสิกรรม ปลูกพืชล้มลุก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง เมื่อผู้สมัครอย่างน้อย 3 คน จากทั้งหมด 284 คน ได้ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในการลงคะแนน โดยนายบุญยืน ขาวปากช่อง กล่าวอ้างว่ามีผู้โทรศัพท์มาเสนอค่าใช้จ่ายให้เป็นเงิน 2 หมื่นบาทตั้งแต่การเลือกระดับจังหวัดเสร็จสิ้นลง และคิดว่าเพิ่มเป็นหลักแสนบาทเมื่อมาถึงระดับประเทศ เมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงหลักฐาน เขาบอกว่า "หลักฐานคือหูผมไง หูผมร้อนเลย"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

เช่นเดียวกับนายเขศักดิ์ สุดสวาท ผู้สมัครในกลุ่มเดียวกัน ที่ให้ความเห็นว่ากระบวนการเลือก ส.ว. ครั้งนี้ไร้ประโยชน์ ไม่ได้คนดีเข้าไปทำหน้าที่ อย่างตัวเขามีคนรับปากว่าจะลงคะแนนให้ไว้ 20-30 คน แต่ถึงเวลากลับไปลงคะแนนให้คนอื่นที่เสนอค่าใช้จ่ายให้แทน "การโทรประสานขอแลกคะแนนถือเป็นเรื่องปกติ ก็จะทำกันในจังหวัดใครจังหวัดมัน"​ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ร้องเรียนก่อนหน้านี้ เพราะไม่ทราบว่าผลคะแนนจะออกมาอย่างไร

กรณีที่เกิดขึ้น ผู้บริหาร กกต.​ได้มอบให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนไปรวบรวมข้อมูลแล้ว ซึ่งนอกจากกรณีซื้อเสียง จำเป็นต้องตรวจสอบผู้ร้องในกรณี "ฮั้วคะแนน" ด้วย

เสีย 2,500 ไม่ว่า ขอหน้าชัด

อีกกรณีร้องเรียนคือ นายกำธร เหล่าสะพาน ผู้สมัคร ส.ว. กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สายอิสระ เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ากระบวนการเลือก ส.ว. ในกลุ่มนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากเอกสารแนะนำผู้สมัครที่จัดทำโดย กกต. มองไม่เห็นใบหน้าของเขา ทำให้เขาได้คะแนนเสียงเพียง 1 เสียงซึ่งเป็นการลงคะแนนให้ตัวเอง

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"ไม่มีใครลงคะแนนให้ผมเลย เพราะเพื่อนมองไม่เห็นหน้าผม ไม่รู้จักผม" และ "เสีย 2,500 บาท (ค่าสมัคร) ผมไม่ว่า แต่หน้าผมไม่ชัด" เขากล่าวพลางเปิดเอกสารแนะนำตัวโชว์สื่อมวลชน

นอกจากนายกำธร ยังมีผู้สมัครอื่นอีก 4 คนที่ใบหน้าในเอกสารแนะนำตัวของ กกต. เป็นสีดำสนิท ซึ่งประธาน กกต. ให้ความเห็นกับสื่อมวลชนว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความผิดของใคร เพราะข้อเท็จจริงยังไม่มาถึงมือเขา แต่โดยหลักการภาพถ่ายต้องแสดงตัวตนได้ หากแสดงไม่ได้จะเป็น "ภาพถ่ายที่ไม่เหมาะสม"

เส้นทาง 50 ส.ว. เฉพาะกาล
ผู้สมัคร ส.ว. องค์กรวิชาชีพแนะนำ สมัครเอง รวม
ผู้สมัครทั้งหมด 509 คน 6,706 คน 7,215 คน
ผ่านคุณสมบัติชั้นต้น 505 คน 6,551 คน 7,056 คน
ผ่านระดับอำเภอ 489 คน 5,410 คน 5,899 คน
ผ่านระดับจังหวัด 452 คน 2,294 คน 2,746 คน
ผ่านระดับประเทศ 100 คน 100 คน 200 คน

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมจากคำแถลงของเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่างกรรมต่างวาระซึ่งสรุปยอดการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม