เลือกตั้ง 2562: องค์กรสิทธิเรียกร้องให้ คสช. ยกเลิกการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น

  • 30 ธันวาคม 2018
ประท้วงหน้าเทอร์มินอล Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ประท้วงแสดงสัญลักษณ์บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 ที่แยกอโศก ในวันที่ 1 มิ.ย. 2557 เพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่มีรัฐประหาร

หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช. ที่ 22/2561 เรื่อง "การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง"โดยมีผลยกเลิกคำสั่ง-ประกาศ คสช.จำนวนเก้าฉบับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ออกโดย คสช. ก่อนหน้านี้ เป็นการส่งสัญญาณว่า คสช. เริ่มคลายในส่วนของพรรคการเมือง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. 2562

แต่สำหรับประชาชนทั่วไป องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและนอกประเทศต่างมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศการปิดกั้นลิดรอนสิทธิเสรีภาพ

"การเลือกตั้งควรอยู่ภายใต้บรรยากาศที่คิดเห็นแตกต่างได้...แต่ตอนนี้ คสช. ยังมีอำนาจในการบอกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ คสช. เป็นอาชญากรรม ทำให้ยังสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว และทำให้เกิดการได้เปรียบอย่างมากกับ คสช. ที่แทบจะนำเสนอข้อมูลด้านเดียว เคลื่อนไหวที่เป็นต่อกับคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว" นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว พร้อมเรียกร้องให้ คสช. ยกเลิกเรื่องการปิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ประชาชนได้ฟังนโยบายอย่างรอบด้านของพรรคการเมือง

บีบีซีไทยพยายามติดต่อโฆษก คสช. แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ณ เวลาที่บทความนี้ถูกเผยแพร่ แต่ คสช. เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. หลังจากมีคำสั่ง "ปลดล็อก" ทางการเมือง ว่า คสช. จะยังคงดำเนินการไปตามโรดแมปเดิมที่กำหนดไว้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไป

กรณีของนายเกียรติบุรุษ พันธ์เลิศ ที่ได้ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์โดยอ้างว่ามีประชาชนที่มาลงทะเบียนบัตรสวัสดิการรัฐ ถูกบังคับให้ลงชื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และต่อมาถูกเรียกให้ไปที่สถานีตำรวจ เป็นหนึ่งตัวอย่างที่องค์กรที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและการเลือกตั้งมองว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐอาจถูกมองว่าเป็นการสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง

หลังจากที่นายเกียรติบุรุษโพสต์วิดีโอดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เขาถูกตำรวจเรียกไปสอบถามเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว และล่าสุดเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา เขาได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กว่ามีกลุ่มผู้ใหญ่บ้านมาถ่ายรูปบ้านของเขาหลายครั้ง ซึ่งเขากล่าวกับบีบีซีไทยว่า มองการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการคุกคาม และได้แจ้งกับทางตำรวจไว้แล้ว

ปัจจุบัน หัวหน้า คสช. ยังสามารถเลือกใช้ "อำนาจพิเศษ" ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ที่ถูกรับรองซ้ำในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี 2560 แต่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนมองว่ามีการใช้เพื่อควบคุมเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งต่าง ๆ เช่น การให้อำนาจทหารบุกค้น จับกุม และดำเนินคดีกับประชาชน และห้ามให้สื่อมวลชนนำเสนอเนื้อหาที่เข้าข่ายวิจารณ์ คสช. โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้ร่วมรณรงค์ยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน เนื่องจากจะทำให้สื่อมวลชนทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารด้วยความหวาดกลัว และส่งผลให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนรอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้ง

Image copyright Getty Images

"จะเห็นว่าก่อนเลือกตั้ง คสช. มีลักษณะใช้อำนาจโดยใช้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปควบคุมพื้นที่การหาเสียงของ ส.ส. แล้วก็เทคไซด์ (เข้าข้าง) อีกพรรค ส่วนพวก ส.ส. ฝ่ายตรงข้าม คสช. ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปติดตาม ถ่ายรูป เป็นลักษณะคุกคาม" น.ส.เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าว

แม้ว่าจะมีการเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 44 และคำสั่ง คสช. ทั้งหมด แต่ น.ส.เยาวลักษณ์ มองว่า มีโอกาสเป็นไปได้ยาก

"คสช. ได้ออกประกาศคำสั่งจำนวนมาก ซึ่งสี่ปีที่ผ่านมา คสช. ต้องการให้ทหารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมประเทศ ฉะนั้นโอกาสในการที่จะยกเลิกประกาศคำสั่งของ คสช. ก็เลยมีความยาก" เธอกล่าว

ในทางกฎหมาย การจะยกเลิกคำสั่งหรือประกาศต่าง ๆ ต้องผ่านการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกโดยรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ น.ส.เยาวลักษณ์ก็มองว่าเป็นไปได้ยากอีก เนื่องจาก สว. ทั้ง 250 คน ส่วนใหญ่มาจากการคัดเลือกโดย คสช.

Image copyright Getty Images

นายแอนเดรีย จอร์เจ็ตต้า ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย สมาพันธ์นานาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า นอกจากกรอบทางกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งจะออกแบบมาเพื่อวางกลไกให้กองทัพสืบทอดอำนาจแล้ว การคงไว้ซึ่งกฎต่าง ๆ ของ คสช. รวมถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อออกคำสั่งเพิ่มเติม ไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการและผลการเลือกตั้งที่เป็นธรรม

"การที่ คสช. จงใจที่จะคงมาตรการจำกัดเสรีภาพเอาไว้เกือบทั้งหมด มีความหมายเพียงอย่างเดียว คือ คสช. ตั้งใจที่จะใช้คำสั่งเหล่านี้ก่อนหรือหลังการเลือกตั้งทันที หากมีความจำเป็นต้องใช้" นายจอร์เจ็ตต้า กล่าว

"ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดที่ชนะการเลือกตั้ง พวกเขาจะต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก คสช. ที่เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษชนและหลักนิติธรรมในไทย"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปให้มีขึ้นโดยเร็ว แต่จนถึงขณะนี้บรรดาแกนนำต่างยังคงถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับความมั่นคงหลายคดี

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม