พายุปาบึก: คร่าชีวิตแล้ว 1 นายกฯเตือนภาคใต้อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันจากฝนหนัก

  • 4 มกราคม 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
นครศรีธรรมราชโกลาหล พายุปาบึกถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพายุปาบึกขึ้นฝั่งแล้วเมื่อ 12:45 น. ที่บริเวณ อ. ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและคาดว่าจะเกิดฝนตกฟ้าคะนองต่อเนื่อง ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายใน จ. ปัตตานี

นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเปิดเผยกับบีบีซีไทย ว่า เรือประมงโชคมลิณี ออกจากจ. สงขลาและจะหลบพายุโซนร้อนปาบึก ในพื้นที่จ. ปัตตานี ถูกลมพัดอับปาง เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันนี้ ทำให้มีลูกเรือซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างเครื่องเสียชีวิต 1 คน ส่วนลูกเรือที่เหลือ 6 คน ได้รับการช่วยเหลือไว้ได้ทัน

ส่วนสถานการณ์การรับมือนั้น ทางจังหวัดได้อพยพประชาชนราว 1,800 คนจาก 9 ตำบล ของ อ.ยะหริ่ง อ. หนองจิกและอ.เมืองปัตตานี เพื่อความปลอดภัยแล้ว

Image copyright Reuters

สำหรับพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว โดยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ก็ยังคาดด้วยว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและจะเคลื่อนเข้าปกคลุมจังหวัดสุราษฎรธานีในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ศูนย์อพยพเสียหาย เร่งเคลื่อนย้ายคนด่วน

นายทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย ซึ่งลงพื้นที่ใน อ. ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รายงานว่า ความรุนแรงหลังจากพายุโซนร้อนปาบึก และฝนที่ตกหนัก ได้สร้างความเสียหายให้กับศูนย์อพยพที่ศาลาว่าการอำเภอพังเสียหายจนทำให้ต้องอพยพประชาชนกว่าพันคน ออกไปยังที่ปลอดภัย

เจ้าหน้าที่และทหารต่างเร่งลำเลียงประชาชนพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปยังอาคารพลศึกษาภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งสามารถรองรับประชาชนได้กว่า 5 พันคน ในขณะนี้มีเพียงผู้อพยพอยู่ที่นั่นเพียง 1.5 พันคนเท่านั้น

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เร่งอพยพประชาชนจากศูนย์พักพิงที่ได้รับความเสียหาย

ขึ้นฝั่งเร็วกว่าที่คาด

ก่อนหน้านี้ นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแถลงเมื่อ 11.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) ว่าขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึกอยู่ห่างจาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชราว 80 กิโลเมตร คาดว่าพายุจะขึ้นฝั่งในเวลา 15.00 - 16.30 น. ในบริเวณ อ.หัวไทร หรือ อ.ท่าศาลา หรือ อ.เมือง ของ จ.นครศรีธรรมราช

หลังจากนั้นพายุจะเคลื่อนผ่านนครศรีธรรมราช เข้าไปในเขต จ. สุราษฎร์ธานี จากนั้นก็เข้าเขต จ.ระนอง และจะเคลื่อนลงไปในทะเลฝั่งอันดามันในวันพรุ่งนี้

เขายังได้กล่าวอีกว่าพายุจะก่อให้เกิดผลกระทบในภาคใต้เกือบทั้งหมด นับตั้งแต่จ.ชุมพรลงไป ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนัก คลื่นลมแรง

ขณะที่ในทวิตเตอร์ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ากองทัพภาคที่ 4 ได้จัดกำลังและยุทโธปกรณ์บรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพายุโซนร้อนปาบึก โดยจัดกำลังพล 6,000 นายพร้อม ชุดแพทย์เคลื่อนที่, ชุดเปิดเส้นทาง รวมทั้งเครื่องมือสื่อสารทางการทหารลงไปเตรียมพร้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

จังหวัดต่าง ๆ ที่ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุ เช่น นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, สงขลา ต่างก็เตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ นครศรีธรรมราชอพยพประชาชนราว 30,000 คนที่อยู่ริมชายทะเลไปอยู่ตามศูนย์อพยพต่าง ๆ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าขณะนี้หลายจังหวัดในภาคใต้เริ่มได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกแล้ว โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ อย่างที่ แหลมตะลุมพุก อ. ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช บริเวณชายทะเลเริ่มเห็นน้ำทะเลขึ้นสูง คลื่นลมแรง เช่น เกาะสมุย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ฝนตกหนักที่สืบเนื่องมาจากพายุปาบึก ทำให้เกิดน้ำไหลหลากอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุ

ที่ อ.ขนอม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ. นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่าช่วงก่อนที่พายุจะขึ้นฝั่ง มีฝนตกหนักมาก ชาวบ้านแถบนั้นบอกว่าตกต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

และก่อนหน้านี้ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้สั่งอพยพประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งออกหมดแล้ว รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่อยู่ในโรงแรมที่ติดชายหาดด้วย

นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนไม่ยอมอยู่ในศูนย์อพยพ

ในวันศุกร์ที่ 4 มี นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 200 คนและประชาชนราว 600 คนพักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางอำเภอขนอมจัดไว้ให้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของ อ.ขนอมกล่าวว่ายังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมอยู่ในศูนย์ฯ พยายามจะเดินทางออกไปที่อื่นด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกตามหาเพื่อให้กลับเข้ามาในศูนย์ฯ เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัย

นักท่องเที่ยวหญิงจากเยอรมนีที่เปิดเผยแต่เพียงชื่อว่า เอลวิรา บอกกับบีบีซีไทยว่าเธอเดินทางมาถึงขนอมพร้อมกับสามีเมื่อสองวันก่อน โดยที่ไม่รู้เรื่องพายุปาบึกมาก่อนเลย เมื่อรู้ว่าพายุจะเข้าก็จึงมาอยู่ที่ศูนย์ฯ โดยมั่นใจในความปลอดภัย และเห็นว่าทางศูนย์ฯ มีการจัดการที่ดีพอสมควร

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นักท่องเที่ยวบางส่วนก็ยอมเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่นายอลงกต วัชรสินธิ์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งในขนอม กล่าวว่า โรงแรมที่อยู่ชายหาดขนอมมีรวมกันทั้งหมดราว 1,000 ห้องก็ได้ปิดตัวลงชั่วคราวทั้งหมดเมื่อวันพฤหัสบดีเนื่องจากพายุปาบึก แต่ก็คิดว่าไม่กระทบกับการท่องเที่ยว "เพราะเมื่อพายุไป นักท่องเที่ยวก็น่าจะกลับมาอีก"

ชาวโชเชียลแชร์ภาพความเสียหาย

คำว่า #พายุปาบึก กลายขึ้นมาเป็นแฮชแทคอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์แล้วในระหว่างที่พายุลูกนี้พัดถล่มชายฝั่งของไทย ในขณะเดียวกันผู้ที่ใช้งานในทวิเตอร์ต่าง ๆ ก็นำภาพพายุมาโพสต์ไว้เป็นจำนวนมาก

Image copyright Twitter
Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากแรงลมรุนแรงจนล้มระเนระนาด บนถนนในจ. นครศรีธรรมราช
Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ต้นไม้หักโค่นเพราะแรงลมจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่จ. นครศรีธรรมราช

นายกฯห่วงใย

ต่อมา ราว 22.30 น. ของวันที่ 4 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ถึงประชาชน แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงาน โดยขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางเอาไว้ และเตือนว่าพายุที่คาดว่าจะเคลื่อนที่เข้าปกคลุม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะทำให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง