พายุปาบึก: ชีวิตที่ต้องสู้ต่อของชาวบ้านแหลมตะลุมพุก หลังความเสียหาย

  • 5 มกราคม 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
อนงค์พร สุวรรณสังข์ (ขวา) และ วีระศักดิ์ สุวรรณวงศ์ (ซ้าย) ยืนหน้าบ้านที่เสียหายหนัก ใน ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ผ่านพ้นไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ภายหลังพายุโซนร้อน "ปาบึก" พัดถล่มนครศรีธรรมราช ชาวบ้านตำบลแหลมตะลุมพุกกลับบ้านพร้อมหัวใจเศร้าสลด จากความเสียหายที่พายุนอกฤดูมรสุมทิ้งเอาไว้ ดั่งอนุสรณ์สะท้อนพลังของธรรมชาติ

หวาดผวาจากฝนกระหน่ำ และลมกระโชกแรง ใต้หลังคาศูนย์อพยพที่สั่นเทาตลอดคืน อนงค์พร สุวรรณสังข์ จับมือสามี วีระศักดิ์ สุวรรณวงศ์ ออกจากศูนย์อพยพพายุโซนร้อนปาบึก กลับมาสู่บ้านไม้มุงสังกะสีหลังน้อย ในตำบลแหลมตะลุมพุก จุดที่เสียหายจากพายุมากที่สุดแห่งหนึ่ง

"เปิดประตูบ้านเมื่อมาถึง รู้สึกตกใจ เพราะของทุกอย่างของเราไม่ได้ยกขึ้น คิดว่าเป็นแค่ลมอะไร พาหลังคาไปแค่นั้น"

ภาพที่สองสามีภรรยาวัยไม่ถึง 40 ปีคู่นี้เห็น คือ น้ำท่วมสูงเข้ามาในบ้าน ระเบียงหลังบ้านไม่เหลือซาก อุปกรณ์การช่าง ซึ่งเป็นเครื่องมือหาเลี้ยงชีพเสียหายใช้ไม่ได้อีก เช่นเดียวกับ ที่นอน ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ เครื่องซักผ้าหน้าบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่าง

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ชาวบ้านตำบลแหลมตะลุมพุก ทำความสะอาดชุมชนที่เสียหายหนักจากพายุโซนร้อนปาบึก

เมื่อถามว่า ประเมินมูลค่าความเสียหายเท่าไร อนงค์พรและวีระศักดิ์ ตอบว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่สิ่งของเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เก็บหอมรอมริบกันมายาวนาน

"เสียใจครับ ก็หมดอารมณ์ ก็ต้องหากันใหม่ ที่เสียไปก็เสียไป" ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวตอบ ด้วยนัยน์ตาปริ่มน้ำตา

"ลูกคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต"

เมื่อกำนันหมู่บ้านประกาศเตือนพายุล่วงหน้าหลายวัน สองสามีภรรยาได้เตรียมความพร้อมเท่าที่จะทำได้ วีระศักดิ์รับหน้าที่นำเรือประมง ไปจอดในป่าห่างออกไป 2 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ เรือประมงเป็นเครื่องมือทำมาหากินสำคัญของชาวบ้านแหลมตะลุมพุก

แต่เพราะมีลูกอ่อนอายุเพียง 2 เดือน ทั้งคู่ไม่กล้าเสี่ยงอยู่นานรีบพาลูก 3 คนและแม่ที่อายุมากแล้ว ไปพักพิงที่ศูนย์อพยพ ที่โรงยิมเทศบาลเมืองปากพนัง

แต่วันนี้ อนงค์พรกับสามี ขอมาสำรวจความเสียหายที่บ้านก่อน และรู้สึกว่าตัดสินใจถูก เพราะหากลูก ๆ มาเห็นสภาพบ้านที่พวกเขาเติบโตตอนนี้ คงเสียใจมาก

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ "ลูกคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต"

"เสียใจ แต่คิดว่าเราต้องพาชีวิตของเราให้รอดไว้ก่อน พาชีวิตลูกของเรา ลูกคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ลูกสาม แม่หนึ่ง น้องหนึ่ง ทำความสะอาดบ้านให้เสร็จแล้วไปรับกลับมา"

เมื่อแหลมตะลุมพุกพบวาตภัย

บ้านของอนงค์พรและสามี ไม่ใช่หลังเดียวที่เสียหายหนัก ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยลงพื้นที่สำรวจพบว่า ตั้งแต่ถนนปากทางเข้าตำบล มีเสาไฟฟ้าและต้นไม้ล้มโค่นขวางเส้นทาง รถใหญ่ยังเข้าไม่ได้

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปี โค่นล้มใส่ตัวบ้าน โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บ
Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ น้ำท่วมสูงถึงตัวบ้าน แม้จะเป็นบ้านยกพื้นแล้วก็ตาม

บ้านหลายหลังยังจมอยู่ใต้น้ำสีขุ่นจากโคลน เศษขยะ และสิ่งของที่ถูกพัดพา หลังคาสังกะสีปลิวไปกับแรงลม ต้นไม้โค่นตกใส่บ้าน ห่างออกไปที่แหลมตะลุมพุก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีรายงานว่าร้านอาหารทะเลที่ตั้งอยู่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ราบเป็นหน้ากลอง ส่วนสัญญาณโทรศัพท์นั้นยังไม่ฟื้นคืน

"พี่น้องชาวใต้ เคยได้มีทุกข์ เมื่อแหลมตะลุมพุกพบวาตภัย พายุกระหน่ำไร้ความปรานี ทรัพย์สินที่มีพินาศสูญหาย" ชายวัยกลางคนที่นั่งเท้าแช่น้ำอยู่บ้านหลังถัดไป ร้องเพลง แหลมตะลุมพุก ของขวัญจิต ศรีประจันต์ เหมือนตัดพ้อถึงชะตากรรมของคนในพื้นที่

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ เพื่อนบ้านของอนงค์พร ร้องเพลง แหลมตะลุมพุก เสียงดัง

เนื้อหาของบทเพลงนี้พูดถึงเหตุการณ์ที่แหลมตะลุมพุก และอีกหลายพื้นที่ภาคใต้ เผชิญมหาวาตภัยพายุโซนร้อนแฮร์เรียต เมื่อปี 2505 ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1 พันคน สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก

ทั้งอำเภอบาดเจ็บแค่ 10 คน

พายุโซนร้อนปาบึก มีกำลังลมแรงช่วงหนึ่งถึง 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าใกล้เคียงกับพายุแฮร์เรียต ที่มีความเร็วลมสูงสุด 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ผู้บาดเจ็บใน จ. นครศรีธรรมราชในครั้งนี้ มีเพียง 10 คนเท่านั้น เป็นผลจากการเตรียมความพร้อมที่ดี

จิราพร ชาญณรงค์ พยาบาลวิชาชีพ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลท่าศาลา เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บจากพายุปาบึกในอำเภอท่าศาลาเพียง 10 คนเท่านั้น และล้วนไม่มีอันตรายถึงชีวิต ถือว่าเป็นความสำเร็จของการเตรียมความพร้อม เพราะ อ.ท่าศาลา มีประชากรกว่า 1 แสน 3 หมื่นคน

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ โรงพยาบาลท่าศาลา เตรียมความพร้อมเต็มที่รับมือพายุโซนร้อนปาบึก

"ส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุ กระเบื้องตกศีรษะ มีต้องพัก รพ. 3 ราย แต่ตอนนี้อนุญาตให้กลับบ้านไปแล้ว"

เธอระบุอีกว่า ร.พ. ท่าศาลา และสถานพยาบาลอื่น ๆ ในจังหวัด ให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยด้วย เพราะต้องยอมรับว่า แม้ผู้บาดเจ็บจะไม่มาก แต่ผู้คนที่ต้องกลับบ้านแล้วพบกับความสูญเสียข้าวของเครื่องใช้ ย่อมมีความเสี่ยงกับโรคทางจิตเวชได้

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ สวัสดีปีใหม่ กับปีใหม่แห่งภัยพิบัติของชาวบ้านแหลมตะลุมพุก

วันจันทร์ที่ 7 ม.ค นี้ จิตแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ จะลงพื้นที่ประสบภัย เพื่อเข้าพูดคุยบำบัดจิตใจ พร้อมประเมินสภาพจิตของชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ติดทะเลอย่าง แหลมตะลุมพุก และหากพบชาวบ้านที่เครียดรุนแรง จะนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาล

ครั้งหน้าต้องพร้อมกว่านี้

มือของวีระศักดิ์ ลูบหลังสุนัขพันธุ์หลังอานคู่บ้าน ที่พวกเขาพาอพยพไปด้วย เสมือนหาสิ่งปลอบประโลม ให้จิตใจรับสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านหลังน้อยที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่รุ่นแม่

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ สัตว์เลี้ยงเองก็ต้องอพยพ

ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยรับมือพายุ เพราะเมื่อปี 2552 ครอบครัวของวีระศักดิ์เคยหนีพายุเหมือนกัน แต่พายุไม่รุนแรงขนาดนี้ ดังนั้น เขาให้คำมั่นกับตัวเอง และภรรยาที่นั่งข้าง ๆ ว่า จากนี้ไปจะรับมือพายุในอนาคตให้ดีกว่านี้

"ครั้งหน้าต้องพร้อมกว่านี้ล่ะครับ มาแบบนี้เป็นประสบการณ์ด้วย"

แต่ไม่ว่าความสูญเสียต่อบ้านและทรัพย์สินจะมากแค่ไหน แต่สำหรับอนงค์พร หากทุกคนในครอบครัวปลอดภัยดี พวกเขาสามารถเริ่มต้นใหม่ได้

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ผนังบ้านที่อนงพรค์ และวีระศักดิ์ พยายามจัดให้กลับมาเหมือนเดิมมากที่สุด

"สิ่งของไม่สำคัญเราค่อยหาใหม่เอา หากมีสิ่งของทำมาหากิน เราก็สร้างสิ่งของอำนวยความสะดวกเราได้" เธอยิ้มกว้าง และฝากคำพูดสุดท้ายว่า "ทุกคนปลอดภัยก็โอเค แล้วเราก็จะกลับมารวมเป็นครอบครัวเหมือนเดิม"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม