สาวซาอุฯ : รัฐบาลไทยกลับลำ ยังไม่ส่งตัวกลับประเทศ ให้ UNHCR ดูแล

  • 7 มกราคม 2019
ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ยังอยู่ภายในห้องพักภายในสนามบินสุวรรณภูมิ Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ยังอยู่ภายในห้องพักภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

รัฐบาลไทยเปลี่ยนท่าที ยังไม่ส่งตัว น.ส. ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน หญิงซาอุดีอาระเบีย ที่ถูกกักตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิกลับประเทศ และจะประสานให้หากต้องการจะลี้ภัยในต่างประเทศ หลังจากเธอล็อกประตูห้องไม่ยอมให้ใครเขาไป

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวต่อสื่อมวลชนที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า เขาและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) จะเข้าไปคุยกับ น.ส. ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน เพื่อสอบถามความต้องการว่าประสงค์จะลี้ภัยหรือเดินทางไปประเทศไหน โดยหากเธอต้องการเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ทางการไทยจะช่วยประสานงานให้ แต่หากจะขอเข้าประเทศไทย จะต้องคุยกับ UNHCR เพื่อพิจารณาสถานะต่อไป

"วันนี้ถ้าเขาต้องถูกทำร้ายถูกลงโทษ ลงทัณฑ์ ถูกฆ่า อย่างนี้ เป็นต้น เราก็คงต้องใช้หลักสิทธิมนุษยชน หลักของศีลธรรม เข้ามาเดินคู่ขนานไปด้วย" พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ กล่าว และเสริมว่า "วันนี้เขาอยู่ในดินแดนไทย ใครจะมาบังคับให้เขาไปไหนมาไหนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนก็ตาม เรายังต้องปกป้องคุ้มครองเขา"

ในเวลาต่อมา พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า น.ส. แอล-เคนูน ได้รับการอนุญาตให้เข้าไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อให้อยู่ใต้ความดูแลของ UNHCR ระหว่างที่รอดูว่าจะไปประเทศที่สามอย่างไร ซึ่งจะใช้เวลา 5-7 วัน ตอนนี้เธอถูกพาตัวออกไปใสถานที่ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของ UNHCR และการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ

กลับลำ?

ท่าทีล่าสุดของทางการไทย ดูเหมือนจะสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ต้องการส่งตัวเธอกลับประเทศด้วยเที่ยวบินของสายการบินคูเวตแอร์เวย์ส เช่นเดียวกันกับการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ระบุว่าเป็นเรื่องระหว่างซาอุดีอาระเบียกับประเทศไทย โดยที่ไม่เกี่ยวกับประเทศที่สาม ซึ่งจะส่งไปประเทศที่สามตามที่ร้องขอไม่ได้ เพราะไทยเองไม่มีอำนาจ

พล.อ. ประวิตร กล่าวอีกว่า แม้ว่าหญิงสาวรายนี้จะมีความประสงค์ที่จะขอลี้ภัยไปประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ไม่รู้ว่าทางประเทศออสเตรเลียจะรับหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องของไทยกับซาอุฯ ถ้ามีคดีความก็ต้องจัดการให้เสร็จก่อนถึงจะส่งกลับ ซึ่งทางสถานทูตซาอุฯ ก็เข้ามาดูแล แต่เราต้องควบคุมไว้เพราะเขาเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมาย

UNHCR ย้ำต้องไม่ส่งคนไปยังที่ไม่ปลอดภัย

ด้าน น.ส. คาโรไลน์ กลั๊ก เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์อาวุโส UNHCR กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำลังพยายามขอเจ้าหน้าที่ไทยเข้าพบ น.ส. แอล-เคนูน เพื่อประเมินความต้องการการคุ้มครองจากนานาชาติ

ทั้งนี้ หากผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยได้รับการยืนยันว่าต้องการการคุ้มครองจากนานาชาติ ประเทศใด ๆ ต้องไม่ส่งคนกลับไปยังที่ ๆ อาจถูกคุกคามต่อชีวิตหรือเสรีภาพตามหลักการห้ามผลักดันไปเผชิญอันตราย ซึ่งหลักการนี้เป็นไปตามกฎหมายนานาชาติที่ประเทศไทยได้ร่วมเป็นภาคี

ล่าสุด ตัวแทน UNHCR ได้รับอนุญาตจากทางการไทยให้เข้าพบ น.ส. แอล-เคนูน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อประเมินความต้องการการคุ้มครองทางการลี้ภัยจากนานาชาติ และช่วยหาทางออกสำหรับสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญ

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลียแถลงว่า ทางการออสเตรเลียกำลังติดตามเรื่องนี้ และเห็นว่าคำกล่าวอ้างของ น.ส. ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน ที่ว่าการเดินทางกลับประเทศจะทำให้ตกอยู่ในอันตรายนั้นถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง  สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียในประเทศไทยได้แจ้งต่อทั้งรัฐบาลไทยและสำนักงานยูเอ็นเอชซีอาร์ในไทยขอความมั่นใจให้ น.ส. แอล เคนูน สามารถเข้าถึงกระบวนการขอสถานะผู้ลี้ภัยของยูเอ็นเอชซีอาร์ ในประเทศไทยได้  

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นางสาวโมฮาเหม็ด แอล-เคนูน บอกว่าหนังสือเดินทางของเธอถูกนักการทูตซาอุฯ ยึดไป

ล็อกตัวเองให้องพักเพื่อต่อรอง

ตามแผนเดิมของทางการไทย คือ จะต้องส่งตัวของหญิงซาอุฯ รายนี้กลับประเทศด้วยเที่ยวบินของสายการบินคูเวตแอร์เวย์ส ในช่วงเวลา 11.15 น. ของวันนี้ (7 ม.ค.) แต่เธอปิดประตูไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาภายในห้องและปฏิเสธที่จะออกจากห้องพักในโรงแรมภายในสนามบินสุวรรณภูมิจนเลยเวลา และทำให้เที่ยวบินดังกล่าวเดินทางออกจากสุวรรณภูมิไปโดยปราศจากตัวเธอ

ต่อมานายฟิล โรเบิร์ตสัน รองงผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ของ ฮิวแมนไรท์วอทช์ ทวีตข้อความซึ่งเป็นวิดีโอของเธอ ระบุว่า เธอปิดประตูปกป้องตัวเองจากคนภายนอกภายในห้องพัก และเธอจะไม่ออกไปจากที่นั่นจนกว่า จะได้พบกับตัวแทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)

ก่อนหน้านั้น ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยระงับการส่งหญิงชาวซาอุดีอาระเบียกลับประเทศ เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

ด้านนายไมเคิล เพจ รองผู้อำนวยการประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวในแถลงการณ์ในวันที่ 7 ม.ค. ว่า รัฐบาลไทยควรระงับการเนรเทศทันที และอนุญาตให้เธอเดินทางต่อไปยังออสเตรเลีย หรือไม่ก็อนุญาตให้เธออยู่ในไทยต่อไป เพื่อขอความคุ้มครองในฐานะผู้ลี้ภัย เนื่องจากการส่งตัวของเธอไปจะเป็นการปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับอันตรายจากครอบครัว การกีดกันทางเสรีภาพ

ที่มาของเหตุการณ์นี้

เมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน หญิงซาอุฯ วัย 18 ปี ระบุว่า เธอถูกกักตัวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะพยายามจะเดินทางหนีจากครอบครัวไปออสเตรเลีย เธอบอกกับบีบีซีว่า เธอละทิ้งศาสนาอิสลามและกลัวจะถูกส่งตัวกลับไปซาอุดีอาระเบียและถูกครอบครัวตัวเองฆ่า

เมื่อสองวันก่อน เธอขึ้นเครื่องบินหลบหนีขณะไปเที่ยวกับครอบครัวที่คูเวต

พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ บอกกับบีบีซีเมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) ว่า น.ส. โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน หนีการแต่งงานมา และด้วยความที่เธอไม่มีวีซ่าเข้าประเทศไทย ตำรวจไทยจึงปฏิเสธที่จะให้เธอเดินทางเข้าประเทศ และกำลังอยู่ในกระบวนการส่งตัวกลับด้วยสายการบินเดียวกับที่เธอเดินทางมา นั่นคือ คูเวต แอร์เวย์ส

พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ระบุอีกว่า เขาไม่ทราบเรื่องการยึดหนังสือเดินทางแต่อย่างใด

ยังหวั่นกลัวและสับสน

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่กรุงเทพฯ บอกว่า น.ส. โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน รู้สึกหวั่นกลัวและสับสน เธอบอกว่าเธอมีวีซ่าสำหรับเข้าประเทศออสเตรเลียแต่หนังสือเดินทางของเธอถูกนักการทูตซาอุฯ ซึ่งเจอเธอหลังจากลงจากเครื่องยึดไป

น.ส. โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน เล่าถึงสิ่งที่เธอกำลังเผชิญผ่านทางทวิตเตอร์ โดยบอกว่า "เพราะฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ฉันเลยจะเปิดเผยชื่อจริงและข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน"

นอกจากนี้เธอยังได้เผยรูปหนังสือเดินทางของตัวเองเพราะ "ฉันมีตัวตนอยู่จริง" ข้อความทวิตเตอร์ของเธออีกข้อความหนึ่งระบุว่า "ฉันกลัวว่าครอบครัวจะฆ่าฉัน"

กรณีที่เกิดขึ้นนี้คล้ายกับกรณีของหญิงซาอุฯ อีกรายหนึ่งที่ชื่อว่า ดีนา อาลี เลสลูม เมื่อเดือน เม.ย. ปี 2017 เธอกำลังเดินทางจากคูเวตโดยไปเปลี่ยนเครื่องที่ฟิลิปปินส์ แต่ถูกนำตัวกลับซาอุดีอาระเบียจากสนามบินในกรุงมะนิลาโดยครอบครัวของเธอเอง ในขณะนั้น เธอยืมโทรศัพท์ของนักท่องเที่ยวแคนาดาส่งข้อความ และวิดีโอที่โพสต์ลงทวิตเตอร์ว่า ครอบครัวจะฆ่าเธอ แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครทราบว่าชะตากรรมเธอเป็นเช่นไร

กต. ยืนยันเจ้าหน้าที่ไทยทำตาม กม.

น.ส. บุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับบีบีซีไทยระบุว่าไม่สามารถให้ความคิดเห็นใดได้ในขณะนี้ แต่ระบุเพียงว่าในชั้นนี้ได้รับทราบเพียงว่า สำนักงานตำรวจคนเข้าเมืองต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

ข่าวที่เกี่ยวข้อง