“บิ๊กป้อม” และวาทะเรียกเสียงวิจารณ์ จาก “ก็ผมมันไม่ตายไง” สู่ “อาหารอร่อย”

  • 18 มกราคม 2019
ประวิตร วงษ์สุวรรณ Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

หลังเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีโรงแรมดุสิตดีทู ในกรุงไนโรบี เมื่อบ่ายวันอังคาร (15 ม.ค.) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่าเหตุที่เกิดที่โรงแรมดังกล่าวเพราะ "คงเห็นอาหารอร่อยมั้ง"

ล่าสุดวันนี้ (18 ม.ค.) พล.อ.ประวิตร เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลด้วยรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย เพื่อ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 พล.อ.ประวิตร ยังคงปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังจากการตอบคำถามถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าผู้สื่อข่าวจะพยายามสอบถาม ถึงเรื่องดังกล่าวก็ตาม

ขณะเดียวกัน ก่อนที่จะเดินทางมาประชุม ทีมงาน พล.อ.ประวิตรได้ ประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกได้มาแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ให้สัมภาษณ์ และขอความร่วมมือไม่ให้สื่อมวลชนไปดักสัมภาษณ์บริเวณทางขึ้นลงอาคาร แต่ให้เพียงบันทึกภาพบรรยากาศได้เท่านั้น

อะไรคือเหตุผลที่แท้จริงของการโจมตี

สำหรับเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีโรงแรมดุสิตดีทู นั้นกลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบับ ซึ่งอ้างว่ากลุ่มมือปืนเป็นสมาชิกของกลุ่มตน ได้ออกมาให้เหตุผลผ่านรายการวิทยุว่าเลือกสถานที่โจมตีเพราะตึกมีขนาด "ใหญ่และเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติ ออฟฟิศ และสถานทูตต่าง ๆ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ พล.อ.ประวิตร ยังคงปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังจากการตอบคำถามถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าผู้สื่อข่าวจะพยายามสอบถาม ถึงเรื่องดังกล่าวก็ตาม

เห็นได้ชัดว่ากลุ่มติดอาวุธเลือกก่อเหตุบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่นเดียวกับเมื่อปี 2013 ที่เกิดที่ห้างเวสต์เกต หรือ 2 ปีหลังจากนั้นที่มหาวิทยาลัยการิสซา

ล่าสุด เว็บไซต์ข่าว Kenyans.co.ke ของเคนยา รายงานถึงคำพูดของ พล.อ. ประวิตร ว่ามีทัศนคติที่ "ค่อนข้างไม่ใส่ใจ" ระหว่างช่วงเวลาอันโศกเศร้า และก็ได้มีคนไทยจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นและขอโทษแทนคนไทยต่อคำพูดของ พล.อ. ประวิตร

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ภาพจากกล้องซีซีทีวีจับภาพคนร้ายขณะบุกเข้าโรงแรม

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jankasem Roonaphaya ระบุว่า "ถึงชาวเคนยา ผมเสียใจจริง ๆ กับความสูญเสียของคุณ ผมแน่ใจว่าคนไทยทุกคนคอยเป็นกำลังใจให้คุณในช่วงเวลาอันโศกเศร้านี้ ผู้ชายคนนี้และรัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของคนไทยไม่ว่าจะด้วยทางไหนก็ตาม พวกเขาอยู่ในระบอบทหารที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยเมื่อ 5 ปีก่อน

ในฐานะประชาชนคนไทย ผมขอประณามถ้อยคำของเขา มันน่ารังเกียจ ไร้ความเคารพ (ต่อผู้สูญเสีย) และรับไม่ได้อย่างที่สุด"

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kenneth Tirapoj Wongsa บอกว่า "น่าอัปยศอดสูมาก เขาไม่ได้เป็นตัวแทนพวกเรา ไม่ว่าจะโดยทางไหนก็ตาม ไม่ใช่ทางประชาธิปไตย และแน่นอนไม่ใช่ทางจิตใจ ไม่มีพื้นที่สำหรับผู้ก่อการร้ายหรือเผด็จการ เราอยู่เคียงข้างเพื่อนชาวเคนยาของเรา"

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chege Thiong'o ระบุว่า "จะไม่ไปเมืองไทยอีก" ในขณะที่ Obwocha Makori บอกว่าเป็น "แถลงการณ์ที่แย่ที่สุดและไม่ยั้งคิดต่อพี่น้องของเราที่ได้รับผลกระทบจากคนโหดร้ายพวกนี้"

นอกจากนี้ ก็ยังมีสื่อในอังกฤษและญี่ปุ่นซึ่งรายงานถึงคำพูดของ พล.อ. ประวิตร ในครั้งนี้ด้วย

"เขาทำของเขาเอง"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การให้สัมภาษณ์ของรองนายกรัฐมนตรีผู้นี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากเหตุเรือล่มใกล้กับเกาะภูเก็ตเมื่อ 5 ก.ค. ปีที่แล้วที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต 41 ราย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเรียกความเชื่อมั่นจากชาวจีนกลับคืนมาได้อย่างไร พล.อ. ประวิตร ตอบว่า

"คนจีนเป็นคนนำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวเขา เขาทำของเขาเอง เขาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เราจะให้ไปเรียกความเชื่อมั่นได้อย่างไร"

คำพูดดังกล่าวถูกนำไปรายงานตามสื่อต่าง ๆ ของจีนและก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ชาวจีน

Image copyright MOHD RASFAN/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากน้ำ

โกลบอล ไทมส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของทางการจีนภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เขียนไว้ในบทบรรณาธิการภาษาจีนวิจารณ์ว่า ถ้อยคำของ พล.อ. ประวิตร นั้น "คิดน้อยเกินไป" และ "ไม่เหมาะสม"

นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังได้ชี้ด้วยว่า "นี่เป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงมาก ไม่ว่าผู้บริหารของบริษัทนำเที่ยวนั้นจะมาจากประเทศใด แต่เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลไทยจะเลี่ยงจากความรับผิดชอบนี้ได้" และ "เนื่องจากมีชาวจีนหลายคนเสียชีวิต ทำให้ชุมชนจีนเกิดความไม่พอใจอย่างมาก และหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในจีน เราก็คงจะรับผิดชอบกับการแสดงความเห็นสาธารณะใด ๆ ออกมา"

อย่างไรก็ตาม พล.อ. ประวิตร ได้ออกมาขอโทษในเวลาต่อมา เขากล่าวว่า "ไม่มีอะไรหรอก เป็นคนละเรื่องกัน การทำผิดก็เรื่องหนึ่ง การช่วยเหลือก็เรื่องหนึ่ง ถ้าผมพูดอะไรไม่พอใจก็ขอโทษ ซึ่งผมได้รับรายงานมาอย่างนั้นจริงๆ ขออย่านำมาปนกัน"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ญาติผู้เสียชีวิตหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจจากเหตุเรือล่ม

"ก็ผมมันไม่ตายไง"

พล.อ.ประวิตร ถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงทางโซเชียลมีเดียต่อคำพูดถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ "น้องเมย" นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เมื่อเดือน ต.ค. 2560 โดยแถลงเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า "เด็กเสียชีวิต เนื่องจากสุขภาพของเด็กเอง ไม่มีการซ้อมอะไรทั้งสิ้น" พร้อมทั้งปกป้อง "การซ่อม" หรือ ลงโทษทางทหารว่า เป็นเรื่องจำเป็น

คำพูดดังกล่าวขัดกับข้อความในบันทึกของนายภคพงศ์ ที่เขียนไว้เมื่อ 26 พ.ค. 2560 ว่า "เช้ามาก็โดนต่อยท้องไปหมัดนึงจุกโคตรเลย แถมตกกลางคืนมามีลงนรกอีก เหนื่อยมาก"

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ส่วนที่เปิดบันทึกประจำวันของเด็กที่ระบุว่าเขาโดนซ่อมนั้น ผมคิดว่าก็โดนซ่อมกันทุกคน ผมก็เคยโดนมาเหมือนกัน เช่น วิดพื้น วิ่ง สก็อตจั๊มป์ ไม่ต้องถูกตัวกัน และการซ่อมไม่ได้มากมายอะไร ขณะเดียวกันประเด็นที่เด็กเคยโดนซ่อมจนหยุดหายใจไปครั้งหนึ่งนั้น เพราะเขาเป็นโรคฮีทสโตรก ซึ่งการเป็นโรคนี้เกิดจากการฝึก หรือแม้แต่ยืนตากแดดเฉย ๆ ก็เป็นเพราะอากาศร้อน ใครจะไปรู้ว่าลูกเขามีภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน"

Image copyright WASAWAT LUKHRARANG/BBCThai
คำบรรยายภาพ พิเชษฐ ตัญกาญจน์ ตัดพ้อว่าทางทหารไม่ให้คุณค่ากับลูกชายของเขา ในขณะที่ไปรับอวัยวะภายในไปตรวจสอบหาสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากสุดท้ายแล้วตรวจสอบแล้วพบว่าการฝึกซ้อมเกินกำลังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจะทำอย่างไรต่อไป พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ผมก็เกิน ผมก็สลบ ตอนผมโดนอะ ...ก็ผมมันไม่ตายไง"

นายพิเชษฐ พ่อของนายภคพงศ์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "ผมรู้สึกน้อยใจ.. ท่านรัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตีราคาลูกผมต่ำไปนิดนึง มองเขาต่ำไปนิดนึง เหมือนไม่มีราคา ไม่ให้คุณค่าต่อครอบครัวผมเลย" ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปกป้อง พล.อ.ประวิตรว่า "สื่อก็ถามให้อารมณ์เสีย ท่านไม่ได้ตั้งใจตอบแบบนั้น"

ในเวลาต่อมา พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า "อะไรที่ผมพูดไปแล้วทำให้ไปกระทบกระเทือนครอบครัวของน้องเมยผมต้องขอโทษด้วย"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม