สุรชัย แซ่ด่าน : ภรรยาสุรชัย แซ่ด่าน ยื่นหนังสือร้อง กสม. ช่วยตรวจสอบการหายตัวไปของสามี

  • 5 มีนาคม 2019
ครอบครัวของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน เข้าสวมกอด หลังจากที่ได้รับอิสรภาพเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2556 Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ครอบครัวของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน เข้าสวมกอด หลังจากที่ได้รับอิสรภาพเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2556

เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้วที่ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน หายตัวไปอย่างเป็นปริศนาในระหว่างการหลบหนีจากไทยไปอยู่ใน สปป. ลาว

ล่าสุดในวันนี้ (5 มี.ค.) นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ผู้เป็นภรรยา พร้อมด้วยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และกลุ่มผู้สนับสนุน เดินทางมายื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยมีนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม. เป็นผู้รับหนังสือเรียกร้องให้ตรวจสอบการบังคับบุคคลสูญหายอุ้มฆ่านายสุรชัย

"ฉันเชื่อว่าเขา (นายสุรชัย) เสียชีวิตแล้ว พร้อม ๆ กับผู้ติดตามที่เพิ่งตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ 2 ศพ ที่พบเป็นศพลอยอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง จ.นครพนม" นางปราณีกล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์

เธอให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์มติชนออนไลน์ ภายหลังจากการยื่นหนังสือกับ กรรมการกสม. ว่า หลังจากที่สามีได้หลบหนีจากไทยเข้าไปอยู่ใน สปป.ลาว และได้หายตัวไป ซึ่งญาติพี่น้องติดต่อไม่ได้มาตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. ปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีรายงานว่า มีผู้พบศพลอยอยู่ริมแม่น้ำโขง จ. นครพนม โดยเธอระบุว่า มีจำนวน 3 ศพ

โดยหนึ่งในจำนวนนั้น เธอเชื่อว่าเป็นศพของนายสุรชัย ส่วนศพที่ 2 และ 3 เป็นคนสนิทของสามี ขณะนี้ศพที่พบ 2 ศพดังกล่าวได้รับการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้ว ส่วนอีกศพยังไม่สามารถติดตามได้ว่าอยู่ที่ใด เธอจึงต้องการให้กสม. ตรวจสอบกรณีการหายตัวไปของนายสุรชัย หากพบว่าเสียชีวิตก็ขอให้ส่งคืนศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการรับหนังสือดังกล่าว นางอังคณา กล่าวกับสื่อมวลชนว่า หลังจากรับเรื่องตนจะนำเสนอให้ กสม. เพื่อมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม คาดว่าใช้เวลาไม่นาน อ

ย่างไรก็ตาม พ.ร.ป.กสม. ทำให้ กสม.ไม่สามารถตรวจสอบหน่วยงานรัฐอื่นๆได้ และต้องทำความเข้าใจว่าการตรวจสอบกรณีบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นเรื่องยาก และขณะนี้ไม่มีใครตอบได้ว่าศพแรกที่พบเป็นศพของนายสุรชัยหรือไม่ มีความชัดเจนเพียง 2 ศพที่ตรวจดีเอ็นเอแล้ว

Image copyright ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์

ขณะที่นายสมยศ ตั้งข้อสังเกตุกับสื่อมวลชนว่า การหายตัวจนนำไปสู่การเสียชีวิตดังกล่าวน่าเชื่อว่าเกิดขึ้นในวันที่ 13 ธ.ค.61 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางไปประชุมร่วม ไทย-ลาว ครั้งที่ 3 ที่สปป.ลาว

นอกจากนี้นายสมยศยังอีกเชื่อว่าเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ใช้ดำเนินการกับผู้ที่มีความเห็นต่อต้านเผด็จการ นับจากปี 2559 มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 5 ศพ ส่วนการมายื่นหนังสือต่อ กสม.ครั้งนี้เพื่อไม่ให้มีการอุ้มฆ่าเกิดขึ้นอีก

ข้อมูลจำนวนศพที่พบยังขัดแย้งกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนศพที่พบยังไม่สอดคล้องกันระหว่างรายงานจากภรรยาของนายสุรชัย กับการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อและเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 มี.ค.) ที่ ระบุว่ามีเพียงแค่ 2 ศพเท่านั้น

"ศพที่สามมาจากไหน ไม่มี มีอยู่แค่สองศพเท่านั้น" พล.ต.อ. ศรีวราห์ระบุ

ยอมรับ "หมดหวัง"

"คิดว่าอาจารย์ [สุรชัย] คงจะไม่รอดเหมือนกัน เพราะว่าเขาหายไปพร้อมกัน" นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในวัยย่าง 60 ปี ภรรยาของนายสุรชัยกล่าวกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ทราบว่าศพที่สองเป็นของ "กาสะลอง"

นอกจากนี้นางปราณีกล่าวว่าขณะนี้มีข้อมูลว่ามีร่างของชายอีกคนหนึ่งลอยไปติดแม่น้ำโขงฝั่งลาว ซึ่งเธอคิดว่าอาจจะเป็นสามีของเธอหรือไม่

พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม กล่าวกับบีบีซีไทยว่าผลการตรวจดีเอ็นเอของทั้งสองศพออกมาแล้ว โดยศพที่อยู่ในความดูแลของ สภ.เมืองนครพนม ได้นำดีเอ็นเอของลูกชายไปตรวจเปรียบเทียบกับศพ ซึ่งผลการตรวจจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ลงความเห็นว่า ไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์การเป็นบิดาและบุตร และมีผลตรวจลายนิ้วมือยืนยันว่าศพนั้นเป็นของนายไกรเดช ลือเลิศ ซึ่งญาติของนายไกรเดชได้ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า เป็นชื่อจริงของ "กาสะลอง" สหายคนสนิทของนายสุรชัยที่หายตัวไปพร้อมกันเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ปีที่แล้ว

ส่วนศพที่อยู่ในความดูแลของ สภ.ธาตุพนม ได้นำดีเอ็นเอของลูกชายและแม่ไปตรวจเปรียบเทียบกับศพ และแพทย์ได้ลงความเห็นว่า เปรียบเทียบสารพันธุกรรมไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์การเป็นบิดา มารดา และบุตร โดยพบว่าศพนั้นเป็นของนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ ซึ่งบีบีซีไทยได้ตรวจสอบแล้วกับทางญาติว่าเป็นชื่อจริงของ "ภูชนะ" สหายอีกคนของนายสุรชัยที่หายตัวไปพร้อมกัน

พร้อมกันนั้นเขาก็กล่าวว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับชายคนที่สามที่นางปราณีกล่าวถึง และเสริมด้วยว่าขณะนี้ตำรวจยังคงอยู่ในระหว่างสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดในทั้งสองคดี เนื่องจากผู้ตายเป็นคนไทย แต่มีข้อบ่งชี้อยู่บางประการว่าสถานที่เกิดเหตุน่าจะเกิดนอกราชอาณาจักร

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นักกิจกรรมติดเข็มกลัดรูปนายสุรชัย ในระหว่างการเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา

ก่อนหน้านี้

ระหว่างวันที่ 27 และ 29 ธ.ค. 2561 มีผู้พบศพชายนิรนามที่ถูกฆ่าในลักษณะเดียวกันทั้งหมด 2 ราย ลอยมาตามแม่น้ำโขงและถูกพบที่ จ.นครพนม ซึ่งอยู่ในความดูแลของสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม และสถานีตำรวจภูธรธาตุพนม โดยลักษณะศพมีการใส่กุญแจมือ คว้านท้องแล้วยัดด้วยเสาปูนถ่วงแม่น้ำ ซึ่งขณะนั้นก็มีข่าวลือว่าหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นศพของนายสุรชัย

วันนี้ (21 ม.ค.) ลูกชายของภูชนะกล่าวกับบีบีซีไทยว่า เมื่อประมาณ 9.00 น. ตำรวจ สภ.ธาตุพนม ได้โทรมาแจ้งว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอจากไขกระดูก หรือผลการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ระบุว่า มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับเขา

"เขาบอกว่าดีเอ็นเอแมทช์ (ตรง) กัน" ลูกชายภูชนะ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อจริง กล่าวกับบีบีซีไทย

ภรรยาของสุรชัยเผย "กำลังทำใจ"

"ป้ารู้สึกหดหู่เศร้าใจมากเลย พูดไม่ค่อยออก ตอนนี้ก็กำลังทำใจ รับได้ทั้งข่าวดีและข่าวร้าย" นางปราณี กล่าวกับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้เมื่อได้รับทราบว่าได้พบร่างทั้งสอง แต่ยังไม่ทราบผลของการตรวจดีเอ็นเอ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อปี 2554 นายสุรชัยถูกตัดสินจำคุก 12 ปี 6 เดือน ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากทั้งหมดห้าคดี แต่ได้ขออภัยโทษพิเศษรายบุคคล ทำให้ได้ลดโทษลงมาเหลือ 2 ปี 7 เดือน

"ถ้าไม่เห็นศพ (ของคุณสุรชัย) นี่ก็สันนิษฐานได้สองอย่างว่า หนึ่ง ถูกฝังไว้มิดชิดจนไม่สามารถจะสืบหาได้ กับอีกกรณีหนึ่งก็คือ ยังไม่ทำการฆ่าคุณสุรชัย อย่างที่ป้าเคยภาวนาไว้ว่า เขาอาจจะถูกกักขังไว้ที่ใดที่หนึ่ง" นางปราณี กล่าว

"การจะลงมือสังหารนักปฏิวัติที่ต่อสู้มายาวนานอย่างนี้มันก็ต้องมีผลสะเทือนบ้างไม่มากก็น้อยเพราะคุณสุรชัยเป็นนักต่อสู้มา เป็นที่รู้จักกันทั้งในและต่างประเทศ แม้จะเสียไปแล้ว หรือว่ายังมีชีวิตอยู่ พวกเราก็ยังต้องติดตามสืบค้น เรียกร้องหาความเป็นธรรมต่อไปอีก ก็ไม่รู้จะนานเท่าไร"

จากข่าวที่ปรากฏทางสื่อ นายสุรชัยนับเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองรายที่ 5 ที่มีการหายตัวไปในประเทศเพื่อนบ้านในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา

ผู้ที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า "ภูผาเสรี สะเร็น" ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสนิทของนายสุรชัย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ทันทีทีได้รับข่าวจากเพื่อนที่ลี้ภัยด้วยกัน รู้สึกตกใจ แต่ก็ทำใจเอาไว้ก่อนแล้ว เพราะการหายไปเป็นเดือนโดยที่ไม่ได้ติดต่อใครเลยนั้น เหมือนกับการถูกอุ้มไป และโอกาสรอดคงมีน้อย

Image copyright JUNYA YIMPRASERT/FACEBOOK
คำบรรยายภาพ หมวกดาวแดงที่นายสุรชัยไม่เคยถอดเวลาออกนอกบ้านยังอยู่ครบ

หมายเหตุ: ข่าวนี้ได้รับการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติม จากที่ตีพิมพ์ไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม