เลือกตั้ง 2562: บัตรเลือกตั้งใบเดียวพลิกโฉมการเลือกตั้งอย่างไร?

  • 23 มกราคม 2019
คนเลือกตั้ง Image copyright AFP/Getty Images

บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่หดเหลือเพียงใบเดียวภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำให้พฤติกรรมทางการเมืองของทั้ง "ผู้เล่น" และ "ผู้เลือก" เปลี่ยนแปลงไป

เปลี่ยน.. วิธีตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

จากเคยเลือกได้ทั้ง "คนที่รัก" เพื่อเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต และเลือก "พรรคที่ชอบ" ผ่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในการเลือกตั้งหนนี้ประชาชนเหลืออำนาจตัดสินใจเพียงหนึ่งเดียวเพื่อเลือก ส.ส. เขต

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกบัตรเลือกตั้งนี้ว่า "บัตรไฮบริด" เปรียบเหมือนรถยนต์ 1 คัน ใช้ 2 ระบบ

ทว่าในการลงคะแนนของประชาชนแต่ละคนอาจตัดสินใจบนพื้นฐานแตกต่างกันไป และบางครั้งเจตจำนงของประชาชนอาจขัดแย้งกันเอง เช่น ชื่นชอบนาย ก. แต่นาย ก. ถูกดูดไปอยู่พรรคที่ไม่พึงประสงค์ ประชาชนจะยังเลือกนาย ก. อยู่หรือไม่

คำถามสำคัญที่นักการเมืองและนักรัฐศาสตร์พากันขบคิดในเวลานี้คือ...

  • เขต/จังหวัดไหน ที่ประชาชนจะตัดสินใจบนพื้นฐานตัวผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต?
  • เขต/จังหวัดไหน ที่ประชาชนมีแนวโน้มพิจารณาชื่อนายกฯ ในบัญชีเป็นอันดับแรก?
  • เขต/จังหวัดไหน ที่ขายชื่อพรรค-ชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อได้?

แม้ยังไม่กล้าฟันธง แต่ ดร. สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการจากสถาบันพระปกเกล้า ชี้ชวนให้สังคมเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 คาดหวังจะสร้างความได้เปรียบทางการเมืองให้พรรคของผู้มีอำนาจ โดยทำให้การเมืองย้อนกลับไปสู่การให้ความสำคัญกับตัวบุคคลมากกว่าพรรค และพยายามปิดกั้นการใช้ชื่อพรรคหาเสียงด้วยการออกแบบให้แต่ละเขตเลือกตั้งใช้หมายเลขแตกต่างกัน แต่นี่ "เป็นการแสดงอภินิหารบนศาสตร์และศิลป์ที่ไม่ครบถ้วน"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ มีชัย ฤชุพันธุ์ นำทีม กรธ. ร่วมถ่ายภาพหมู่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 อาคารรัฐสภา ก่อนร่วมพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ เมื่อ 6 เม.ย. 2560

"ผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่เข้าใจว่าการเปลี่ยนระบบใหม่ ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ทันทีแบบอัตโนมัติ เพราะคนจะเปลี่ยนวิธีคิดได้ก็ต่อเมื่อมีมุมมองทางการเมืองเปลี่ยนไป การออกแบบที่มุ่งกระโดดไปควบคุมพฤติกรรมของคนทันทีจึงเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้" ดร. สติธรกล่าว

เขาขยายความด้วยว่า พฤติกรรมการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชนจะขึ้นอยู่บนพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม ทั้งจากครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทำงาน ชุมชน และภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคม

เปลี่ยน.. รูปแบบหาเสียงของพรรคการเมือง

ภายใต้ความซับซ้อนของระบบเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคที่ชนะเลือกตั้ง ส.ส. เขต อาจไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภาเมื่อมาเข้าสูตร "คณิตศาสตร์การเมืองไทย" กลายเป็นเหตุผลให้อดีต "พรรคอันดับ 1" อย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ต้อง "ปรับตัว-แตกพรรค" รับกติกาใหม่

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ดร. สติธรระบุว่า ถึงขณะนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่าระหว่าง พท. กับพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จะสับหลีกพื้นที่โดยไม่ให้ทับซ้อนกันและทำให้ประชาชนสับสน ดังนั้นหากเขตไหนมีแนวโน้มชนะเลือกตั้งก็จะลงสนามในนาม พท. แต่เขตไหนสุ่มเสี่ยงก็ส่งผู้สมัครในนาม ทษช.

บีบีซีไทยเข้าใจว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปีที่พรรคฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร ส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกเขตทั้งประเทศ

จริงอยู่ที่หลายพรรคการเมืองทยอยเปิดนโยบายเพื่อ "ขายพรรค" แต่ก็ไม่ใช่ตัวแปรหลักที่พวกเขามุ่งสร้างสรรค์-แข่งขัน หลังเผชิญกับความยากลำบากในการหาเสียงในนามพรรค เนื่องจากไม่สามารถออกแคมเปญว่า "เลือกพรรค ก. เลือกเบอร์ 0 ทั้งประเทศ" จากเงื่อนไข "ข้ามเขต (เลือกตั้ง) คนละเบอร์" อีกทั้งทุกนโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนอยังถูกกำกับด้วยกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งจัดทำในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/ BBC THAI

ทิศทางการเลือกตั้ง 2562 จึงเน้นขายตัวผู้สมัคร ควบคู่กับขาย "อุดมการณ์ทางการเมือง" ของพรรคว่าจะเอาหรือไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช. จึงไม่แปลกหากคำว่า "ประชาธิปไตย" และ "เผด็จการ" จะเป็นคำที่ถูกนักการเมืองพูดถึงอย่างมากในช่วงนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง

แต่ถึงกระนั้น ยุทธศาสตร์ร่วมกันของหลายพรรคคือพยายามส่งผู้สมัคร ส.ส. ให้ได้จำนวนมากที่สุด แม้เป็นการ "บุกไปแพ้" แต่ก็ได้เก็บแต้มไปนับคะแนนรวมเป็น ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค

เปลี่ยน.. ผลการเลือกตั้ง

รศ.ดร. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยระบุไว้ว่ามี "หลุมพราง" ถึง 16 หลุมที่อาจทำให้ผลการเลือกตั้งแปรเปลี่ยน ในจำนวนนี้ก็คือ "ระบบเลือกตั้งที่สับสน" และ "ส.ส. พรรคเดียวกัน ข้ามเขตคนละเบอร์"

ภายใต้ความพยายามของผู้มีอำนาจที่หวัง "อภินิหารทางกฎหมาย" สร้าง "อภินิหารทางการเมือง" ในสนามเลือกตั้ง รศ.ดร. สิริพรรณ เป็นนักวิชาการอีกคนที่เชื่อว่าพฤติกรรมการเลือกตั้งสะสมมานานจนเป็น "รอยแยก" ทางสังคม ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบระบบเลือกตั้งใหม่

Image copyright BBC Thai

เธอคาดการณ์ว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมีโอกาสได้ ส.ส. ราว 70 เสียง เมื่อลองคำนวณจากฐานคะแนนเดิมของอดีต ส.ส. ปี 2554 จำนวน 55 คนที่ย้ายไปสังกัด พปชร. และยังเชื่อด้วยว่าคะแนนร้อยละ 48 ที่ พท. ได้รับในการเลือกตั้งปี 2554 จะยังคงอยู่กับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย

"ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมีการโหวตข้ามขั้ว ทั้งขั้ว 2 นครา (ทฤษฎีคนชนบทตั้งรัฐบาล คนเมืองล้มรัฐบาล) และขั้วเหลือง-แดง โดยพรรคที่เกิดขึ้นมารองรับขั้วแดงก็มี ทษช. พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เชื่อว่ายังรักษาที่มั่นเดิมในภาคใต้ได้ แต่ระยะห่างระหว่างชัยชนะอาจลดลง และคะแนนบัญชีรายชื่ออาจลดลง เพราะจะมีพรรคอย่าง พปชร. และรวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) มาแย่งคะแนนในตะกร้าเดียวกัน" รศ.ดร. สิริพรรณระบุ

นักรัฐศาสตร์จากรั้วจามจุรีพลิกคะแนนเลือกตั้งปี 2554 ก่อนทำนายว่า 200 จาก 375 เขตเลือกตั้ง (ตาม รธน. 2550) มีแนวโน้มที่ประชาชนจะ "เลือกขั้วเดิม" คงเหลือราว 150 เขตเลือกตั้งที่พรรคใหม่ ๆ จะมีโอกาสช่วงชิง

Image copyright สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ทว่า "คณิตศาสตร์การเมือง" ของ ดร. สติธร คำนวนแล้วพบคำตอบคนละอย่าง โดยเขาคาดว่า พปชร. มีโอกาสเป็น "พรรคทะลุ 100 เสียง" หากได้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ในบัญชี โดย 50 เสียงมาจาก ส.ส. เขต และอีก 80 เสียงมาจาก ส.ส. บัญชีรายชื่อ 80 เสียง รวม 130 เสียง แต่ถ้า พล.อ. ประยุทธ์ รอเป็นนายกฯ คนนอก ยอด ส.ส. ของพปชร. อาจหดเหลือ 90 เสียง โดย 50 เสียงมาจาก ส.ส. เขต และ 40 เสียงมาจากบัญชีรายชื่อ

เขาเชื่อว่า รูปแบบในการตัดสินใจในการเลือกตั้งปี 2562 ไม่น่าจะต่างจากปี 2554 นั่นคือเลือกพรรคใหญ่ "พรรคการเมืองต้องดันตัวเองเป็น 'มวยคู่เอกของรายการ' เพราะมีแนวโน้มได้รับการพิจารณาจากประชาชนชนก่อน ประชาชนจะเลือกระหว่างพรรคอันดับ 1 กับอันดับ 2 ไม่เช่นนั้น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คงไม่เปิดตัวพร้อมเป็นนายกฯ เหมือนกัน ขณะที่ พปชร. ก็ต้องดันตัวเองขึ้นมาให้เป็นขั้วที่ 2 ให้ได้"

การ "เว้นวรรค" การเลือกตั้งมานาน 8 ปีนับจากการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายปี 2554 (ไม่นับปี 2557 ที่เป็นโมฆะ) ทำให้ยากจะคาดเดาความคิด-จิดใจประชาชน นอกจากนี้ยังมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน้าใหม่ 7-8 ล้านคน ซึ่งนักรัฐศาสตร์เรียกคนเหล่านี้ว่า "คนโสดทางการเมือง" ซึ่งยังไม่มีใครเคยเป็นเจ้าของคะแนนเสียงมาก่อน

หมายเหตุ ความเห็นของนักรัฐศาสตร์ 2 คน ส่วนหนึ่งมาจากงานเสวนา "เลือกตั้ง 2562 ศาสตร์และศิลป์ของการเลือกตั้งและอภินิหารทางการเมือง" จัดโดยคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม