ฝุ่น : กทม. ประกาศปิด 437 โรงเรียน เป็นเวลา 3 วัน ลดผลกระทบฝุ่นละออง PM2.5 ต่อนักเรียน

  • 30 มกราคม 2019
นักเรียนและฝุ่น Image copyright GETTY IMAGES

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมลงนามประกาศให้พื้นที่ กทม. เป็น "พื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ" เนื่องจากผลกระทบของสภาพอากาศจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5

พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้รองปลัด กทม. แจ้งไปยังโรงเรียน 437 แห่งในสังกัด กทม. ให้หยุดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ 12.00 น. วันนี้ (30 ม.ค.) ถึงวันศุกร์ 1 ก.พ. เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเด็กนักเรียน

"คำสั่งนี้เกี่ยวข้องเฉพาะโรงเรียนสังกัด กทม. แต่เมื่อสักครู่ นายกฯ โทรมาบอกว่าจะสั่งการให้ รมว. ศึกษาธิการ สั่งให้โรงเรียนสังกัด สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) และผู้เกี่ยวข้อง ให้ปิดตาม ก็อาจเริ่มพรุ่งนี้" ผู้ว่าฯ กทม. แถลงเมื่อ 11.30 น.

ผู้ว่าฯ อัศวิน ยังเปิดเผยอีกว่า กทม. ได้ประสานชมรมบินโดรนของ จ.นครราชสีมา ให้นำโดรนจำนวน 50 ตัวขึ้นบินเพื่อฉีดละอองน้ำลดฝุ่น ในวันที่ 31 ม.ค. และ 1 ก.พ. นี้ โดยน้ำที่ใช้จะผสมกับน้ำหวานที่เป็นน้ำกากอ้อยเพื่อดักจับฝุ่น

"ใช้วิธีการเติมน้ำหวานลงไปในน้ำ แต่คงไม่ใช่น้ำตาล เป็นน้ำกากอ้อยจากโรงงานน้ำตาล โดยโดรน 1 ตัว มีรัศมีในการพ่น 4 ตร.กม." ผู้ว่าราชการ กทม. กล่าว

ด้านนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า กทม. จะเชิญเจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการก่อสร้าง หารือร่วมกันในวันที่ 1 ก.พ. นี้ เพื่อขอความร่วมมือกำหนดมาตรการควบคุมฝุ่นละออง นอกจากนี้ กทม. ยังเตรียมประสานกับกระทรวงคมนาคมสั่งให้กรมการขนส่งทางบกควบคุมการจราจร และตรวจสอบควันดำของรถยนต์

ศธ. หยุดเรียน 2 วัน แต่ไม่เลื่อนสอบโอเน็ต

นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว. ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ภายหลัง ศธ. ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดภายใต้กระทรวง ได้ข้อสรุปว่า ศธ. มีมาตรการสั่งปิดโรงเรียนขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนเอกชนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) วิทยาลัยอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยการปิดสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนจะปิดเป็นเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ส่วนมหาวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะทำหนังสือขอความร่วมมือให้ดำเนินการหยุดการเรียนการสอนต่อไป ซึ่งต่อมา อธิการบดีหลายมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ออกประกาศงดการเรียนการสอน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ธรรมศาสตร์, มหิดล, เกษตรศาสตร์, รามคำแหง, ศรีนครินทรวิโรฒ, มรภ. สวนดุสิต, กรุงเทพฯ ฯลฯ

ส่วนการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ระดับ ป.6 และ ม.3 สุดสัปดาห์นี้ ทาง ศธ. ยืนยันว่าไม่สามารถเลื่อนสอบได้

นายกฯ พ้อโซเชียลวิจารณ์แจกหน้ากากให้เด็ก

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ไม่ได้เป็นอย่างที่บางคนกล่าวหา โดยระยะสั้นได้ใช้น้ำแก้ปัญหา ให้ข้อมูลแก่ประชาชน และจัดหาหน้ากากให้

"แต่ก็ยังมีคนบ่นว่าถ้าเด็กทำหน้ากากหลุดแล้วจะทำอย่างไร ผมก็ถามกลับว่าแล้วต้องให้ผมใส่หน้ากากให้เด็กใหม่หรืออย่างไร นี่คือการเขียนในโซเชียลและเว็บไซต์ต่าง ๆ ถามว่ามันเป็นหน้าที่ผมหรือที่ต้องไปใส่หน้ากากให้เด็ก" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

การแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้เกิดขึ้นในระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการสร้างการตระหนักรู้ต่อยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา : Our Country Our Future ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ช่วงเช้าที่ผ่านมา

เขาย้ำว่า ได้สั่งการให้สำรวจการปล่อยควัน การสร้าง PM2.5 ของภาคอุตสาหกรรม ส่วนในเรื่องการจราจร ก็ได้พยายามตรวจควันดำทุกพื้นที่ เมื่อตรวจมากก็บอกว่ารถติด กลายเป็นโดนด่าอีก รวมถึงการเผาวัชพืชต่าง ๆ ซึ่งมีกฎหมายอยู่และต้องเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ พร้อมน้ำว่าไม่ได้รังแกใคร

"เดี๋ยวผมจะออกไปกำกับ คสช. ไม่ใช้มาตรา 44 เพราะมาตรา 44 มีอำนาจอยู่แล้ว โอเคไหม พอใจไหม ต่อไปนั่งรถคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องมีเพื่อนนั่งรถ 2-3 คน เอาสิครับ ด่าผมดีนักว่าทำไมอย่างนี้ไม่ทำ ไอออกมาเป็นเลือด ผมจะทำให้ ต่อไปนี้ไปไหนชวนเพื่อนไปด้วยนั่งรถไปด้วยกัน แท็กซี่ต่อไปนั่งรถรายเดียวไม่ได้ ต้องลากคนขึ้นไปด้วย 2-3 ที่หมาย ทำแบบนี้ เดี๋ยวจะไปทบทวนว่าทำได้หรือไม่ได้" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

ฝุ่นเพิ่มเพราะรัฐหนุนการใช้ดีเซล

บทวิเคราะห์ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยแพร่วันนี้ระบุว่า สาเหตุหลักของการเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 คือไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซล โดยโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาลเป็นปัจจัยที่ทำให้การใช้รถดีเซล และน้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้น

ดร. ศิวาลัย ขันธะชวนะ เขียนบทวิเคราะห์ "PM 2.5 พิษฝุ่นละออง ส่องนโยบายไทย-เทศด้านดีเซล" ลงในเว็บไซต์ของ Economic Intelligence Center (EIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลยุทธ์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา น้ำมันดีเซลมียอดขายสูงที่สุดในบรรดาน้ำมันทุกชนิดโดยขยายตัวอย่างต่อเนื่องราว 3% ต่อปี โดยสาเหตุหนึ่งที่จูงใจให้คนหันมาซื้อรถเครื่องยนต์ดีเซลมากขึ้นคือนโยบายภาครัฐ อาทิ การลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันดีเซลในอดีตช่วงปี 2554-2557 หรือการตรึงราคาน้ำมันดีเซลผ่านการใช้กลไกของกองทุนน้ำมันในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าขนส่ง ราคาขายปลีกสินค้า และค่าครองชีพประชาชน

"แม้แต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วประเทศที่นิยมใช้น้ำมันเบนซินก็มีสัดส่วนของรถที่ใช้ดีเซลเพิ่มขึ้นจาก 24% เป็น 31% ภายใน 10 ปี นำไปสู่การใช้น้ำมันดีเซลที่เติบโตสูงขึ้นอย่างมากเช่นในช่วงปี 2555 ที่มีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 30 บาท/ลิตร ยอดขายน้ำมันดีเซลขยายตัวถึง 7% [เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา]" ดร. ศิวาลัย ระบุ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม