เลือกตั้ง 2562 : ประยุทธ์ ขอเวลาคิด "คำสู่ขอ" ให้เป็นนายกฯในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ ขอโทษที่พูดคำหยาบ

  • 1 กุมภาพันธ์ 2019
ไม่ออก

อดีต 4 รัฐมนตรี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ หอบ "สินสอด" ที่เป็นแฟ้มนโยบายพรรคขนาดใหญ่และหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมา "สู่ขอ" หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้เป็น "นายกฯ ในบัญชี" ของพรรค แต่ หัวหน้า คสช. ยังไม่ให้คำตอบทันที

"ขบวนขันหมาก" นี้มีขึ้นในช่วงบ่ายหลัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรัฐบาล 4 ปี ในวันนี้ (1ก.พ.) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมยืนยันด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่าจะดำเนินงานไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา เขาจะไม่ลาออกไม่ว่าจะโดนกดดันแค่ไหนก็ตาม

"ผมไม่ออก ยังไงก็ไม่ออก ถึงมาไล่ผมก็ไม่ออก อย่ามากดดันกันให้มาก" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

"คุณลองไปดูผู้นำของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกซิว่ามีใครลาออกระหว่างช่วงมีการเลือกตั้งบ้าง โอบามา ก็ไม่ได้ลาออก สี จิ้นผิง ก็ไม่ได้ลาออกช่วงทำการเลือกตั้ง ขนาดตอนคุณอภิสิทธ์ลงรับสมัครเลือกตั้ง พร้อมนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เค้ายังไม่ลาออกจากตำแหน่งเลย และคุณอภิสิทธ์ก็ไม่ได้ชนะการเลือกตั้งด้วย ฉะนั้นการมีอยู่ซึ่งอำนาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบเลย และรัฐธรรมนูญไทยก็ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าต้องลาออก เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ลาออก"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การลงประชามติสนับสนุนรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559

พล.อ.ประยุทธ์ ให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญไม่เคยระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องลาออก และจะดำเนินงานต่อไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมกล่าวแบบทีเล่นทีจริงว่า "ยังไงก็ไม่ออก มึงมาไล่ดูซิ"

ปฏิกิริยาโซเชียลมีเดีย

หลังจากนั้นไม่นานบรรดาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยต่างก็นำเอาคำพูดของพล.อ. ประยุทธ์มาติดแฮ็ชแท็ก และก็ทำให้ #มึงมาไล่ดูซิ ขึ้นอันดับ 1 ของกระแสในกรุงเทพฯ ของทวิตเตอร์ในเวลาอันรวดเร็ว

Image copyright Twitter/นว้องคือหว่าหวาเอง

ขณะที่กระแสตอบรับในโซเชียลมีเดียในช่วงระหว่างการถ่ายทอดสดของการแถลงผลงานผ่านเฟซบุ๊กของช่อง NBT แบ่งออกเป็นทั้งกลุ่มที่ให้การสนับสนุน และทั้งคัดค้าน

ในกลุ่มที่คัดค้านแสดงความคิดว่าว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีแถลงนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว และไม่ได้มีผลงานอะไรอันโดดเด่นมากพอขนาดที่จะพูดได้ถึง 2 ชั่วโมง

แต่เสียงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญไปกับประเด็นที่นายกฯ แก้ปัญหาเรื่องฝุ่นละออง 2.5 PM ได้ไม่ดีพอ ในส่วนของผู้สนับสนุนหลาย ๆ คนต่างก็ส่งข้อความมาให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ พร้อมชมว่าเป็นผู้นำที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมี อีกทั้งยังบอกให้ นายกฯ ไม่ต้องให้ความสำคัญกับสียงวิจารณ์แบบมีอคติมากเกินไป

สะท้อนถึง "ความเป็นทหาร"

ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มองว่าการแถลงผลงานของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบต่อความเห็น ทางโซเชียลมีเดียที่ปฏิเสธนายกรัฐมนตรี มากกว่าการแถลงผลงานของทางการ และยังสะท้อนให้เห็นถึง "ความเป็นทหาร" ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะการพูด หรือการที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือตั้งคำถาม

Image copyright AFP/GETTY IMAGES

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่าจะดำเนินงานไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา โดยที่จะไม่ลาออกไม่ว่าจะโดนกดดันแค่ไหนก็ตาม ก็มีการยกตัวอย่างถึงอดีตผู้นำประเทศต่าง ๆ รวมไปถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา ว่าไม่ได้ลาออก ดร.ฐิติพลตั้งข้อสังเกตว่า ผู้นำเหล่านั้นเข้าสู่อำนาจผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้าสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร ซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงกันได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สแตนดี้นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันเด็ก

"จริง ๆ ควรเป็นรัฐบาลรักษาการ การที่นายกมีอำนาจเต็มและเป็นหัวหน้า คสช. เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจลดทอนการจัดการการเลือกตั้ง เรื่องของความโปร่งใสและความเป็นธรรม เช่น พรรคพลังประชารัฐที่ชัดเจนว่าสนับสนุนทหาร คสช. และสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ การหาเสียงหรือทำกิจกรรมของพรรคที่อาจจะผิดกฎหมาย แต่ความเป็นไปได้ที่หน่วยงานของรัฐจะเข้าไปควบคุมพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลก็คงมีน้อย" ดร.ฐิติพล กล่าว

ผมขอโทษ

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน พล.ประยุทธ์ ออกมาขอโทษที่สบถ

"ที่เมื่อเช้าพูดไม่เพราะนั้น ขอโทษด้วยก่อนแล้วกัน เพราะบางทีก็เผลอไผลไปบ้าง เราก็ไม่ได้ว่าทุกคน แต่คนที่ไม่ดีก็มีอยู่ ซึ่งคงหมายความถึงเรื่องนั้นมากกว่า บางทีก็อารมณ์ขึ้นบ้าง แต่เราพูดด้วยเหตุด้วยผลก็ต้องขอโทษด้วย"

เศรษฐกิจเด่น เงินทุนสำรองแน่น ประเทศมั่นคง

ก่อนหน้าคำแถลงการด้วยท่าทีอันเกรี้ยวกราด พล.อ. ประยุทธ์ ได้แถลงถึงผลงานรัฐบาลหลังจากบริหารประเทศมากว่า 4 ปีว่ารัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศ โดยสานต่อภารกิจของ คสช. พร้อมชู 6 ยุทธศาสตร์ ที่ทางรัฐบาลได้ช่วยแก้ปัญหาให้ประเทศชาติได้อย่างสำเร็จ เช่น การที่เศรษฐกิจดีขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ.2561 ที่ 4.3% เมื่อเทียบกับปีพ.ศ.2557 ที่โตเพียงแค่ 1.0% เท่านั้น อีกทั้งยังคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจไทยในปี พ.ศ.2562 นี้ มีแนวโน้มที่จะโต 4% ขณะทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 2.018 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นับได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการวางพื้นฐานที่ดีให้กับระบบเศรษฐกิจ ให้มีความมั่นคง และประชาชนทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ และมีโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ การจัดระเบียบสังคม และเสริมสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา เปิดทำเนียบขาวต้อนรับนายกฯ ไทยและภริยา เมื่อ 2 ต.ค. 2560

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ทางรัฐบาลจะกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจน สำหรับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง เราต้องสร้างประเทศชาติให้มั่นคง ประชาชนมีความสุขปลอดภัยและมีความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้การดำเนินงานของรัฐบาลในปีที่ 4 เป็นการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของประเทศ โดยมีแนวทางและมาตรการที่ต่อเนื่องมาจาก 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ การรักษาความมั่นคงภายใน การแก้ไขปัญหายาเสพติด การประมง และการค้ามนุษย์ ส่วนการลงทุน ได้เน้นไปในอุตสาหกรรมที่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยย้ำว่าการทำสัญญากับบริษัทเอกชนต่างชาติต่าง ๆ เป็นไปเพื่อการเพิ่มศักยภาพในการลงทุน เพื่อให้ประเทศและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

ให้ความสำคัญแก่คนรากหญ้า ขอสื่ออย่าเสนอข่าว "ทำร้ายประเทศ"

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าตลอด 4 ปีที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศชาติ ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรากหญ้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายช่วยเหลือต่าง ๆ ที่รัฐบาลจัดทำขึ้น เช่น นโยบายกวาดล้างหนี้นอกระบบและการขายฝากโฉนด อีกทั้งยังช่วยหาทางออกให้เกษตรกรได้ทำมาหากินได้จากที่ดินของตัวเอง และยังเพิ่มเบี้ยเลี้ยงเด็กแรกเกินไปจนถึงเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดอีกด้วย

Image copyright ทำเนียบรัฐบาล

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งฃเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศ การท่องเที่ยวของไทยติดอันดับ 10 ของโลก และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยกว่า 38.27 ล้านคน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 5.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ 4 ของโลกจึงขอสื่อมวลชนอย่าเสนอข่าวที่ทำร้ายประเทศ ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันรักษา รวมถึงช่วยกันให้ข้อมูลที่เป็นผลดีกับประเทศ และไม่ส่งต่อข้อมูลความขัดแย้ง จนส่งผลเสียต่อประเทศ

หลังจากมีการแถลงผลงานของรัฐบาลตลอด 4 ปี เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่ารัฐบาลจะมีการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างจริงจังและเร่งด่วน พร้อมวอนให้ประชาชนศึกษาข้อมูลเรื่องความแตกต่างระหว่างฝุ่นละออง PM 2.5 กับ PM 10 ให้เข้าใจก่อนที่จะมาวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย และร้องขอให้ประชาชนรวมถือสื่ออย่าบิดเบือนข้อมูลและสร้างความสับสนให้กับประชาชน

"ขบวนขันหมาก"

ในช่วงบ่าย นายอุตตมะ สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีต รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์อีก 3 คน เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล พร้อมถือแฟ้มนโยบายพรรคและหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายอุตตม โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ดักรอด้านหน้าทำเนียบเพียงสั้นๆ ว่า เป็น "สินสอด" ที่มาสู่ขอพล.อ.ประยุทธ์

นายอุตตมะกล่าวหลังเข้าพบ พล.อ. ประยุทธ์ ว่าวันนี้บรรยากาศที่ดีมาก ซึ่งเขาบอกว่า ขอให้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก ทุกพรรคการเมืองควรจะมีความปรองดอง พร้อม อยากเห็นทุกพรรคทำเพื่อประชาชน และมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะตอบรับพรรคพลังประชารัฐนั่งเป็นบัญชีนายกฯ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า เขาเปิดรับทุกพรรคการเมืองที่จะมาเทียบเชิญ ว่าสามารถทำได้ ไม่ใช่เพียงเฉพาะพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น

สำหรับการเข้าพบครั้งนี้ ข้อท้วงติงจากหลายฝ่าย ว่าใช้สถานที่ราชการเป็นที่หารือ ซึ่งนายอุตตมะชี้แจงว่า ได้ประสานทางคณะทำงานนายกฯ แล้ว ซึ่งเป็นสถานที่ทำงาน แล้วยังนัดเจอกันหลังเวลาราชการ

ด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพปชร. กล่าวว่า นายกฯได้เปิดดูนโยบายที่นำไปให้ประกอบการพิจารณา ว่าพรรคจะทำอะรบ้าง ซึ่งนายกฯได้ขอเวลาพิจารณา โดย ระบุว่าตัวเองก็พร้อม ถ้าหากจะมีพรรคอื่นสนใจ จะเชิญไปอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ก็สามารถมาหาที่ทำเนียบรัฐบาลได้เช่นกัน เพราะนี่คือที่ทำงานของเขา แต่ให้มานอกเวลาราชการ อย่างไรก็ตาม นายกอบศักดิ์บอกว่าเขารู้สึกตื่นเต้น เพราะกลัวพรรคอื่นมาแย่ง ก็คงต้องลุ้นกันอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ จนถึงวันที่ ‪8 ก.พ.‬ ตามที่กติกากำหนด

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562