นักเตะบาห์เรน : อัยการขอศาลตัดสินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่รัฐบาลไทยยังเป็นผู้ชี้ชะตาของ 'ฮาคีม'

  • 2 กุมภาพันธ์ 2019
ฮาคีม อัล อาไรบี Image copyright Getty Images

ชะตากรรมของ นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ที่ได้สถานะผู้ลี้ภัยอยู่ในออสเตรเลีย ยังคง "แขวนอยู่บนเส้นด้าย" หลังจากอัยการสูงสุด ยื่นเรื่องต่อศาลไทย ให้ตัดสินส่งตัวเขาเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีในบาห์เรน ขณะที่แรงกดดันจากนานาชาติยังถาโถมใส่รัฐบาลไทย ซึ่งอาจจะเป็นผู้ชี้ชะตาของ 'ฮาคีม' อย่างแท้จริง

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สำนักงานอัยการของไทยได้ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาในวันนี้ (1 ก.พ.) เพื่อให้ส่งตัวนายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลที่ถูกควบคุมตัวไว้ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนตามการร้องขอของบาห์เรน ซึ่งเป็นประเทศที่เขาได้หนีออกมาท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง และเขาได้สถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย

โดยนายอัล อาไรบี วัย 25 ปี จะปรากฏตัวต่อศาลอาญาในกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์ (4 ก.พ.) นี้ ด้านนางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความชาวไทยของเขา ระบุว่า นายอัลอาไรบี จะยื่นหลักฐานต่อศาลเพื่อคัดค้านการส่งตัวเขาเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

นายซาเยด อาห์เหม็ด อัลวาเดอี ผู้อำนวยการฝ่ายทนายความ จากสถาบันสิทธิและประชาธิปไตยของบาห์เรน ได้แสดงความเห็นว่า "ขณะที่ไทยกำลังดำเนินการเพื่อส่งตัวฮาคีมกลับบาห์เรน ซึ่งผมเกรงว่า เขาจะถูกทรมาน กำลังมีความชัดเจนมากขึ้นว่า ฮาคีม เป็นเพียงเหยื่อของความสัมพันธ์อันฉ้อฉลและแน่นแฟ้นของ...ไทยและบาห์เรน"

นายอัลวาเดอี กล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้คำนึงถึงสวัสดิภาพของฮาคีม หลักสิทธิมนุษยชน หรือกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยถือเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ต่อการล่วงละเมิดใด ๆ ที่ฮาคีมจะต้องเผชิญ นับตั้งแต่เมื่อมีการจับกุมตัวฮาคีม

"หากไม่มีการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงจากองค์กรด้านกีฬาระดับโลก รวมถึงฟีฟ่า และคณะกรรมการโอลิมปิก รวมถึงรัฐบาลออสเตรเลีย ชีวิตและอนาคตของฮาคีม กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย"

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เครก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลีย ร่วมเรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัวนักเตะบาห์เรน

เว็บไซต์ไทยรัฐ รายงานเมื่อวันที่ 1 กพ. ว่า ในคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ทางการบาห์เรนส่งถึงทางการไทย ระบุว่า ประเทศบาห์เรนและประเทศไทย ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน โดยพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดนพ.ศ 2551 กำหนดให้รัฐบาลต่างประเทศสามารถร้องขอ ต่อรัฐบาลไทยให้ส่งตัวบุคคลที่กระทำผิดตามกฎหมายของประเทศที่ร้องขอ แม้ว่าประเทศนั้นไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย โดยให้รัฐบาลประเทศผู้ร้องขอนั้นทำคำรับรอง ที่จะปฏิบัติต่างตอบแทนกับรัฐบาลไทย โดยคดีนี้รัฐบาลบาห์เรนได้ให้คำรับรองดังกล่าวแล้ว ขณะที่การกระทำความผิดซึ่งมีการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นจะต้องเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายไทย และความผิดดังกล่าวจะต้องเป็นความผิดกำหนดโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปี และไม่เป็นความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง หรือเป็นความผิดทางทหาร

Image copyright Reuters

ด้านข่าวของเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า หากฝ่ายบริหาร โดยนายกรัฐมนตรี มีความเห็นว่า ไม่ควรส่งนายฮาคีม อัล อาไรบี เป็นผู้ร้ายข้ามเเดนตามคำร้องขอของประเทศบาห์เรนที่หากทางอัยการมีความเห็นว่าเข้าเกณฑ์ส่งผู้ร้ายข้ามเเดนเเละยื่นคำร้องต่อศาล ไปเเล้ว ทางอัยการก็คงจะต้องถอนคำร้องที่ได้ยื่นต่อศาลออกมา ส่วนกรณีที่หากยื่นไปเเละศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ขังไว้เพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามเเดนต่อไปเเล้ว ฝ่ายบริหารก็ยังมีอำนาจที่จะไม่ส่งไปยังประเทศที่ร้องขอไว้ได้ เพราะเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามเเดนมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอยู่ด้วย ฝ่ายบริหารจึงมีอำนาจตามกฎหมายตรงนี้

ก่อนหน้านี้ ภรรยาของนายอัล อาไรบี ได้ส่งจดหมายถึงพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที 30 ม.ค.ที่ผ่าน มีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า เธอเห็นกรณีของ น.ส. ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน หญิงชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ทางการไทยยืนยันว่าจะไม่ส่งตัวกลับไปที่ซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเกรงว่าจะถูกฆ่า จนในที่สุดเธอได้เดินทางไปยังแคนาดา เธอหวังว่าสามีของเธอจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน คือ ได้รับอนุญาตให้กลับไปยังออสเตรเลีย

"ฉันกลัวว่าการตัดสินใจที่จะส่งตัวเขากลับบาห์เรนจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า ฉันขอร้องให้คุณ ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีของไทย และเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมนานาชาติ ให้ช่วยเหลือสามีฉันด้วย" เธอเขียนทิ้งท้ายในจดหมาย

ขณะที่ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ทวีตข้อความเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า ฮาคีม ถูกควบคุมตัวไว้เพราะมีหมายจับจากทั้งทางองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล และรัฐบาลบาห์เรน เขามีสิทธิ์ที่จะต่อสู้คดี อย่างเป็นธรรมในศาลไทย บนพื้นฐานของสถานะผู้ลี้ภัยของเขา ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะตัดสินคดีของเขาอย่างไร ไม่ใช่อำนาจของทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะตัดสินใจ

โดยมีผู้เข้ามาตอบกลับข้อความนี้หลายคน ส่วนใหญ่ได้แย้งว่า อินเตอร์โพล ได้ถอนหมายแดงไปแล้ว ส่วนหมายจับของรัฐบาลบาห์เรนเป็นเรื่องของการเมือง

ขณะก่อนหน้าหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ได้ทวีตข้อความว่า ศาลจะตัดสินว่า ฮาคีมควรถูกส่งตัวกลับไปที่บาห์เรนหรือออสเตรเลีย คดีของเขาต่างจากของราฮาฟ แอล-เคนูน ผู้หญิงซาอุฯ เพราะเธอไม่ถูกออกหมายใด ๆ

นายชัชชม กล่าวกับรอยเตอร์ว่า คดีนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นคดีอาญา บาห์เรนมีหลักฐานการกระทำผิดอาญาของฮาคีม และถ้าเขาไม่ต้องการกลับไปบาห์เรน เขาต้องต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งอาจจะใช้เวลานานหลายเดือน อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศยังกล่าวด้วยว่า ไม่มีหลักฐานชี้ว่า เขาจะถูกทรมาน ถ้าเขากลับไป ดังนั้น เขาจึงกลับไปต่อสู้คดีในศาลของบาห์เรนได้

บีบีซีไทย ไม่สามารถติดต่อตัวแทนของสำนักงานอัยการสูงสูด เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงนี้ ตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมา

ฮาคีม คือใคร

นายอาไรบี ถูกศาลบาห์เรนตัดสินว่ามีความผิดฐาน 4 ข้อหา คือ 1.ลอบวางเพลิงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน 2. ชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายมากกว่า 5 คนในที่สาธารณะ และใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรมและก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน 3.ครอบครองวัตถุไวไฟ ซึ่งเป็นระเบิดเพลิงเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 4.ทำให้รถยนต์ส่วนบุคคลของผู้อื่นเสียหาย

ศาลได้พิจารณาลับหลังและพิพากษาลงโทษจำคุกนายอาไรบีเป็นเวลา 10 ปี นายอาไรบีปฏิเสธการกระทำผิดใด ๆ โดยระบุว่า เขากำลังแข่งขันฟุตบอลที่มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในช่วงที่เกิดเหตุทำลายทรัพย์สินตามที่มีการกล่าวหา

Image copyright BAHRAIN INSTITUTE FOR RIGHTS AND DEMOCRACY
คำบรรยายภาพ นายอัล อาไรบี (ขวา) จับมือกับซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์ ซึ่งเป็นประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียคนปัจจุบันและรองประธานฟีฟ่า และเป็นพระภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของบาห์เรน

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลว่า ฮาคีมได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี จากการพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรมในบาห์เรนเมื่อปี 2014 ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกคุกคามหรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เพราะในฐานะที่เคยเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบาห์เรน ที่ซ้อมทรมานนักฟุตบอลซึ่งเข้าร่วมในการชุมนุมประท้วง โดยตัวเขาเองถูกจับกุมในเดือนพ.ย. 2012 และถูกซ้อมทรมานเช่นกัน

นับจากนั้นมา เขาได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลว่ามีการทรมานตัวเขา โดยระบุว่า "พวกเขาปิดตาผม (...และ) ตีที่ขาของผมอย่างแรง และบอกว่า 'คุณจะไม่มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลอีก เราจะทำลายอนาคตของคุณ'" อันเป็นเหตุให้ฮาคีมหลบหนีไปออสเตรเลีย และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในปี 2017

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ฮาคีม อัล อาไรบี นักเตะเชื้อสายบาห์เรนที่ถูกไทยควบคุมตัวคือใคร?

ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นเรื่องต้องห้ามในการส่งตัวบุคคลกลับไปยังดินแดนใด ๆ ที่มีแนวโน้มว่า บุคคลผู้นั้นมีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่จะถูกทรมาน หรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

ก่อนถูกทางการไทยคุมตัว นายอัล อาไรบี เป็นนักฟุตบอลในทีม Pascoe Vale FC ในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

แรงกดดันจากทั่วโลก

นอกจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ จะรณรงค์ให้ทางการไทยปล่อยตัวฮาคีม นางมารีส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลียได้เดินทางมายังประเทศไทยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และเข้าพบรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวฮาคีมด้วยเช่นกัน ขณะที่นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้ส่งหนังสือถึงพล.อ. ประยุทธ์ เรียกร้องให้ปล่อยตัวฮาคีมกลับออสเตรเลีย

ส่วนฟีฟ่า ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ ทางการที่เกี่ยวข้อง (ทั้งบาห์เรน, ไทย และออสเตรเลีย) ดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อสร้างความมั่นใจว่า นายฮาคีม อัล อาไรบี ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับออสเตรเลีย อย่างปลอดภัย ซึ่งเขาจะได้ทำงานในฐานะนักฟุตบอลอาชีพต่อไปได้

เช่นเดียวกับผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้เล่นกีฬาอาชีพโลก ที่ระบุว่า "เราอยากเห็นทางการไทย แสดงให้เห็นถึงความเป็นชาติที่รักสันติ และสมาคมฟุตบอลไทยเป็นแบบอย่างที่ดีของโลก และแสดงความเป็นผู้นำในการช่วยให้มีการปล่อยตัวฮาคีม เพื่อที่เขาจะได้กลับไปยังออสเตรเลีย"

ด้านนายเครก ฟอสเตอร์ อดีตกัปตันทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้นำในการรณรงค์ช่วยเหลือฮาคีม และได้เข้าเยี่ยมฮาคีมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ ได้เรียกร้องให้องค์กรด้านกีฬารวมถึงฟีฟ่าและโอลิมปิกใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อเพิ่มแรงกดดัน รวมถึงให้มีการทบทวนการเป็นสมาชิกด้วย

โดยในวันนี้นายฟอสเตอร์ และชาวออสเตรเลียจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัวฮาคีมที่โรงละครซิดนีย์โอเปร่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออสเตรเลีย ทวีตข้อความว่า "ชาวออสเตรเลียหลายหมื่นคนกำลังสนับสนุนฮาคีมและภรรยาของเขา เราอยากเห็นเขากลับบ้านอย่างปลอดภัยพร้อมกับภรรยา และเล่นฟุตบอลกับเพื่อนร่วมทีมของเขา"

ลำดับเหตุการณ์

27 พ.ย. 2018 - ฮาคีม ถูกจับตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกับภรรยา ขณะเดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวฉลองการแต่งงาน

11 ธ.ค. 2018 - พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขออนุญาตขัง ฮาคีม เป็นเวลา 60 วัน

18 ม.ค. 2019 - ตามการรายงานของไทยรัฐ ระบุว่า รัฐบาลบาห์เรน ได้มีหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐาน ส่งถึงอัยการสูงสุดของไทย ให้ส่งตัวฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปรับโทษตามคำพิพากษาที่ประเทศบาห์เรน

1 ก.พ. 2019 - พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ยื่นคำร้องต่อศาลขอส่งตัวฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน