เลือกตั้ง 2562 : ชาวเน็ต-ราชนิกุลถามหาความรับผิดชอบ ทษช. เหตุเสนอพระนามทูลกระหม่อมฯ เป็นนายกฯ ในบัญชี

  • 9 กุมภาพันธ์ 2019
ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แสดงเอกสารของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ในฐานะบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ทษช. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แสดงเอกสารของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ในฐานะบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ทษช. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากหลายอาชีพนับตั้งแต่คนสามัญจนถึงราชนิกุลต่างวิพากษ์วิจารณ์และถามหาความรับผิดชอบจากพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หลังเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็น "นายกฯ ในบัญชี" ซึ่งต่อมา ในหลวง ร. 10 ทรงมีพระราชโองการใจความว่า "พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์...ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดใดในทางการเมืองได้"

ม.จ. จุลเจิม ยุคล ซึ่งเคยทรงโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chulcherm Yugala หลังการเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ว่า "เหลวไหล เลอะเทอะ กันใหญ่แล้ว บ้านเมือง.."ไปเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ในวันนี้ทรงโพสต์ ข้อความสอบถามถึงความรับผิดขอบของคณะผู้บริหารพรรค ทษช. โดยทรงเรียกร้องให้พิจารณาตัวเองและให้ยุติการลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้

ส่วนหนึ่งในข้อความที่โพสต์ของ ม.จ.จุลเจิม ระบุว่า "..ผมจึงหวังว่า คณะกรรมการ บริหารพรรคไทยรักษาชาติ และหัวหน้าพรรค สมควรที่จะต้องพิจารณาตัวเอง ในการกระทำอันมิบังควรในครั้งนี้ โดย หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการ บริหารพรรค สมควรที่จะประกาศยุติในการลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ ต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง ก่อนที่ ("อาจจะ") โดนยุบพรรค อย่างเป็นทางการ หรืออาจจะไม่โดนยุบพรรคก็ได้........"

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ชื่อบัญชีว่า @DMeursault ก็ทวีตข้อความถามถึงความรับผิดชอบทางการเมืองของบุคคลเหล่านี้ "ที่ได้กระทำการอันมิบังควรอย่างยิ่งเมื่อวานนี้ #ไทยรักษาชาติ"

นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวสถานีโทรทัศน์ นิวส์ทีวี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "Sermsuk Kasitipradit" ด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงพร้อมระบุอีกว่า ความผิดนี้อาจจะถึงขั้นยุบพรรค

ด้านนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวในชื่อ Anek Laothamatas ระบุว่า "พระราชโองการฉบับเดียวดับทุกข์ทวยราษฎร์ได้ดังพลัน"

ทวิตเตอร์ของนายเอนกยังกล่าวอีกด้วยว่า เจ้าแผ่นดิน หรือเจ้าอยู่หัวของเรา นั้น จะทรงครองราชย์แบบ "พ่อปกครองลูก" ด้วย เทวราชและธรรมราชฉบับไทยเรานั้น ทรงเป็น "พ่อของแผ่นดิน" ด้วย ดับทุกข์ ดูแลให้เกิดสุข แก่ราษฎร และ เพิ่มเติมอีก จากเหตุการณ์ 8 กพ 2562 คือทรงนำพา ชี้ทางแก่ราษฎรที่เปรียบเสมือน"ลูก"ในยามที่พวกเขาสับสนปั่นป่วน

"เป็นการกระทำที่มิบังควร"

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจและเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการเมื่อคืนวานนี้ ( 8 ก.พ.) เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีใจความสำคัญ ประกอบด้วย

"สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง.."

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงได้รับการเสนอพระนามเป็นนายกฯ ในบัญชีของ ทษช.

"..การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง.."

ทษช. ขอน้อมรับพระราชโองการ ร. 10

หลังจากแจ้งยุติการหาเสียงในเขตสาธรในช่วงบ่ายไปแล้ว ต่อมา พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ออกแถลงการณ์วันนี้ (9 ก.พ.) ว่า ตามที่ได้มีประกาศพระราชโองการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

พรรคไทยรักษาชาติขอน้อมรับพระราชโองการข้างต้นไว้ด้วยความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ทุกพระองค์

Image copyright กองโฆษก พรรคไทยรักษาชาติ

ในแถลงการณ์ยังระบุอีกว่า พรรคไทยรักษาชาติซาบซึ้งในพระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ที่ได้ให้ความเมตตาต่อพรรคฯ พรรคไทยรักษาชาติจะขอทำหน้าที่ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพในขนบธรรมเนียมราชประเพณี และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายเพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศไทย ด้วยความเคารพในการตัดสินใจของประชาชน ตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มีสิทธิยุบพรรคได้หรือไม่

เมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธาน กกต. ผ่านผู้แทนสำนักงาน กกต. ขอให้พิจารณาการเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯ ในบัญชีของ ทษช. ว่าเข้าข่ายขัดระเบียบ กกต. เรื่องลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่ เนื่องจากทรงเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง

ขณะเดียวกันเขายังย้ำว่า ทษช. จะไม่มีความผิดใด ๆ และไม่นำไปสู่การยุบพรรค หาก กกต. สั่งระงับเรื่องการเสนอพระนาม เพราะ ทษช. ก็ทำตามความเข้าใจของเขา แต่อาจไม่ถูกกฎหมาย

แต่เขาได้ขอให้ กกต. พิจารณาและวินิจฉัยการกระทำของ ทษช. ว่าเข้าข่ายขัดต่อระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. หมวด 4 ข้อ 17 หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่า แม้ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เมื่อปี 2515 แต่พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าชั้นสูง ทูลกระหม่อม ทรงเป็นพระราชธิดาองค์ใหญ่ใน ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเป็นพระเชษฐภคินี (พี่สาว) พระองค์เดียวในในหลวงรัชกาลที่ 10

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"ดังนั้นจึงถือว่าทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่รัฐธรรมนูญ ม. 5 บัญญัติไว้" และ "ทษช. ไม่สามารถนำพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ไปใช้ประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรรคได้ จึงขอให้ กกต. สั่งให้ ทษช. ระงับการเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ในบัญชีนายกฯ ของพรรค"

หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้อ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 6/2543 ซึ่งระบุว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องดำรงอยู่เหนือการเมือง และมีความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญยึดสถานะโดยการกำเนิด มิใช่ที่ฐานันดรศักดิ์ ส่วนที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มีหนังสือแสดงความยินยอมในการเสนอพระนามเป็นนายกฯ ในบัญชีของ ทษช. นั้น นายไพบูลย์ไม่ขอก้าวล่วง

กกต.เตรียมหารือประเด็นดังกล่าววันจันทร์นี้

เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ ระบุว่า นายจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงการพิจารณาคุณสมบัติบัญชีนายกรัฐมนตรี ของพรรคไทยรักษาชาติ

โดยในวันที่ 11 ก.พ.นี้ คณะกรรมการ กกต.จะประชุมคาดว่า จะมีการหารือในทุกเรื่อง รวมถึงประเด็นข้อกฎหมายต่าง ๆ ด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม