เลือกตั้ง 2562 : ที่ประชุม กกต. จันทร์นี้ เตรียมหารือข้อร้องเรียน ทษช.

  • 10 กุมภาพันธ์ 2019
ทษช ปรีชาพล Image copyright EPA

กกต.หารือคุณสมบัตินายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมืองในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) ท่ามกลางกระแสความไม่แน่นอนของอนาคตพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

ในวันที่ 11 ก.พ. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดพิจารณาคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ยื่นให้ กกต. พิจารณาว่าการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เข้าข่ายขัดระเบียบ กกต. เรื่องลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่

อีกทั้ง กกต. จะพิจารณาอำนาจตรวจคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมือง

"ชีวิตต้องดำเนินต่อไป"

น.ส. ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียน ทษช. ได้ส่งภาพ ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และตนเอง เดินทางไปทำบุญไหว้พระที่วัดหน้าพระเมรุราชิการามใน จ. พระนครศรีอยุธยา​ ให้สื่อมวลชนในกลุ่มไลน์ของพรรค พร้อมโพสต์บนเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Sand Wongnapachant หลังการเก็บตัวเงียบสองวัน

ภาพของ ร.ท. ปรีชาพล พร้อมด้วยนายทะเบียนพรรค เดินทางไปไหวพระทำบุญที่อยุธยา ในช่วงบ่ายวันนี้ (10 ก.พ.) เป็นความเคลื่อนไหวพร้อม ๆ กับที่ในช่วงเช้า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค ทษช. โพสต์บนเฟซบุ๊กชื่อว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่า "อยู่ครับอยู่" หลังจากเมื่อวาน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ บอกกับสื่อว่าติดต่อนายณัฐวุฒิไม่ได้

เป็นความเคลื่อนไหว หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคลื่อนไหวผ่านทางทวิตเตอร์อีกครั้ง โดยทวีตข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ผ่าน @ThaksinLive เมื่อคืนวันที่ 9 ก.พ. มีใจความที่แปลเป็นภาษาไทยว่า "จงเชิดหน้าและก้าวต่อไป! เราเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต แต่มีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้ และอนาคต สู้เข้าไว้ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป!"

ส่วนเฟซบุ๊กพรรคไทยรักษาชาติ ก็ประกาศในช่วงเช้านี้เช่นกันว่า ยังคงมีจุดยืนเดิมและเดินหน้าต่อในสนามเลือกตั้ง

กกต. ประชุมพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต. ในวันจันทร์ นี้ที่ประชุมจะพิจารณาถึงประเด็นข้อกฎหมายในประเด็นนี้ ซึ่งคาดว่า กกต. จะสามารถวินิจฉัยหาข้อยุติได้ โดยใช้มติของที่ประชุม กกต. ชี้ขาด

ทั้งนี้หากที่ประชุมเห็นว่า กกต. ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติ หน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติจะอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร

คืนวันที่ 8 ก.พ. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชโองการ ใจความสำคัญว่า พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ดำรงอยู่เหนือการเมือง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดใดในทางการเมืองได้

เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส.) 2561 แล้ว ดูเหมือนว่า ทษช. ไม่สามารถถอนพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ออกจากนายกฯ ในบัญชีของพรรคได้แล้ว เนื่องจากบทบัญญัติตามกฎหมายนี้ในมาตรา 13 วรรคสอง

มาตรานี้ระบุว่า เมื่อพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลใดตามวรรคหนึ่งแล้ว บุคคลนั้นหรือพรรคการเมืองนั้นจะถอนรายชื่อหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคคลนั้นได้เฉพาะกรณีบุคคลนั้นตายหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และต้องกระทําก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แสดงเอกสารของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ในฐานะนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค ทษช. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.

ขณะที่รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจ กกต. ชี้ขาดคุณสมบัติของบุคคลผู้ถูกเสนอชื่อในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง

ไอลอว์ชี้ทางเลือก กกต.

เกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติของผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ ให้ความเห็นไว้บนเฟซบุ๊กว่า "ทางเลือกที่จะเป็นไปได้ คือ กกต. ต้องสั่งว่า ผู้สมัครขาดคุณสมบัติ"

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ไอลอว์ ระบุบนเฟซบุ๊กว่า "ก็ไม่เห็นว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ จะขาดคุณสมบัติข้อใด" ซึ่งเป็นไปตามคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560

Image copyright EPA

ตามมาตรา 160 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนด คุณสมบัติของรัฐมนตรีไว้ 6 ข้อ

1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด 2. อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี 3. จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี 4. มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ 5. ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง 6. ไม่มีลักษณะต้องห้าม 18 ประการ ตาม ม. 98 (คุณสมบัติในการสมัครเป็น ส.ส.)

ไอลอว์ระบุอีกว่า กรณีนี้ที่กฎหมายไม่ได้เปิดช่อง จึงเป็นเรื่องที่ กกต. ต้องหาทางออกว่าจะนำกฎหมายใดมาใช้ ซึ่ง ไอลอว์ ทิ้งคำถามไว้ว่า "หรือจะต้องมีการเสนอแก้ไขกติกาการเลือกตั้งอีกครั้งเพื่อเปิดทางให้ผู้สมัครว่าที่นายกฯ คนพิเศษนี้สามารถถอนตัวได้"

พระราชโองการ คือ กฎหมาย

ดร. สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญการเลือกตั้ง สถาบันพระปกเกล้า กล่าวกับบีบีซีไทย แนวทางที่เป็นไปได้ในพรุ่งนี้ คือ กกต. ต้องประกาศรายชื่อของบุคคลผู้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ

แต่ต้องพิจารณาว่าจะเป็นการประกาศทุกชื่อที่แต่ละพรรคเสนอไปหรือไม่ หรือประกาศเฉพาะผู้มีคุณสมบัติ

นักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ชี้ว่าหากผลออกมา กกต. ไม่ประกาศชื่อแคนดิเดตของ ทษช. ก็จะไม่เกิดผลอะไรกับสถานะของพรรค

"ก็เหมือนกับส่งผู้สมัคร ที่ไม่มีคุณสมบัติเท่านั้น กกต. ก็ไม่รับรองคุณสมบัติ" ดร. สติธร กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการผู้นี้ ระบุว่า ยังมีข้อพิจารณาอีกว่า หาก กกต. ตอบว่า ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ ก็ต้องดูอีกว่า หน้าที่ในการประกาศชื่อแคนดิเดตของ กกต. ไม่ต้องใช้ดุลพินิจเลยหรือไม่ หรือสามารถใช้ดุลพินิจได้

"อิงจากพระราชโองการ (ชื่อของทูลกระหม่อมอุบลรัตนฯ) ก็คงจะขาดคุณสมบัติ เพราะว่า อย่างที่ทราบกันว่าเชื้อพระวงศ์ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เพียงแต่ว่าวันนั้น กกต. มีข้อพิจารณาว่า พระองค์เป็นฐานันดรอยู่หรือไม่ ในความหมายว่าเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ หรือไม่" ดร. สติธร กล่าวกับบีบีซีไทย

"แต่เมื่อมีพระราชโองการแล้ว แปลว่ามีกฎหมายออกมาอ้างอิง พระราชโองการก็ถือเป็นกฎหมายรูปแบบหนึ่ง" ดร. สติธร ระบุและยืนยันสถานะทางกฎหมายของพระราชโองการ ประกาศ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2562 ว่าเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร เนื่องจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เคลื่อนไหวยุบพรรค

อีกประเด็นหนึ่งที่ กกต. จะพิจารณาในวันพรุ่งนี้ คือ คำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ต่อประเด็นขัดต่อระเบียบ กกต. เรื่องลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. หมวด 4 ข้อ 17 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง

เว็บไซต์มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ขอไม่แสดงความคิดเห็นว่า การดำเนินการของพรรคไทยรักษาชาติเสี่ยงต่อการยุบพรรคหรือไม่ แต่ยืนยันว่าทุกเรื่องที่ กกต.รับไว้จะพิจารณาไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ดังนั้น กรณีของพรรคไทยรักษาชาติทั้งหมด จะต้องรอการพิจารณาของที่ประชุม กกต. และย้ำว่าจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และมีความเป็นธรรมมากที่สุด

เว็บไซต์ ฐานเศรษฐกิจ เขียนบทความ เปิดข้อกฎหมาย และขั้นตอนดำเนินคดียุบพรรค ทษช. โดยอ้างอิงระเบียบ กกต. ข้อเดียวกัน ว่าอาจนำไปสู่การยุบพรรค ทษช. เช่นเดียวการอ้างเหตุผลของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาปฏิรูป โดยประกอบมาตรา 90 (2) ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 ที่บัญญัติถึงการให้พรรคการเมืองสิ้นสุดลง

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ทษช. มีกรรมการบริหารพรรค รวม 14 คน รวมทั้ง ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะยื่นคำร้องต่อ กกต.ในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อแจ้งต่อ กกต. เสนอคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

โดยระบุว่าขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อเดียวกัน ซึ่งเข้าข่ายผิด พ.ร.ป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 (2) ที่ระบุว่า เป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เกี่ยวกับประเด็นนี้ ดร. สติธร กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การยกเหตุผลเรื่องการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ "กว้างเกินไป" พร้อมอธิบายขั้นตอนว่า กกต. อาจมีความเห็นกว้าง ๆ แล้วส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตีความ

เมื่อถามว่าคำร้องเรื่องการขัดระเบียบ กกต. ประเด็นลักษณะต้องห้ามการหาเสียง จะนำไปสู่การยุบพรรคได้หรือไม่ ดร. สติธร ตอบว่า ไม่เข้าข่ายยุบพรรค แต่อาจเป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่อาจถูกวินิจฉัยตัดสิทธิ์ ตัวกรรมการเองต้องรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคโดยรวม

"เพราะเป็นมติของ กก. บห. เป็นสิ่งที่ต่างจากกฎหมายเดิมที่ กก.บห. ทำผิดจึงยุบพรรค" นักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ระบุ "อะไรที่เป็นมติ กก.บห. ก็เป็นความรับผิดชอบของ กก.บห. ไป พรรคไม่เกี่ยว"

ยกเว้นแต่เป็นกรณีการกระทำล้มล้าง หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งก็เป็นการตีความที่กว้างต้องเป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ กกต. ต้องพิจารณามีดุลพินิจเบื้องต้นก่อน

"มันเป็นคำที่กว้างทั้งหมด อะไรคือ ล้มล้าง ปฏิปักษ์ เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม