เลือกตั้ง 2562 : ฉากต่อไป ไทยรักษาชาติ กับ 4 ความน่าจะเป็น ก่อนศาลรัฐธรรมนูญถกรับ-ไม่รับคดียุบพรรค

  • 13 กุมภาพันธ์ 2019
ทษช. Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นาทีประวัติศาสตร์ขณะหัวหน้า ทษช. ยื่นพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯ ในบัญชีของพรรค เมื่อ 8 ก.พ.

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองระบุปฏิบัติการยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เกิดขึ้นอย่างทันท่วงทีและมีแนวโน้มจบลงภายในเวลาอันสั้น หลัง "ปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ" ทำให้ยุทธศาสตร์ "แตกแบงก์ย่อย" ของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพันธมิตร ส่อเค้ากลายเป็นการย่อยสลายตัวเอง

ช่วงเวลาอันยาวนานในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ของวันที่ 12 ก.พ. สิ้นสุดลงในเวลาประมาณ 23:30 น. พร้อมมติเอกฉันท์ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยมีคำสั่งยุบ ทษช. โดยเห็นว่า "กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข" กรณีเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค เมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา

การดำเนินการนี้อาศัยอำนาจตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

บีบีซีไทยเข้าใจว่า กกต. ไม่ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ แต่ใช้วิธีให้เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานนำเสนอต่อที่ประชุม กกต. โดยตรง ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 93 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง และเป็นสิ่งที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ผู้ยื่นเรื่องต่อ กกต. ให้ยุบ ทษช. เคยออกมาบอกบีบีซีไทยก่อนหน้านี้

4 ความน่าจะเป็น

ฉากต่อไปของปฏิบัติการยุบ ทษช. จะเกิดขึ้นที่ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 14 ก.พ. โดยที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระพิจารณาว่าจะรับคำร้องของ กกต. ไว้พิจารณาหรือไม่

บีบีซีไทยสนทนากับผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองหลายราย รวมทั้ง รศ.ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), นักการเมืองในสังกัด ทษช. ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ และ นักกิจกรรมการเมือง ให้ฉายภาพที่จะเกิดหลังวันเปิดศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมรวบรวมความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งหมดเชื่อว่าคดียุบ ทษช. น่าจะได้ข้อยุติในเวลาอันรวดเร็ว เพราะถ้าเวลาทอดยาวออกไปจะก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมือง โดยแบ่งออกเป็น 4 ฉากทัศน์ (scenarios) ดังนี้

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

1. ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดี ทษช. ไว้พิจารณา

หากเป็นจริงตามนี้ ผลที่ตามมา คือ ทษช. อาจต้องยุติการทำกิจกรรมทางการเมืองเป็นการชั่วคราว ตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง ม. 93 วรรคสาม ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายไว้ว่า "กฎหมายกำหนดให้ถามศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะบอกให้หยุดหรือไม่หยุดก็ได้ระหว่างรอคำวินิจฉัย"

ขณะที่อดีต กรธ. ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ ขยายความประเด็นนี้ว่า กกต. อาจไม่ประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ทษช. ในวันที่ 15 ก.พ. นี้ได้ สอดคล้องกับนายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ทษช. ที่ตั้งข้อสังเกตว่ามติ กกต. ที่ออกมาอย่างรวดเร็วเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไรกับการต้องประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ทั้งประเทศ

2. ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้ง

หากเป็นตามฉากทัศน์นี้ ผลที่ตามมา คือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทษช. กว่า 200 ชีวิต จะหมดสิทธิลงสนามเลือกตั้งทันที เพราะขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากสังกัดพรรคการเมืองไม่ครบ 90 วัน (รธน. ม. 97)

นายศรีสุวรรณ ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ยุบ ทษช. เชื่อว่าคดีนี้จบก่อนวันเลือกตั้ง เพราะถ้าปล่อยให้ ทษช. เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งต่อไป แล้วประชาชนไปลงคะแนนเลือก ทษช. ก็จะเกิดปัญหาในการคิดคำนวณคะแนนเสียง

3. ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคหลังวันเลือกตั้ง แต่ก่อน กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

ผลที่ตามมา ยังถูกตีความแตกต่างหลากหลาย นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีต กรธ. เห็นว่าทุกคะแนนเสียงที่ผู้สมัคร ส.ส. ทษช. ได้รับจะ "กลายเป็นศูนย์" ทันที ขณะที่ที่ปรึกษา กรธ. เห็นว่าประชาชนได้แสดงเจตจำนงแล้ว โดยว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตของ ทษช. ต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 60 วัน (รธน. ม. 101) ทว่าอาจเกิดปัญหาในการคิดคำนวณยอด ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

รศ.ดร. เจษฎ์ เห็นว่าควรโอนคะแนนบัญชีรายชื่อติดตัว ส.ส. เขตคนนั้น ๆ ไปยังพรรคต้นสังกัดใหม่ด้วย เพราะหลักการของรัฐธรรมนูญคือคะแนน ส.ส. เขตและบัญชีรายชื่อต้องไปด้วยกัน

"เหมือนคนสองคนได้ทรัพย์สินร่วมกันหนึ่งชิ้น เกิดมีคนหนึ่งตายไป จะบอกว่าให้ยึดทรัพย์ทั้งหมดคืนไปเลยก็คงไม่ได้ เพราะเขาได้ทรัพย์ ได้คะแนนมาโดยชอบ คะแนนก็ต้องติดตัวเขาไปด้วย ไปเติมให้พรรคสังกัดใหม่เพื่อคำนวณเป็นยอด ส.ส. บัญชีรายชื่อด้วย" รศ.ดร. เจษฎ์ กล่าวกับบีบีซีไทย

หรืออีกวิธี ก็อาจจะตัดคะแนนบัญชีรายชื่อของ ทษช. ทิ้งไปเลย กลายเป็น "คะแนนที่เสียเปล่า" เพราะถือว่าไม่มีพรรคการเมืองนี้ในสารบบแล้ว เฉพาะผู้ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. เขตที่มีสิทธิเข้าสภาได้

"ขนาดเรายังคิดวิธีการได้สารพัด จึงเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว ถ้ารอจนมีปัญหา สังคมก็จะจินตนาการไปได้หมด หลักคือศาลท่านยอมรู้ว่าการแก้ปัญหาโดยไม่ก่อปัญหาเพิ่ม" รศ.ดร. เจษฎ์ ระบุ

4. ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคหลังวันเลือกตั้ง และ หลัง กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

ผลที่ตามมา คือ ส.ส. ทั้ง 2 ระบบของ ทษช. ต้องหาพรรคการเมืองสังกัดใหม่ภายใน 60 วัน และไม่ต้องคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อกันใหม่

ทั้งอดีต กรธ. และแกนนำ ทษช. ต่างไม่เชื่อว่าระยะเวลาจะทอดยาวไปจนถึงขั้นนี้

หาก ทษช. ถูกสั่งยุบจริงไม่ว่าช่วงเวลาใด ชะตากรรมของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุด ร.ท. ปรีชาพลก็ไม่แตกต่าง ใน 10 ปีนี้ พวกเขาจะไม่สามารถตั้งพรรคใด ๆ หรือเป็น กก.บห. พรรคใด (พ.ร.ป. พรรคการเมือง ม. 94) ซึ่งเดิมไปเข้าใจกันว่า "ถูกแบนการเมือง 10 ปี" แต่นายชาติชายชี้ว่า ม. 92 วรรคท้ายระบุว่า "เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนแล้วมีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกก.บห. นั้น" ไม่มีระยะเวลามาเกี่ยวข้อง จึงถือเป็น "ลักษณะต้องห้ามถาวร" ซึ่งจะไปล้อกับ รัฐธรรมนูญ ม. 85(5) ทำให้ถูกเพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตทันที

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ย. 2561 นักการเมืองบางส่วนยกคณะออกจาก พท. ก่อนเข้ายึดครอง ทษช. โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อ "แก้เกม" รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 หลังแกนนำ พท. ประเมินกันว่าเป็นกติกาที่ทำให้พวกเขา "ชนะเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้"

Image copyright กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

"แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย"

ภายใต้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม จำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจะไปผูกโยงกับคะแนนเสียงที่ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตได้รับ เมื่อลองนำฐานเสียงเดิมของอดีต ส.ส. ชุดเลือกตั้งปี 2554 ไปคำนวณตามสูตร "คณิตศาสตร์การเมือง" พบว่า พท. มีแนวโน้มไม่ได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จึงเกิดการ "แตกตัว-แตกทัพ" ย้ายไปสังกัด ทษช. และเดินเข้าสู่สนามเลือกตั้งแบบ "พรรคพันธมิตรใกล้ชิด" ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เคยเรียกยุทธศาสตร์นี้ว่า "แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย"

บีบีซีไทยพบว่า ในการรับสมัคร ส.ส. ทั้ง 2 ระบบ ระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. ที่ผ่านมา พท. ส่งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต 250 คน และบัญชีรายชื่อ 97 คน ขณะที่ ทษช. ส่งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต 143 คน และบัญชีรายชื่อ 102 โดยแกนนำทั้ง 2 พรรคต่างยืนยันว่า "ไม่ได้ฮั้วทางการเมือง" แต่ทั้ง 2 พรรคต่างหาเสียงโดยชูจุดขายเป็นพรรคทายาทของพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค และนำแคมเปญหาเสียงเดิมของ ทรท. ในการเลือกตั้งปี 2544 และ 2548 มากำหนดเป็นแคมเปญหาเสียงพรรคของตน

การเลือกตั้งปี 2562 ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพรรคลูกหลาน ทรท. ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกเขตครั้งแรกในรอบ 17 ปี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง พท. กล่าวกับบีบีซีไทยว่า "เขาบังคับให้ทุบบ้านครึ่งหนึ่งทิ้ง มันเป็นความจำใจ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวคิดหลักการได้" (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ความฝันอันสูงสุด 250 จาก 500 คน

ก่อนเกิดปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ แกนนำ พท. คาดหวังว่าจะได้ ส.ส. เขตอย่างน้อย 170-190 เขต จากการส่งผู้สมัคร "ดีหนึ่ง ประเภทหนึ่ง" ลงสนาม ขณะที่หัวหน้า ทษช. ประกาศว่าจะได้ ส.ส. ราว 50-60 คน ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมายดังกล่าว เสียงของ 2 พรรครวมกันก็จะเป็นจำนวนใกล้เคียงกับเสียง "กึ่งหนึ่ง" ของสภาล่าง

ถึงขณะนี้ ร.ท. ปรีชาพลยังไม่ขอพูดถึงแผนสำรอง หรือการเตรียมการเรื่องคะแนนเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจหายไป เพราะยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม