“ตึกตู้ปลา” กับวิสัยทัศน์ “วิทยาลัยธุรกิจระดับโลก” ของคณบดี บัญชี มธ.

  • 22 กุมภาพันธ์ 2019
ตึกตู้ปลา Image copyright NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI
คำบรรยายภาพ อาคารเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ กำลังจะถูกปรับปรุงเป็น "วิทยาลัยธุรกิจระดับโลก"

ความพยายามของคณบดี ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในการปรับปรุงอาคารเรียนที่มีชื่อเล่นว่า "ตึกตู้ปลา" ให้กลายเป็น "วิทยาลัยธุรกิจระดับโลก" ถูกตั้งคำถามโดยคณาจารย์ร่วมคณะถึงความเหมาะสมของโครงการ

ผนังและพื้นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวนวลช่วยขับให้ห้องโถงรับรองขนาดใหญ่สว่างไสวและสวยงาม เมื่อเดินลึกเข้าไปอีกเล็กน้อย ห้องนั่งเล่นประดับโคมไฟระย้าและโซฟาที่พร้อมรองรับแขกกว่า 60 คน ปรากฏแก่สายตา อีกด้านหนึ่งบนชั้น 4 ของอาคารแห่งนี้ เป็นห้องประชุมสำหรับ 12 คน ซึ่งล้อมรอบด้วยกระจกใสอย่างทันสมัยอีกด้วย

ภาพเหล่านี้ถูกฉายให้กับอาจารย์ 75 คนที่เข้าร่วมการประชุมคณาจารย์ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. เมื่อ 24 ก.พ. 2560 ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

การจัดให้มีพื้นที่เป็นเสมือนห้องรับแขกและพื้นที่พักผ่อนเพื่อรองรับการสร้างเครือข่ายคณาจารย์ คือส่วนหนึ่งของนโยบายปรับปรุงตึกของคณะของ รศ.ดร.พิภพ อุดร ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตำแหน่งคณบดีได้เพียง 3 เดือน ด้วยงบประมาณ 80 ล้านบาทที่มาจากรายได้ของคณะ โดยแบ่งเป็นการปรับปรุงอาคารเรียนที่เรียกว่า "ตึกตู้ปลา" ที่ท่าพระจันทร์ 35 ล้านบาท และที่เหลือเป็นการปรับปรุงอาคารเรียนและภูมิทัศน์ที่วิทยาเขตรังสิต

"ตอนที่มีข่าวว่าจะปรับปรุงตึก ไม่มีคนเชื่อ เนื่องจากเพิ่งสร้างมา 7 ปี" ผศ.ดร.เมธาวุฒิ พีรพรวิฑูร หนึ่งในคณาจารย์ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้น กล่าวกับบีบีซีไทย โดยอ้างอิงถึงอาคารของคณะที่ท่าพระจันทร์ ที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จเมื่อปี 2552 ด้วยงบ 107 ล้านบาท

ทั้งนี้ มธ. เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ที่แม้ว่าการบริหารการจัดการอิสระแยกจากระบบราชการ แต่ยังได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปี

บีบีซีไทยได้เห็นรายงานประชุมครั้งนั้นที่มีการคัดค้านจากคณาจารย์ทุกคนที่แสดงความคิดเห็น และการประชุมอีกแปดครั้งหลังจากนั้นก็มีคนค้านมาอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การที่อาจารย์บางรายยื่นเรื่องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบ และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ข้อสรุปจากทั้ง 2 หน่วยงาน

จนกระทั่ง ม.ค. ปีนี้ การรื้อถอนบริเวณชั้นล่างของตึกตู้ปลาเพื่อดำเนินการก่อสร้างก็เริ่มขึ้น โดยไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ทำให้อาจารย์ของคณะ 48 ราย ลงนามคัดค้านการดำเนินโครงการดังกล่าว และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบในเรื่องการปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการ แต่จนถึงปัจจุบัน โครงการดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป

Image copyright NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI
คำบรรยายภาพ เมื่อเดือน ม.ค. 2562 เกิดการรื้อถอนบริเวณชั้นล่างของตึกตู้ปลาเพื่อดำเนินการก่อสร้างโดยที่ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

"คนต้องตะลึงกับแฟซิลิตี้"

"ความคิดของเราคือ นี่คือ world class business school (วิทยาลัยธุรกิจระดับโลก) คนต้องตะลึงกับแฟซิลิตี้ (facilities -- สิ่งอำนวยความสะดวก) เรา" รศ.ดร.พิภพ กล่าวกับสื่อมวลชนในงานแถลงข่าวเมื่อ 18 ก.พ. พร้อมกับยืนยันว่า การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เริ่มต้นจากการได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการประจำคณะ ก่อนที่จะผ่านความเห็นของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย และได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยในที่สุด

บีบีซีไทยได้ตรวจสอบบัญชีแสดงราคาค่าก่อสร้างที่ผู้รับจ้างออกแบบ คือ บริษัท ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ จำกัด เสนอ ในวงเงินรวม 29 ล้านบาท เราพบว่าชั้น 4 ที่มีสำนักงานคณบดีและห้องรับรองมีมูลค่าอย่างน้อย 11 ล้านบาท

อุปกรณ์ครุภัณฑ์ที่มีราคาสูง
อุปกรณ์ครุภัณฑ์ ราคาต่อหน่วย (บาท) จำนวน ราคารวม (บาท) หมายเหตุ
งานโคมไฟระย้า 100,000 5 ชุด 500,000 รุ่นแพงสุดของ Lighting House ราคาสูงสุดคือ 80,000 บาท
โซฟาเบาะหนังแท้ ขนาดสองที่นั่ง 50,000 4 ตัว 200,000 ราคาอ้างอิงจาก SB Design Square และ Index Living Mall เฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาท/ตัว
เก้าอี้อาร์มแชร์ 25,000 8 ตัว 200,000 ราคาอ้างอิงจาก SB Design Square ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 บาท/ตัว
เก้าอี้ห้องประชุม 15,000 10 ตัว 150,000 ราคาอ้างอิงจาก Index Living Mall ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 บาท/ตัว

ที่มา: บัญชีแสดงการคำนวณราคาค่าก่อสร้าง(BOQ) ที่จัดทำโดยบริษัท ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ จำกัด

ต่อมาในการประชุมคณาจารย์ในเดือน พ.ค. 2560 รศ.ดร.พิภพได้ชี้แจงว่า การปรับปรุงอาคารที่ท่าพระจันทร์ พื้นที่ข้างล่างทั้งหมดจะทำให้โล่งเพื่อให้เป็นที่ทำงานของนักศึกษา และต่อมามีความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และร้าน TOO FAST TO SLEEP เพื่อสร้าง "co-working space" หรือ พื้นที่ทำงานร่วมกัน และเวทีเสนอความคิดต่อยอดธุรกิจ โดยทั้งสองหน่วยงานมาปรับปรุงพื้นที่ให้คณะเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันประมาณ 1,120 ตร.ม.

เอื้อประโยชน์แก่เอกชน?

หลังจากที่มีการร้องเรียนไปยัง สตง. รายงานการประชุมที่บีบีซีไทยได้เห็นระบุว่า ในเดือน เม.ย. 2560 นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. ในขณะนั้น ได้มาพบ รศ.ดร.พิภพ และแจ้งว่าได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารที่คณะมีการปรับปรุงเมื่อ 7 ปีก่อน และจะมีการปรับปรุงใหม่อีกรอบหนี่ง โดยจะมีการรื้อทิ้งเพื่อสร้างใหม่ ทุบห้องเรียน ทุบห้องคณบดี และทุบห้องสมุด เพื่อทำเป็นห้องเล็ก ๆ สตง. จึงมีหนังสือมาขอให้มหาวิทยาลัยชี้แจงว่า การใช้เงินเป็นไปอย่างเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร

"ผมให้ข้อสังเกตกับทางผู้บริหารในขณะนั้นว่าอยากให้ช่วยกันดูในแง่ประสิทธิภาพ ความเหมาะสม คุ้มค่า ประหยัด ถ้าอะไรที่พอใช้ได้ ทั้งหมดไม่ว่าจะใช้จากเงินมหาวิทยาลัย นักศึกษา หรือคนบริจาค ก็ต้องถือว่าเป็นเงินแผ่นดิน ต้องใช้สอยอย่างเหมาะสม และต้องพึงระมัดระวังไม่ให้เอื้อแก่รายหนึ่งรายใด" นายพิศิษฐ์ กล่าวกับบีบีซีไทย โดยอ้างอิงถึงเดือน มี.ค. 2560 ที่คณะพาณิชย์ฯ ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างออกแบบโดยวิธีพิเศษ โดยไม่มีการประกาศเชิญชวนทั่วไป ทำให้ดูเหมือนเป็นการเอื้อประโยชน์จัดซื้อจัดจ้างให้เอกชนรายเดียว

Image copyright BBC THAI
คำบรรยายภาพ ห้องสมุด ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ของคณะพาณิชย์ฯ มธ. ได้ประกาศปิดบริการเมื่อปี 2560 โดยในขณะนั้นทางคณะมีแผนที่จะทุบห้องสมุดเพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของห้องรับรองแขกที่เชื่อมต่อกับสำนักงานคณบดี

บีบีซีไทยได้เห็นเอกสารระบุรายละเอียดการออกแบบและบัญชีแสดงการคำนวณราคาค่าก่อสร้างที่จัดทำโดยตื่น ดีไซน์ และลงวันที่ตั้งแต่เดือน ก.พ. ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้าง รวมถึงสัญญาจ้างออกแบบปรับปรุงอาคารคณะพาณิชย์ฯ ที่ว่าจ้างตื่น ดีไซน์ เป็นผู้ออกแบบ ปรับปรุงอาคารของคณะ เป็นจำนวนเงิน 3.44 ล้านบาท ที่ระบุว่าจะลงมือทำงานภายในเดือน เม.ย. 2560 แสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินการมาก่อนหน้าการว่าจ้าง แต่ รศ.ดร.พิภพ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เป็นเรื่องที่ "ไม่น่าเป็นไปได้" ที่มีการจ้างย้อนหลัง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท ตื่น ดีไซน์ จดทะเบียนเมื่อเดือน ธ.ค. 2559 มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท และชำระแล้วเพียง 250,000 บาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่างานที่รับนับสิบเท่า

"จริง ๆ โดยสามัญสำนึกเราจะจ้างบริษัทเอกชนใดมา ถ้าเป็นนิติบุคคลจะเน้นผลงานที่เชื่อถือได้...[กรณีการจ้างบริษัทตื่น ดีไซน์] อาจจะไปเข้าข่ายผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเสนอราคาของรัฐ ต่อให้เป็นเงินบริจาคมันก็คือส่วนหนึ่งของเงินแผ่นดิน" นายพิศิษฐ์ กล่าวกับบีบีซีไทย

Image copyright AWAKEN DESIGN STUDIO
คำบรรยายภาพ ห้องรับรองแขกภายในชั้น 4 คณะพาณิชย์ มธ. ที่ออกแบบโดยบริษัท ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในเรื่องการรับรองแขก การจัดเลี้ยง และการพักผ่อน

รศ.ดร.พิภพ ชี้แจงกับบีบีซีไทยว่า สถาปนิกของตื่น ดีไซน์ เป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมด และมีความสามารถในด้านการวิจัยและการออกแบบที่ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งเป็นทีมที่เคยทำให้กับ มธ. เพียงแต่ออกมาจากบริษัทเดิมแล้ว

ตื่นดีไซน์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย โดยระบุผ่านอีเมลว่าให้สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ผ่านคณะพาณิชย์ฯ

"ทางทีมขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของทางคณะที่เกิดขึ้น"

เรียกร้องความโปร่งใส

ในเดือน ต.ค. 2560 คณาจารย์ประจำคณะพาณิชย์ฯ จำนวนหนึ่งได้ส่งจดหมายร้องเรียนการปรับปรุงอาคารของคณะไปยัง ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มธ. ขณะนั้น แต่ไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย แม้ว่าอดีตกรรมการสภาฯคนหนึ่งจะยืนยันกับบีบีซีไทยว่า ในอดีตเคยมีการตั้งคณะกรรมการแม้เรื่องที่ส่งมาเป็นบัตรสนเท่ห์

อดีตกรรมการสภาฯคนดังกล่าวบอกว่า มีการพูดหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการพิจารณา แม้ว่าภายหลังกรรมการสภาฯจะทำจดหมายถึง รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีคนใหม่แล้วก็ตาม

"อาจารย์สมคิดบอกว่า ไม่มีมูลความจริง และบอกสภาฯว่าไม่มีประเด็นอะไรเลย" อดีตกรรมการสภาที่เข้าร่วมประชุมครั้งนั้น กล่าว

บีบีซีไทยพยายามติดต่อศ.ดร.สมคิดหลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ณ เวลาที่บทความนี้ถูกเผยแพร่

หลังจากนั้น คณาจารย์ประจำคณะได้ยื่นจดหมายร้องเรียนต่ออธิการบดีอีก 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายวันที่ 21 ม.ค. 2562 โดยมีการลงชื่อคณาจารย์ 48 คนที่คัดค้านการดำเนินโครงการดังกล่าว และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบในเรื่องการปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการ

Image copyright BBC THAI
คำบรรยายภาพ ตัวแทนคณาจารย์ของคณะพาณิชย์ฯ มธ. แถลงข่าวเรื่องข้อร้องเรียนของคณาจารย์กว่า 48 คนของคณะ ต่อกรณีที่ มธ. ได้ร่วมดำเนินการกับธนาคารไทยพาณิชย์และ TOO FAST TO SLEEP เข้าใช้พื้นที่บริเวณชั้นล่างอาคารของคณะ

หนึ่งในนั้นคือ ผศ.ดร.อัญชดา เจริญรุกข์ ที่กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ผู้บริหารของคณะไม่เคยให้คณาจารย์ดูสัญญาฉบับจริงที่ทำระหว่าง SCB และ TOO FAST TO SLEEP เพื่อตรวจสอบรายละเอียดการใช้พื้นที่ และผลประโยชน์ว่าตกอยู่ที่ใคร ซึ่งที่ผ่านมาสิ่งที่ให้ดูเป็นเพียงร่างสัญญาที่มีการปิดข้อความบางส่วน

"เห็นด้วยกับการปรับปรุงทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่ต้องให้คุ้มทุนและโปร่งใส เนื่องจากขอดูเอกสารมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว" เธอกล่าว

อีกสองวันต่อมา เพจ "เหตุเกิด ณ ตึกตู้ปลา" ในเฟซบุ๊ก เปิดขึ้นโดยคณาจารย์ของคณะ เพื่อเป็นเวทีกลางให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถนำเสนอข้อมูล ข้อคิดเห็น หรือข้อโต้แย้งต่อการปรับปรุงอาคารเรียน

จนกระทั่งวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา มธ. มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนต่าง ๆ โดยตั้งจาก "บุคคลที่ไม่มีส่วนได้เสียกับกรณีข้อร้องเรียน" โดยจะมีการประชุมกันครั้งแรกวันที่ 28 ก.พ.

รศ.อานนท์ มาเม้า ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย ปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวนและรายชื่อของกรรมการกับบีบีซีไทย โดยให้เหตุผลว่า ระหว่างการสอบสวน ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการแก่สาธารณะหรือสื่อมวลชนได้ เพื่อป้องกันการแทรกแซง คุกคาม และวิ่งเต้นจากบุคคลภายนอก

รศ.วิทยา ด่านธำรงกูล รองคณบดีฝ่ายบริหารของคณะ กล่าวว่า ในการประชุมคณาจารย์ 8 ครั้งที่ผ่านมามีการแจ้งให้ประชาคมทราบมาโดยตลอด

"เรามีการดำเนินการเรื่องนี้เป็นขั้นเป็นตอนตลอดเวลา และมีการดำเนินอย่างโปร่งใส โปรเจ็กต์ใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่เราจะแอบทำหรืองุบงิบทำ" เขากล่าว

Image copyright NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI
คำบรรยายภาพ คณะพาณิชย์ มธ. ได้จัดงานแถลงข่าวกรณีการปรับปรุง "ตึกตู้ปลา" ของคณะ ในวันที่ 18 ก.พ. 2562

แต่บีบีซีไทยตรวจสอบจากรายงานประชุมของคณะพบว่า รศ.ดร.พิภพเพิ่งพูดถึงความร่วมมือกับ SCB เป็นครั้งแรกในการประชุมคณาจารย์ครั้งที่ 3 ในเดือน ต.ค. 2560 หนึ่งเดือนหลังจากที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่าง SCB และ มธ. ซึ่ง รศ.ดร.พิภพชี้แจงเรื่องนี้กับบีบีซีไทยว่า สาเหตุที่ไม่ได้สอบถามความเห็นจากคณาจารย์ก่อน เนื่องจาก "ไม่ใช่หน้าที่ของอาจารย์ แต่เป็นหน้าที่ผู้บริหารในการทำงานบริหาร"

นอกจากนั้น ในการประชุมคณาจารย์แต่ละครั้งจะมีการโต้แย้งตลอดถึงความไม่เหมาะสมของโครงการ รวมถึงกรรมการบริหารที่มาจากภาควิชาต่าง ๆ ที่มีการเขียนจดหมายแย้งในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว

ผลประโยชน์ทับซ้อนจากความร่วมมือกับไทยพาณิชย์?

รศ.ดร.พิภพกล่าวกับบีบีซีไทยว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจะทำให้งบประมาณในการปรับปรุงตึกตู้ปลาทั้งหมดเหลือเพียงครึ่งเดียว ของงบตั้งต้นเพื่อปรับปรุงอาคารเรียนที่ท่าพระจันทร์ 35 ล้านบาท

เขาให้รายละเอียดเรื่องค่าเช่าสถานที่ว่า คณะกรรมการจัดหารายได้หรือผลประโยชน์จากที่ราชพัสดุของมหาวิทยาลัยเป็นคนกำหนดราคาค่าเช่า ตร.ม. ละ 1,000 บาท ซึ่งโครงการ TOO FAST TO SLEEP ได้พื้นที่ใช้สอย 864 ตร.ม. แบ่งเป็น "พื้นที่ของบริษัทจำหน่ายเครื่องดื่ม" 16.9 ตร.ม. คิดเป็นค่าเช่า 16,900 บาทต่อเดือน ส่วนโครงการ SCB Business Center ได้พื้นที่ใช้สอย 326.5 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนของ SCB 32 ตร.ม. คิดเป็นค่าเช่า 32,000 บาทต่อเดือน

แต่แล้วกระแสคัดค้านจากคณาจารย์และบุคลากรของคณะทำให้วันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา SCB ได้ยื่นจดหมายขอชะลอโครงการนี้ไปก่อนจนกว่า มธ. ได้ข้อยุติในเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ และจะขอพิจารณาในเรื่องความร่วมมือดังกล่าวใหม่อีกครั้งเมื่อมีข้อสรุปจากทางมหาวิทยาลัยแล้ว

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผ่านมา รศ.ดร.พิภพ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อกรรมการสอบข้อเท็จจริงเห็นว่าไม่มีประเด็นใดที่มีข้อท้วงติงเรื่องกฎหมายก็สามารถเดินหน้ากับพันธมิตรต่อได้

"เป้าเราภายใน ก.ค. น่าจะเปิดได้ เขาจะใช้เวลา [ก่อสร้าง] 60 วัน ถ้าเคลียร์ [เรื่องข้อกล่าวหาต่าง ๆ] แล้ว ช้าสุดเปิดเทอม ส.ค." รศ.ดร.พิภพ กล่าว โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ต่อนักศึกษา

Image copyright TOO FAST TO SLEEP/FACEBOOK
คำบรรยายภาพ ร้านกาแฟ TOO FAST TO SLEEP มีทั้งหมด 7 สาขาทั่วประเทศ โดยสาขาที่สยามสแควร์เป็นความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์

นอกจากนี้ คณาจารย์ที่คัดค้านโครงการยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีกรรมการของคณะสามคนที่มีความเกี่ยวข้องกับ SCB ได้แก่

  • ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม ซึ่งเป็นสามีของนางกิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส SCB และจากเอกสารที่บีบีซีไทยเห็น ได้เป็นพยานในการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงกับ มธ. ในเดือน ก.ย. 2560
  • นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล กรรมการ SCB
  • นายวรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ SCB

ต่อเรื่องนี้ รศ.ดร.พิภพ ชี้แจงกับบีบีซีไทยว่า การลงนามข้อตกลงกับ SCB ไม่ได้ขออนุมัติจากกรรมการของคณะเนื่องจากเป็นเรื่องในระดับมหาวิทยาลัย กรรมการจึงไม่เกี่ยวข้องกับการลงนามโดยสิ้นเชิง

บีบีซีไทยได้พยายามติดต่อ SCB เพื่อขอคำชี้แจงในเรื่องดังกล่าว แต่ผู้บริหารยังไม่ให้คำตอบ ณ เวลาที่บทความนี้ถูกเผยแพร่

ส่วน รศ.วิทยากล่าวว่า สาเหตุที่เลือก SCB เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่พร้อมที่จะถ่ายทอดให้กับมหาวิทยาลัย โดยก่อนหน้านั้นมีการคุยกับพันธมิตรหลายราย

"สาเหตุที่ไม่ให้มีการประมูลหลาย ๆ เจ้า เนื่องจากพื้นที่ของเราไม่ใช่พื้นที่พาณิชย์ที่ใครเสนอราคาสูงสุดแล้วคนนั้นได้ไป" รศ.วิทยา กล่าว

Image copyright NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI
คำบรรยายภาพ รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อไรได้ใช้งาน

2 ปีหลังจากที่มีการพูดถึงการปรับปรุงตึกตู้ปลา นักศึกษาคณะพาณิชย์ฯ ที่เรียนที่ท่าพระจันทร์ยังคงตั้งคำถามว่า เมื่อไรถึงจะได้ใช้พื้นที่บริเวณชั้นล่างของอาคารเรียน

เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว นายพรเทพ ปัทมะโรจน์ ซึ่งเป็นประธานรุ่นปริญญาโทบริหารธุรกิจ รุ่นปีการศึกษา 2561 ได้รวบรวมความเห็นของนักศึกษาปริญญาโท 2 หลักสูตรในการปรับปรุงพื้นที่ชั้นล่างของคณะ โดยความเห็นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องพื้นที่ไม่พอใช้งาน เวลาเปิด-ปิด และความเหมาะสมของอุปกรณ์ต่าง ๆ

"นักศึกษาเขาอีโคโนมี่ (ประหยัด) มาก ไม่ได้รีควายร์ (ต้องการ) อะไรที่ซับซ้อนหรือฟุ่มเฟือยเลย อย่างชั้นหนึ่งพื้นที่ส่วนนอกห้อง ขอแค่ให้มีพัดลมเป่ายุงให้เขา เก้าอี้ที่พังชำรุดเขาขอแค่ให้เปลี่ยน" นายพรเทพ กล่าวกับบีบีซีไทย

แม้ว่าขณะนั้นเกือบทั้งหมดของนักศึกษาประมาณ 120 คนที่ตอบแบบสอบถามจะเห็นด้วยกับการปรับปรุงอาคารเรียน แต่ปัจจุบันพวกเขาเรียกร้องรายละเอียดที่ยังไม่มีการชี้แจงจากผู้บริหารคณะ

"ผมว่าเขาคงต้องการคำชี้แจงที่เป็นเหตุเป็นผลเรื่องกำหนดการเปิดใช้งานและความโปร่งใส" นายพรเทพ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม