หนักแผ่นดิน : ประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน เพลงจากช่องยูทิวบ์ที่เพิ่งเปิดได้สองวัน

  • 24 กุมภาพันธ์ 2019
เอ็มวี ประเทศกูมี คนหนักแผ่นดิน

เกือบหนึ่งสัปดาห์ที่คำกล่าวของ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แนะนำให้ฟังเพลงหนักแผ่นดิน ภายหลังแกนนำพรรคเพื่อไทย ปราศรัยเสนอนโยบายตัดงบกลาโหม และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คำว่าหนักแผ่นดินก็ถูกหยิบยกนำมาถกเถียงในโลกโซเชียล พร้อมความรู้และปูมหลังของเพลงในทางประวัติศาสตร์ก็ถูกนำออกมากล่าวถึงอีกครั้ง

จนกระทั่งล่าสุด สมาชิกยูทิวบ์ที่ใช้ชื่อว่า thailand thailand ซึ่งมีรูปโปรไฟล์เป็นธงชาติไทย ก็เผยแพร่เพลงแร็ป ประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื้อหากล่าวถึง คนไม่รักชาติ การยุยงปลุกปั่น ความแตกแยกทางการเมือง

"หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้แหละหนักแผ่นดิน" เป็นเนื้อเพลงของท่อนฮุกของเพลงนี้ ที่เหมือนกันเกือบจะแทบทุกคำในเพลง หนักแผ่นดิน ที่แต่งขึ้นเมื่อปี 2518 อันเป็นเพลงที่ใช้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก ในการต่อสู้ทางการเมืองกับขบวนการคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. 2518-2523

"เนื้อเพลงมีความโน้มเอียงทางอุดมการณ์ที่แฝงฝังอยู่ ในแง่ความเป็นประชาธิปไตย เป็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้ เป็นการแสดงความเห็นอย่างเสรี แต่น่ากลัวคือ จุดยืนไม่ว่าทางไหนก็ตาม มันจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือความสุดโต่งได้" รศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผอ.หลักสูตรปริญญาเอก คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวกับบีบีซีไทย

จนถึงเวลา 16.10 น. ของวันนี้ (24 ก.พ.) เพลงประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน มียอดผู้เข้าชมแล้ว 365,568 ครั้ง มีผู้กดไลก์ 1,200 ครั้ง ส่วนยอดอันไลก์มี 25,000 ครั้ง

"ผมไม่ได้ตามเลย ยังไม่เห็นเลยเพลงนี้" พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) และโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ เมื่อสอบถามเกี่ยวกับเพลงนี้

thailand thailand สมาชิกยูทิวบ์ที่เกิดใหม่เพียงสองวัน

ข้อมูลของสมาชิกยูทิวบ์ที่ใช้ชื่อว่า thailand thailand ระบุคำอธิบายของช่องว่า "ประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน #ประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน #ประเทศกูมี #คนหนักแผ่นดิน" แต่ไม่ระบุว่า คำร้อง ทำนอง แต่งขึ้นมาโดยบุคคลใด

ข้อมูลในช่องเกี่ยวกับ ยังบอกอีกว่า thailand thailand เข้าร่วมในช่องยูทิวบ์เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา และมีเพลงนี้เป็นเพลงเดียวที่เผยแพร่ ส่วนช่องแสดงความคิดเห็นของเพลงดังกล่าวถูกปิดไว้

Image copyright THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ "เพลงอะไรที่กำลังฮิตตอนนี้ ก็เพลงหนักแผ่นดินไง" คำกล่าวของ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นจุดเริ่มต้นทีทำให้ #หนักแผ่นดิน พุ่งทะยานไต่อันดับต้น ๆ ของทวิตเตอร์เมืองไทย

"ชัดเจนว่าน่าจะเป็นการทำงานแบบเร่งด่วน จุดมุ่งหมายเพื่อเหตุการณ์เฉพาะหน้า บอกได้ว่า ภารกิจนี้คงเป็นภารกิจที่จะทำเฉพาะเหตุการณ์จริง ๆ ถ้ามองย้อนกลับไปภายในเดือนที่ผ่านมา ก็พอจะเห็นที่มาที่ไปว่าทำไมเพลงนี้เกิดขึ้น" รศ.ดร. อัศวิน วิเคราะห์ ให้บีบีซีไทยฟังทางโทรศัพท์

เนื้อเพลงท่อนอื่น ๆ ของเพลงประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน มีคำร้องอาทิ ไม่รักชาติ ไม่รักไทย ทำแบบนี้แล้วใครมันจะไปรักใคร... ปากจ้องจะหาเรื่องจะด่าว่าประเทศ มือไม่พายเอาเท้าราน้ำพอเห็นแล้วรู้สึก Afraid, ใครแบ่งสีใครแบ่งฝ่าย ใครเผาบ้านเผาเมือง, Taxi ปฏิเสธผู้โดยสารเป็นต้น เป็นต้น

ส่วนภาพในมิวสิควิดีโอ เป็นภาพชายคนหนึ่งทำหน้าที่ขับร้องแร็ป และหญิงอีกหนึ่งคน ทั้งคู่แต่งกายในชุดดำ สวมใส่แว่นตาดำขนาดใหญ่ เมื่อเพลงถึงท่อนที่ร้องว่า "ประเภทที่สองคือไม่ชอบโกงกิน แต่ปากก็ไม่อยู่สุขยุยงปลุกปั่นกันจริง ๆ" ชายผู้ร้องแร็ปก็ยกปากกระบอกปืนสั้นสีดำชี้มาทางกล้องที่ถ่ายทำวิดีโอนี้อยู่

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการผู้นี้มองว่า หากมองในแง่ประวัติศาสตร์การเมือง เนื้อเพลงนี้ไม่ถึงกับผลิตซ้ำวาทกรรมความรุนแรงของเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษา 6 ต.ค. 2519

เขาวิเคราะห์ว่า เพลงนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจาก เพลงประเทศกูมี โดยศิลปินกลุ่ม Rap Against Dictatorship เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ที่พยายามถอดแบบ ร้อยเรียงคำร้องออกมาในลักษณะที่ประเทศกูมีเคยทำ แต่ว่าเป็นมุมที่ตรงกันข้าม โดยใช้ทำนอง ลีลา และมิวสิควิดีโอที่ใกล้เคียงกัน

"ถ้าเป็นเนื้อเพลงมันไม่ได้ผลิตซ้ำขนาดนั้น เพียงแต่ว่าความหมายทางอุดมการณ์ทำหน้าที่เดียวกัน แต่การกลับมาครั้งนี้มาในรูปแบบใหม่ ใช้ท่วงทำนอง ลีลา รูปลักษณ์ร่วมสมัยกว่า ส่วนหนึ่งของชื่อเพลงทำให้สามารถปะติดปะต่อ นึกย้อนกลับไปสู่วาทกรรมเดิม 30-40 ปีที่แล้ว"

คนฟังต้องรู้เท่าทันไม่ว่าเพลงจากอุดมการณ์ฝั่งไหน

รศ. ดร. อัศวิน ชี้ว่า ถึงที่สุดแล้วทั้งเพลงประเทศกูมี และประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน เป็นเพลงที่มีจุดยืนทางการเมืองทั้งคู่ และมีเป้าหมายเชิงอุดมการณ์เช่นเดียวกัน

"จุดมุ่งหมายจริง ๆ คือ ออกมาโต้ประเทศกูมีเวอร์ชั่นแรก และช่วงชิงพื้นที่อุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ออนไลน์"

Image copyright ธีระวัฒน์ รุจินธรรม/YOUTUBE
คำบรรยายภาพ ฉากจากวิดีโอประกอบเพลง "ประเทศกูมี"

หากนั่งฟังคำร้องจริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดเกินเลยจากความเป็นจริง มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ เพราะเป็นเนื้อหาข่าวที่รู้กันอย่างแพร่หลาย

"แต่ถ้าลึกลงไปในความหมายอีกขึ้น เนื้อเพลงมีความโน้มเอียงทางอุดมการณ์ที่แฝงฝั่งอยู่ ในแง่ความเป็นประชาธิปไตย เป็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้ เป็นการแสดงความเห็นอย่างเสรี แต่ที่น่ากลัวคือ จุดยืนไม่ว่าทางไหนก็ตาม มันจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือความสุดโต่งได้" รศ.ดร.อัศวิน กล่าวกับบีบีซีไทย และชี้ว่า เพลงประเทศกูมีคนหนักแผ่นดิน มีจุดมุ่งหมายต้องการสนับสนุนรัฐบาลปัจจุบันและ คสช.

"ถ้าเพลงนี้โน้มนำไปสู่ความรุนแรงของคนเห็นต่าง ก็เป็นประเด็นที่น่ากลัว... ในแง่ของการรับฟังหรือบริโภคเนื้อหาเหล่านี้ ถ้าหนักหน่วงถึงขั้นปลุกระดมมาทำร้ายฝ่ายเห็นต่าง ก็เป็นเรื่องที่สังคมต้องตระหนัก"

ยุคสมัยใหม่ของการกล่อมเกลาจากรัฐ

หากพิจารณาในแง่ของการใช้สื่อเพื่อกล่อมเกลาสังคม รศ. ดร. อัศวิน อธิบายกับบีบีซีไทยว่า เพลงปลุกใจในอดีตมักจะเกิดกับกลไกหรือหน่วยงานรัฐที่ผลิตขึ้นมา โดยใช้ช่องทางสื่อสารมวลชนที่ควบคุมโดยรัฐ แต่ในปัจจุบันเมื่อพื้นที่การสื่อสารเปลี่ยนไปก็ทำให้วิธีการเปลี่ยนตามด้วย

"ไม่ได้ผลแล้วล่ะ เราจึงเห็นการปล่อยเพลงออกมาทางออนไลน์ หรือไม่ก็ยูทิวบ์ ซึ่งก็พยายามไม่ปรากฏว่าหน่วยงานใดเป็นคนผลิต" รศ. ดร. อัศวิน กล่าวกับบีบีซีไทย ถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นในยุคสื่อใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม