เลือกตั้ง 2562 : รวมสารพันปัญหา สะท้อนประสิทธิภาพของ กกต. ก่อน 24 มี.ค.

  • 11 มีนาคม 2019
นายณัฏฐ์ อธิบายสื่อ Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายณัฏฐ์ ระบุว่าข้อมูลของผู้สมัครมีหลายช่องทาง เช่น แอพพลิเคชั่นสมาร์ทโหวตที่ถือว่าเป็นช่องทางที่ดีที่สุดและมีข้อมูลครบถ้วน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกวิจารณ์มากมายในโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังใช้ลังกระดาษแทนแผ่นโลหะกั้นคูหาเลือกตั้ง และแถวยาวเหยียดของผู้มาใช้สิทธิ ในมาเลเซีย

ความพร้อมของ กกต. ถูกท้าทายอีกครั้งว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่ถูกคณะรัฐประหารเลื่อนมาแล้ว 5 ครั้ง ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ได้อย่างราบรื่นหรือไม่ การเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะถึงในวันที่ 17 มี.ค. นี้ จะมีความพร้อมเพียงไร แม้ กกต. ออกมายืนยันวันนี้ (11 มี.ค.) ว่า "ไร้ปัญหา"

บีบีซีไทยประมวลปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในรอบ 45 วัน ที่ผ่านมา และเป้าหมายใหญ่ที่ กกต. ต้องไปให้ถึงในอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์

1) คูหาเลือกตั้งจากลังกระดาษในมาเลเซีย

การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงในสังคมและในสื่อสังคมออน์ไลน์จนทำให้ในวันนี้ #เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ติด 1 ใน 5 แฮชแทกทวิตเตอร์เทรนด์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ปัญหาที่เกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย คือ คนไทยจำนวนมากเข้าแถวรอลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หลายรายต้องรอใช้สิทธิเป็นเวลาหลายชั่วโมง ภาพเหล่านี้ถูกแชร์อย่างแพร่หลายทางโซเชียลมีเดีย

แม้ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในมาเลเซียแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเพิ่มคูหาที่ 4 เพราะมีคนรอลงคะแนนเป็นจำนวนมาก แต่การแก้ปัญหานี้กลับกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอีกถึงความเหมาะสมหลังจากสถานทูตนำลังกระดาษมาทำเป็นคูหาแทน

ด้าน กกต. โดย นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ ชี้แจงว่าลังกระดาษเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเนื่องจากคูหาในสถานทูต มีเพียง 3 คูหา ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิจำนวนมาก อีกทั้ง กกต.ต้องจัดหน่วยออกเสียงเลือกตั้งเคลื่อนที่ด้วย จึงมีคูหาในสถานทูตน้อย แต่ นายณัฏฐ์ ยืนยันว่า การใช้ลังกระดาษมาทำคูหาก็ไม่ได้ขัดต่อระเบียบกฎหมาย เพราะยังเป็นการออกเสียงเลือกตั้งที่ตรงและลับอยู่

Image copyright เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์
10 อันดับประเทศที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมากที่สุด
อันดับ ประเทศ จำนวน (คน)
1. ออสเตรเลีย 16,183
2. สหรัฐอเมริกา 15,010
3. จีน 10,996
4. สหราชอาณาจักร 7,926
5. ญีปุ่น 7,758
6. เยอรมนี 5,748
7. มาเลเซีย 5,183
8. สิงคโปร์ 4,918
9. เกาหลีใต้ 2,960
10. ฝรั่งเศส 2,614

จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า มาเลเซียและสิงคโปร์มีจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิจำนวนใกล้เคียงกัน แต่การจัดการโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยในสิงคโปร์ เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับเสียงชื่นชมโดยคนไทยที่ไปใช้สิทธิ

ส่วนปัญหาในจีนที่นักศึกษาไทยที่เมืองหนานจิงใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลว่า การส่งบัตรเลือกตั้งผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ มีปัญหา นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบดีกรมสารนิเทศ ชี้แจงว่า ได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ยืนยันว่า ไม่มีบัตรเลือกตั้งสูญหาย และประธานนักศึกษาไทยที่เมืองหนานจิงได้แจ้งให้สถานกงสุลใหญ่ ทราบด้วยว่า นักศึกษาคนดังกล่าวได้รับบัตรเลือกตั้งที่ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ส่งไปทางไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว โดยสถานกงสุลใหญ่ได้ส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 581 รายแล้ว แต่มี 5 รายที่ยังติดต่อไม่ได้เนื่องจาก ที่อยู่ที่ให้ไว้ไม่ชัดเจน อีกทั้งยังมีระบบและขั้นตอนการจัดส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ที่รัดกุมและตรวจสอบได้

2. เอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส. ผิดพลาดคลาดเคลื่อน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายราย เช่น ผู้ที่ใช้ชื่อว่า Rattana Karniol ระบุว่า เอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จ. กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 16 ที่ส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ของแคนาดา ระบุว่า ได้เอกสารต้องอ่านอย่างละเอียด เพราะมีหน้าหนึ่งที่ ชื่อผู้สมัครและพรรคอยู่คนละหน้า

ส่วนเพจ CSI LA วิพากษ์วิจารณ์การจัดพิมพ์เอกสารสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้ออกเสียงว่า มีความผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ และที่นครซิดนีย์ ของออสเตรเลียอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานความผิดพลาดของการพิมพ์เอกสารนี้ด้วยที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เขตบางกะปิ ออกมาเรียกร้อง กกต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ ต่อกรณีความไม่เรียบร้อยของเอกสาร ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน โดยเขาระบุว่า มีการจัดหน้ากระดาษที่บกพร่อง ไม่ชัดเจน และไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย (ชื่อผู้สมัครกับพรรคของบางคนถูกแยกอยู่คนละหน้า ตามรูปประกอบ) อาจส่งผลให้เกิดความสับสนต่อผู้ที่มาใช้สิทธิ์ใช้เสียง เช่น "เชียร์พรรคนี้ แต่กาผิดเบอร์"

"ความผิดพลาดนี้ไม่ได้มีผลแค่ตัวผมเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อผู้สมัครในพรรคการเมืองอื่น ๆ ด้วย" เขาโพสต์ไว้บนเฟซบุ๊กส่วนตัว

ต่อปัญหานี้ นายณัฏฐ์ไม่ได้ชี้แจงถึงสาเหตุของความผิดพลาด แต่บอกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถหาข้อมูลของผู้สมัครได้หลายช่องทางโดยเฉพาะแอปพลิเคชั่น สมาร์ทโหวต ที่ถือว่าเป็นช่องทางที่ดีที่สุดและมีข้อมูลครบถ้วน แต่ปัจจุบันมีผู้โหลดใช้เพียง 1 แสนบัญชีจากยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 50 ล้านคน

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายนิพัทธ์พนธ์ สุวรรณชนะ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย เขต 16 คลองสามวา กรุงเทพมหานคร เข้ามายื่นเอกสารหลังฐานต่อ กกต. วันนี้ (11 มี.ค.) เป็นใบลงบันทึกประจำวันที่ สน.นิมิตรใหม่ และเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.ในเขต 16 ที่ระบุชื่อพรรคของตัวเองผิด เป็นชื่อพรรคพลังธรรมใหม่

ส่วนกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ออกมาถามหาความรับผิดของจาก กกต.ในเรื่องนี้ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครรายใด นั้นไม่ได้ยึดเฉพาะหนังสือแนะนำตัวเท่านั้น

3. ปัญหาการลงทะเบียนล่วงหน้าล่ม-ล่าช้า

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักผ่านสื่อมวลชน ในประเด็นการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร เนื่องจากระบบมีความล่าช้า และทำให้ผู้ลงทะเบียนบางรายไม่สามารถลงทะเบียนได้

กกต. ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า พบว่ามีคนสนใจเข้ามาลงทะเบียนแล้วกว่า 1 พันคน และมีผู้เข้ามาศึกษาทำให้ระบบรวน มีการเร่งแก้ไขไปแล้ว และมีเพียงการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร แต่เรื่องดังกล่าวก็กลายเป็นกระแสในโลกสื่อสังคมออนไลน์จนทำให้ #เลือกตั้งล่วงหน้า ติดอันดับ 5 ใน 10 แฮชแท็กยอดนิยมในเวลานั้น

4. ประชาสัมพันธ์อ่อนไป ?

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกกับบีบีซีไทยว่า อยากให้ กกต. เก็บเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียนสำหรับการประชาสัมพันธ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากประชาสัมพันธ์หรือการใช้สื่อแบบเดิม ๆ อาจจะไม่เพียงต่อการสร้างความเข้าใจของประชาชนได้ ในยุคที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนไป ไม่ใช่การเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ กกต. ใช้สื่อเดิม ๆ ผ่านการแถลงข่าวคงไม่พอ คงต้องเน้นการสื่อสารแบบสองทางผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น

"ที่ผ่านมา กกต. อาจจะเน้นการรณรงณ์ให้คนไปใช้สิทธิ แต่ไม่ได้เน้นเรื่องขั้นตอนการใช้สิทธิมากนัก ทั้ง ๆ ที่การเลือกตั้งครั้งนี้มีความซับซ้อน ในขณะที่ประชาชนในหลายกลุ่มที่อยู่ในแพลตฟอร์มสื่ออื่น ๆ ดังนั้นต้องมีการสื่อสารให้มากขึ้นและใช้สื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น" นักวิชาการรายนี้กล่าว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เผยแพร่การจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เบื้องต้นดังนี้

  • จัดทำคูหาลงคะแนน สำหรับใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 18 ล้านบาท
  • ผลิตแผ่นพับให้ความรู้การเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 4 แสนแผ่น และผลิตแผ่นปลิวความรู้การเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 4 แสนแผ่น 3.2 ล้านบาท
  • ผลิตสื่อสัญลักษณ์ลูกเสืออาสา กกต. จำนวน 2 รายการ 2.163 ล้านบาท
  • ผลิตคู่มือประชาชนรณรงค์เผยแพร่ความรู้การเลือกตั้ง ส.ส. (เพิ่มเติม) จำนวน 200,000 เล่ม 800,000 บาท
  • ผลิตคู่มือปฏิบัติงาน สำหรับใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป มูลค่า 655,000 บาท
  • สื่อหนังสือพิมพ์เพื่อการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ส. มูลค่า 6 ล้านบาท
  • ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 5 ล้าน
  • พิมพ์ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ 2561 มูลค่า 12 ล้านบาท
  • ผลิตสื่อให้ความรู้การดำเนินการได้มาซึ่ง ส.ว. จำนวน 4 รายการ ด้วยงบประมาณ 3.1 ล้านบาท
  • ซื้อรถประจำตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 1 คัน กรรมการการเลือกตั้ง 4 คัน และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง 1 คัน มูลค่า 22.16 ล้านบาท

ในขณะที่ระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 10 มี.ค. กกต.ได้เดินทางไปดูการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรโดยใช้งบประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิด กกต. 6 คนที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยระบุว่า อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.21 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้ต้องทุ่มเทการทำงานให้เต็มเวลา และอาจเข้าข่ายเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมหลายข้อ อาทิ ข้อ 7 ข้อ 11 และข้อ 17 ของมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ.2561

มาทำความรู้จักนโยบาย 9 พรรคการเมืองหลัก

คำขวัญหาเสียง

- ก้าวข้ามความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศไทย
- หันหน้าเข้าหากัน สร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย
- ชาติของประชาชนบนฐานสังคมพหุวัฒนธรรม
- แก้จน สร้างคน สร้างชาติ - ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต
- โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง
- เพื่อไทย หัวใจคือประชาชน
- ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน
- ปฏิรูปประเทศทุกระบบ
- คนไทยเท่าเทียม ไทยเท่าทันโลก

การศึกษา

- เตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัย - ให้ลูกหลานเกษตรกรเรียนฟรีถึงปริญญาตรี
- ยังไม่มีการนำเสนอที่ชัดเจน
- ปฏิรูปให้เหมาะกับพื้นที่ - ยกเลิกค่าปรับและดอกเบี้ยกองทุนกู้ยืม
- เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินแสน-เบี้ยเด็กเข้มแข็ง - เด็กแรกเกิด 5,000 บาท และ 0-8 ปี 1,000 บาท/เดือน - อาหารเช้า-กลางวันฟรี มีคุณภาพ - ชั้นอนุบาล-ม. 3 เรียนฟรีถึง ปวช.
- ยังไม่มีการนำเสนอที่ชัดเจน แต่ระบุเพียงว่า การศึกษาประชารัฐ 4.0
- ยกการพัฒนาคนเป็นวาระแห่งชาติ - กระจายอำนาจการศึกษา - ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง
- เรียนฟรีออนไลน์ ตลอดชีวิต - ผ่อนคืนเงินต้นโครงการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา 10 ปี ไม่มีดอกเบี้ย ยกเลิกค่าปรับ ปลดภาระผู้ค้ำประกันและพักหนี้ 5 ปี
- ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ
- เรียนฟรี เงินเลี้ยงดูบุตร (0-6 ปี) 1,200 บาท/เดือน - เงินค่าครองชีพเยาวชน (18-22 ปี) 2,000 บาท/เดือน - ยกระดับห้องเรียน-ห้องสมุด สร้างศูนย์เลี้ยงเด็กและสถาบันฝึกอาชีวะ

สาธารณสุข/สวัสดิการ

- สร้างศูนย์สุขภาพชุมชนเขตเมือง - ขยายอายุเกษียณราชการถึง 65 ปี - แก้ กม.ให้คนเพศเดียวกันสมรสได้
- ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการ - สร้างความเท่าเทียมทางเพศ - ผลักดันกฎหมายสิทธิผู้หญิง
- ทำชนบทให้มั่งคั่ง - ป้องกันนายทุนแย่งอาชีพคนจน
- เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท/เดือน - เบี้ยผู้ยากไร้ 800 บาท/เดือน
- สานต่อนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของ คสช.
- กองทุนหมู่บ้าน - บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค
- ใช้อาสาสมัครสาธารณสุขเป็นกลไกหลักการทำงานด้านสาธารณสุข - กัญชาเสรี เพื่อแพทย์ทางเลือก
- เน้นการป้องกันโรค
- เบี้ยเลี้ยงคนชรา 1,800 บาท/เดือน - งบอุดหนุนรายหัวบัตรทอง 4,000 บาท/คน/ปี - พ่อ-แม่ ลาคลอดได้ 180 วัน

เศรษฐกิจ

- พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทำให้เกษตรกรมีกำไร 5,000 บาท/ไร่ - ปลดหนี้ผู้ร่วมโครงการส่งเสริมของรัฐ
- พัฒนาเศรษฐกิจ - พัฒนาเมืองโคราชให้เป็นประตูอีสานสู่อินโดจีน
- ขจัดการผู้ขาดของนายทุน - ส่งเสริมเศรษฐกิจแบบคุณธรรมเศรษฐกิจปลอดดอกเบี้ย - ผลักดันระบบรัฐสวัสดิการลดความเหลื่อมล้ำ - เงินให้ผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน - ผลักดันให้ประเทศไทยกำหนดราคาสินค้าการเกษตร
- โฉนดสีฟ้า - กองทุนน้ำชุมชน - ประกันรายได้เกษตรกร เช่น ข้าวเกวียนละ 1 หมื่นบาท ยางพารา 60 บาท/กก. - ประกันรายได้แรงงาน 1.2 แสนบาท/ปี
- สานต่อนโยบายประชารัฐของ คสช. - ส่งเสริมการทำเกษตรแบบพันธสัญญา
- พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก - ป้องกันการผูกขาดของผู้ประกอบการรายใหญ่
- ใช้ระบบแบ่งปันผลประโยชน์แก้ปัญหาราคาพืชผล - ส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน
- เเก้ปัญหาราคายางและผลผลิตทางการเกษตร - ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา
- ปฏิรูประบบภาษี ด้วยการลดสิทธิประโยชน์บีโอไอ 3 หมื่นล้านบาท - เลิกสิทธิลดหย่อนภาษีคนรวย 5.8 หมื่นล้านบาท - ขึ้นอัตราภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง 4 หมื่นล้านบาท - ออกหวยบนดิน 4.2 หมื่นล้านบาท

การเมือง

- เพิ่มงบลงทุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งละ 10 ล้านบาท
- ทำตามเจตนารมณ์ รธน. 2560 และทำตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ
- สร้างสังคมพหุวัฒนธรรม - คุ้มครองสิทธิมนุษยชน
- ลดอำนาจรัฐ - แก้แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี - แก้รัฐธรรมนูญที่ไม่สอดคล้องหลักประชาธิปไตย
- พร้อมเป็นพันธมิตรทุกฝ่าย - ปฏิรูปประเทศต่อเนื่อง
- แก้ รธน.– กม.ลูก - ปฏิรูปการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น
- ไม่ขัดแย้งฝ่ายใด
- ปฏิรูปประเทศ การเมือง ตำรวจ และปราบคอร์รัปชั่น
- แก้ รธน. ทั้งฉบับ ล้มล้างผลพวง คสช.

ความมั่นคง

- ยังไม่มีการนำเสนอที่ชัดเจน
- เน้นความมั่นคงแบบสันติวิธี ความมั่นคงไม่ใช่การสะสมอาวุธ ความมั่นคงคือความสามัคคี - สนับสนุนระบบกองหนุนแบบประเทศอิสราเอล - สร้างความมั่นคงด้านความรู้ ด้วยการทำโรงเรียนสองภาษามากขึ้น - เพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างมหาสมุทรในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
- แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ - ตัดค่าคอมมิชชั่นโครงการซื้ออาวุธ
- “นโยบาย 5 รั้ว” ป้องกัน สกัดกั้นยาเสพติด
- ไม่มีนโยบายที่กระทบต่อกองทัพ
- ปฏิรูปกองทัพ - ป้องกันทหารแทรกแซงการเมือง - ยกเลิกเกณฑ์ทหาร
- แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โดยใช้แนวคิดเปลี่ยนเสียงระเบิดเป็นเครื่องจักร
- ปกป้องและเทิดทูนสถาบัน
- แก้ กม.ความมั่นคง - ปฏิรูปกองทัพด้วยการลดนายพลให้เหลือ 400 นาย - ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม