เลือกตั้ง 2562 : “นายกฯ โคราช” ในสมรภูมิชี้ขาดรัฐบาล

  • 13 มีนาคม 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สนามโคราชในสมรภูมิชี้ขาดตั้งรัฐบาล

พื้นที่กว่า 20,493 ตร.กม. ของ จ. นครราชสีมา คลาคล่ำไปด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 475 คน จาก 54 พรรคการเมือง ที่ปวารณาตนเป็น "ลูกหลานย่าโม" รวมถึงคนต่างถิ่นอีกนับพันชีวิตที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปช่วยรณรงค์หาเสียงให้เพื่อนร่วมพรรคตลอดเวลา 49 วันนับจากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. (23 ม.ค.-13 มี.ค.)

จากเหนือสุดของจังหวัดที่อ. แก้งสนามนาง ไปใต้สุดที่ อ. ครบุรี ล้วนมีรอยเท้าผู้สมัครและผู้ช่วยหาเสียงย่ำผ่าน มีรอยล้อรถแห่หาเสียง มีเพลงเชียร์ประจำพรรคดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมวลีตบท้ายด้วยน้ำเสียงขึงขัง "เบอร์... เบอร์... เบอร์..." เรียกความสนใจ-สร้างความจดจำของผู้คน ยังไม่นับเวทีปราศรัยน้อยใหญ่ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดทั้งเวทีปิด-เปิด

แม้ตัวผู้สมัคร ส.ส. ต้องตะลอนไปทั่ว แต่แผ่นป้ายหาเสียงของพวกเขายังปักหลักอยู่ริมถนนทั้งสายหลัก-สายรอง หวังจับจองคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2.08 ล้านคน

บีบีซีไทยลงพื้นที่ จ. นครราชสีมา ซึ่งเป็นสมรภูมิใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ เพื่อสังเกตการณ์กิจกรรมรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในช่วงโคงสุดท้าย และสนทนากับบรรดา "ผู้เล่น" และ "ผู้เลือก"

พท. งัดคำขวัญเก่า "น้าชาติ" มาหาเสียงโดยไม่รู้ตัว

รถโฟร์วีลสีดำที่พา ประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมช. คมนาคม ในฐานะผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา เขต 3 พรรคเพื่อไทย (พท.) ไปพบปะประชาชน จอดเทียบหน้าสำนักงานพรรคเพื่อไทย อ. สีคิ้ว ในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตรงศีรษะ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

พรรคต้นสังกัดกำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส. โคราช เดิน "เคาะประตูบ้าน" ประชาชนให้ได้วันละ 10 หมู่บ้าน แต่ในช่วงเที่ยงมักเป็น "ช่วงเวลายกเว้น"

ท้ายรถทีมงาน ประเสริฐ มีแผ่นป้ายหาเสียงที่ใช้ข้อความว่า "เศรษฐกิจแย่ คนแก้ต้องเพื่อไทย" ซึ่งเขาบอกกับบีบีซีไทยว่าจงใจตอกย้ำความสำเร็จในเชิงนโยบายตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย มาพรรคพลังประชาชน และ พท. ที่ "คิดได้ ทำได้ ทำให้คนไทยหายจน" สะท้อนผ่านนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน, พักชำระหนี้เกษตรกร ฯลฯ ต่างจากสภาพการณ์ปัจจุบันที่คนไทย "กระเป๋าแฟบ" ไปตาม ๆ กัน

ไม่ว่าบังเอิญหรือจงใจ ข้อความหาเสียงของ พท. มีเนื้อหาพ้องกับคำขวัญประจำตัวของ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) คนแรกที่ว่า "เศรษฐกิจแย่ คนแก้ต้องน้าชาติ"

ประเสริฐ ยอมรับว่าไม่เคยรู้มาก่อน แต่ถึงกระนั้นเขาเห็นว่าม็อตโต้ "น้าชาติ" เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว 30 ปี และเชื่อว่าคำขวัญของ พท. ติดหูประชาชนไปแล้ว

ใช้ยุทธ์วิธี "ปราศรัยสู้ปาเงิน" แต่ไร้นโยบายบรรทัดเดียว

ตลอดเวลา 18 ปีนับจาก "พรรคทักษิณ" ลงสู่สนามเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ประเสริฐ เผยว่าไม่เคยตั้งเวทีปราศรัยมากและถี่ขนาดนี้มาก่อน โดยพรรคกำหนดให้ผู้สมัครเปิดปราศรัยย่อยให้ครบทุกตำบล ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย หรือ 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา ส่วนใหญ่เปิดปราศรัยไปได้เพียงร้อยละ 70 ของตำบลในเขตเลือกตั้งของตน จึงต้องเร่ง-ลุยให้ครบทุกตำบลซึ่งมีราว 20-30 ตำบล/เขตเลือกตั้ง

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ท่ามกลาง "กระแสติดลบ" จาก "ปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ" ที่นำไปสู่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พันธมิตรใกล้ชิดของ พท. และ "กระสุนสุดฝืดเคือง" ว่ากันว่าฝ่ายนโยบายของ พท. สั่งการให้ผู้สมัคร ส.ส. ใช้ยุทธวิธี "ปราศรัยสู้ปาเงิน"

"เพื่อไทยเราไม่ใช้เงินนำ เมื่อต้องขายนโยบายจึงต้องใช้เวทีปราศรัยนำนโยบายไปอธิบายกับประชาชน... เพราะอาวุธที่เรามีคือนโยบาย จึงเกิดวลีนี้ขึ้นมา 'ปราศรัยสู้ปาเงิน' ใครจะชนะ" ประเสริฐ กล่าวกับบีบีซีไทย

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า พท. ประสบปัญหาขาด "ดาวปราศรัย" เพราะภายใต้ยุทธศาสตร์ "แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย" ทำให้ดาวไฮด์ปาร์กบางส่วนย้ายไปสังกัด ทษช. และพรรคเพื่อชาติ (พพช.)

อีกปัญหาคือการไม่มีคำขวัญรณรงค์ในเชิงนโยบายออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ลงรอย-ไร้ทิศทางของบุคคล "ระดับนำ" จึงไม่ปรากฏ "นโยบายบรรทัดเดียว" แบบการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ

แคนดิเดตนายกฯ 3 พรรค จุดกระแส "นายกฯ โคราช"

ในช่วงโค้งสุดท้ายของ พท. จึงเน้นขาย "นโยบายเดิม" ควบคู่กับ "แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชี" ภายใต้คำขวัญอย่างไม่เป็นทางการว่า "เลือกเพื่อไทยยกจังหวัดได้สุดารัตน์เป็นนายกฯ" ซึ่งแกนนำโคราชเฉลยที่มาว่าเกิดขึ้นหลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาพบปะชาวโคราช และเริ่มมีเสียงชาวบ้านพูดปากต่อปากว่าอยากได้นายกฯ ที่เป็นชาวโคราช แกนนำโคราชจึงเสนอให้ชูคุณหญิงขึ้นมา เพราะเกิดที่โคราช มีบิดาเป็นอดีต ส.ส. โคราช แม้ พท. จะมีแคนดิเดตนายกฯ เต็มบัญชี 3 คนก็ตาม

Image copyright กองงานโฆษก พรรคเพื่อไทย
คำบรรยายภาพ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เคยหาเสียงที่โคราช ย้ำว่าจะทำให้คนไทย "กระเป๋าตุง" ภายใน 6 เดือน หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ก่อนมาเปิดแคมเปญนี้เมื่อต้น มี.ค.

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ พท. เพียงพรรคเดียวที่พยายามยึดโยงฐานมวลชน-ตอกย้ำภาพ "ลูกย่าโม" แต่พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ที่ชู สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นนายกฯ ในบัญชี ก็ประกาศเป็น "พรรคชาวโคราช" และหัวหน้าพรรคทุกคนล้วนเคยเป็น ส.ส. โคราช

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ถูก "ดูด" อดีต ส.ส. โคราช ไปจากอ้อมอก ก็ยังมิวายหาจุดเชื่อมโยงโดยบอกว่า อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค มีบ้านพักอยู่ปากช่อง

ทว่าคู่ต่อกรหลักของ "แคนดิเดตนายกฯ เจ๊" หนีไม่พ้น "นายกฯ ลุง" ผู้อยู่ในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเกิดที่โคราชเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น ประเสริฐ เห็นต่างและไม่คิดว่าคนโคราชแท้ ๆ คุ้นว่านายกฯ เป็นคนโคราชจริง "ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นลูกหลานโคราช ลูกหลานย่าโม แต่ พล.อ. ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ผมไม่แน่ใจนะ" เขากล่าวพลางหัวเราะเล็ก ๆ

พปชร. บอก เรตติ้ง ประยุทธ์ "สูงกว่า" คู่แข่งนายกฯ ทุกคน

วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานผู้สมัคร ส.ส. อีสาน และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พปชร. กล่าวกับบีบีซีไทยว่าความนิยมในตัว พล.อ. ประยุทธ์ ในหมู่ชาวโคราชอยู่ในระดับ "สูงกว่าทุกคน" เพราะในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้นำความเจริญมาสู่โคราชมากกว่านายกฯ ทุกคน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้ไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ของ พปชร. เมื่อ 10 มี.ค. แต่ได้ฝากกลอนให้แกนนำพรรคอ่านให้ชาวโคราชฟัง มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า "อย่ายอมให้คนพาลมาผลาญชาติ" ซึ่งถูกอธิบายว่าหมายถึง "คนจากแดนไกล"

"เวลาผ่านมามันพิสูจน์ชัดว่าเคยทำอะไรให้ชาวโคราชบ้าง และที่บอกว่าเศรษฐกิจแย่ ก็เพราะพวกคุณเดินขบวนสีเสื้อกันไง ผมเชื่อว่าตอนนี้ประชาชนตาสว่างหมดแล้ว" วิรัช ตอบโต้คำขวัญ "เอา 'ลุง' คืนไป เอาเงินในกระเป๋าเงินคืนมา" ของ พท. และชี้ว่าเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง

หากไม่มีคน "จ้องตาเป็นมัน-เตรียมจับขึ้นเขียง-ตั้งแท่นรอฟ้อง" พล.อ. ประยุทธ์ "บ้านรัตนเศรษฐ" ที่ตั้งอยู่ใน ต. สุรนารี อ.เมืองโคราช คงมีโอกาสได้ต้อนรับ "นายกฯ คนที่ 29" ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยของ พปชร. ที่ตลาดนัดเซฟวัน เมื่อเย็นวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา

ด้วยระยะห่างเพียง 5.4 ก.ม. จากบ้านถึงเวทีปราศรัยใหญ่ ทำให้บ้านของ วิรัช ถูกใช้เป็น "ศูนย์บัญชาการย่อย" ในการจัดการมวลชนราว 2 หมื่นคนให้ไปชุมนุมอยู่หน้าเวทีในวันดังกล่าว มีอาหารและเครื่องดื่มรองรับบรรดาแกนนำ-แกนตามที่มาซักซ้อมคิว ขณะเดียวกันเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของเขายังดังขึ้นเป็นระยะ ๆ คนปลายสายได้บงการ-สั่งการสารพัดเรื่อง ตั้งแต่การจัดรถ เก้าอี้ เสื่อรองรับประชาชน ยันพื้นที่รองรับวีไอพี

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ในรั้วบ้านรัตนเศรษฐ มีผู้สมัคร ส.ส. พปชร. ถึง 6 คน แบ่งเขต 3 คน และ บัญชีรายชื่อ 3 คน หลัง วิรัช ยกตระกูลออกจากพรรคเพื่อไทยมาสังกัดพรรคการเมืองใหม่

งัด "บัตรประยุทธ์" เตือนประชาชน "วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก"

วิรัช บอกว่า ในช่วงโค้งแรกและโค้งกลาง พปชร. เน้น "ปราศรัยหนัก" เพราะตระหนักดีกว่าเป็นพรรคเกิดใหม่ สิ่งที่พวกเขาจงใจตอกย้ำคืออานิสงส์ที่ประชาชนได้รับจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ วิรัช เผยชื่อเล่นว่า "บัตรประยุทธ์"

"วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก วันไหนสำนึกแล้วเธอจะเสียใจ..." วิรัช ฮัมเพลง "ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก" ซึ่งเขามักหยิบยกขึ้นมาร้องเปิดการปราศรัยในหลายโอกาส ก่อนอรรถาธิบายว่าประชาชนได้ใช้งานตั้งแต่ตื่นนอน เข้าห้องน้ำ เข้าห้องครัว ออกไปทำงาน

ส่วนคำถามสำคัญที่ผู้สมัคร ส.ส. พปชร. ต้องซ้อมตอบตามแนวทางของพรรค ก่อนลงพื้นที่คือ

  • พรรคนี้พรรคทหารหรือเปล่า เป็นเผด็จการไหม >> (ตอบ) ทั้งผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส. ไม่มีทหารเลย
  • พรรคนี้สืบทอดอำนาจไหม >> (ตอบ) ไม่ได้สืบทอดอำนาจ แต่สืบทอดนโยบาย-สืบทอดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง-สืบทอดเจตนารมณ์

เทียบกิจกรรมหาเสียงโค้งแรก-โค้งกลาง ในเมืองย่าโม

พรรค กิจกรรม จำนวนประชาชนร่วมกิจกรรม
ปราศรัยใหญ่ระดับอำเภอรวมกัน (มีทั้งหมด 32 อำเภอ)
พท. ปราศรัย 6 เวที 2,000-3,000 คน
พปชร. ปราศรัย 5 เวที 15,000-25,000 คน
ชพน. ปราศรัย 15 เวที 3,000-12,000 คน
ปราศรัยย่อยระดับตำบล/เทศบาล (มีทั้งหมด 289 ตำบล)
พท. ปราศรัย 500-1,000 คน
พปชร. ปราศรัย 500-1,000 คน
ชพน. ปราศรัย 800-1,000 คน
ปราศรัยเปิด/ปราศรัยย่อยด้วยรถขยายเสียงระดับหมู่บ้าน (มีทั้งหมด 3,743 หมู่บ้าน)
พท. ปราศรัย ต่ำกว่า 100 คน
พปชร. ปราศรัย ต่ำกว่า 100 คน
ชพน. ปราศรัย ต่ำกว่า 100 คน

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำให้สัมภาษณ์ของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง, วิรัช รัตนเศรษฐ, เทวัญ ลิปตพัลลภ

4 พรรคชิงเก้าอี้ ส.ส. โคราช แข่งดุอัตรา 1:34

แม้มีผู้สมัครจาก 54 พรรคการเมือง แต่นักวิชาการและผู้สังเกตการณ์การเมืองระบุตรงกันว่าสมรภูมิโคราชที่มี ส.ส. 14 คน เป็นพื้นที่ช่วงชิงเข้มข้นของ 4 พรรคการเมืองคือ พท., พปชร., ชพน. และ ภท. ทว่าด้วยจำนวนผู้สมัคร 475 คน ทำให้สัดส่วนการแข่งขันอยู่ที่อัตราเฉลี่ย 1:34 (เขตเลือกตั้ง:ผู้สมัคร)

Image copyright กองโฆษก พรรคชาติพัฒนา
คำบรรยายภาพ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ชูม็อตโต้ "โน พร็อบเบลม" ซึ่งเป็นคำพูดติดปาก พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ มาเป็นคำขวัญหาเสียงของพรรคชาติพัฒนา

ผู้สังเกตการณ์การเมืองประเมินว่า ชพน. ยังมีอิทธิพลสูงใน 3 เขตเมืองและรอยต่อ แต่ต้องรับ "ศึกหนัก" จาก "คะแนนเสียงที่เบี่ยงเบนไป" ใน อ. เมือง สถานที่ตั้งของค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งมีกำลังพลราว 20,000 นาย ขณะเดียวกันต้องเกิดศึก "ช้างชนช้าง" ในเขต 3 เมื่อ "2 ประเสริฐ" ลงวัดกันคือ ประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส. เขต 14 พท. ที่ย้ายเขตมาชิงเก้าอี้ กับ ประเสริฐ บุญชัยสุข อดีต ส.ส. เขต 3 ตามการลากเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ทั้งคู่มีคะแนนเสียงในการเลือกตั้งปี 2554 ทะลุ 50,000 แต้ม

นอกจากนี้ พท. ยังหวังได้ในเขต 5 และ 12 ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม

ขณะที่ พปชร. ก็มีโอกาสเก็บคะแนนเสียงเดิมของอดีต ส.ส. ที่ย้ายพรรคไปเช่นกัน ทั้งเขต 4, 6, 7, 9, 11 ส่วนที่ต้องออกแรงหนักหน่อยคือเขต 10 ของ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เจ้าของฉายา "แรมโบ้อีสาน" เพราะเขตนี้ ภท. เอาจริง

คะแนนขั้นต่ำที่แกนนำโคราชอย่างน้อย 3 พรรคการเมืองประเมินว่า "ปลอดภัย" ในการได้เป็น ส.ส. เขตอยู่ที่ 35,000-40,000 เสียง และหวังเก็บคะแนนอย่างน้อย 15,000-20,000 เสียงเข้าสังกัดหากผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคต้องสอบตก เพื่อไปนับรวมเป็นคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ

"ทักษิณจำแลง" ขอ 5,000 แต้ม สร้างชื่อ

นอกจากพรรคหลัก ในสมรภูมิโคราชยังมีอีกสีสันที่ถูกโจษจันกันไปทั่วเมื่อผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคเพื่อชาติ (พพช.) 4 คนพร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อเป็น ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ หวังใช้ชื่ออดีตนายกฯ คนดังเป็นทางลัดให้ประชาชนจดจำ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ป้ายแนะนำตัวนี้จัดพิมพ์ทั้งสิ้น 20,000 แผ่น

"ผมทักษิณ มาแล้วครับ วันนี้มาถึงหน้าบ้านท่านแล้ว" ทักษิณ หรือชื่อเดิม สถิตคุณ เขื่อนโคกสูง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เริ่มต้นเข้าหาประชาชนด้วยประโยคนี้

ลานข้างบ้านเลขที่ 306 บ้านช่างยวน หมู่ 5 ต. ถนนโพธิ์ อ. โนนไทย ถูกใช้เป็นสถานที่เปิดปราศรัยย่อยแบบลูกทุ่ง ๆ มีประชาชนราว 40 คนร่วมรับฟัง

นอกจากชื่อที่เขาเชื่อว่า "เป็นมงคล" ถึงขั้นทำให้ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 2 ฉบับในวันรุ่งขึ้นหลังจากเปลี่ยนชื่อเมื่อ 31 ม.ค. อาวุธหลักที่ "ทักษิณจำแลง" ใช้หาเสียงมีเพียง "นามบัตร" และเอกสารแนะนำตัวขนาดเอ 3 ที่มีใบหน้า-ชื่อ-หมายเลขของเขา พิมพ์จำนวน 20,000 ใบเพื่อแจกจ่ายไปยังเจ้าบ้าน หวังให้นำไปติดตามฝาบ้าน ตู้เย็น ประตูห้องน้ำ ฯลฯ

"แกก็เห็นของฉันหมดล่ะหว่า ผมก็ว่าจะไปเห็นได้อย่างไร มันเป็นแค่รูป" ทักษิณ เล่าปนเสียงหัวเราะเมื่อถูกคุณยายคนหนึ่งแซวเข้าให้ หลังเขาเอ่ยคำขอให้ช่วยนำป้ายหาเสียงไปติดไว้ในห้องน้ำ

ชีวิตใหม่ในชื่อ ทักษิณ เรียกความสนใจจากผู้คนได้มากขึ้น มีคนทัก-ขอถ่ายรูปด้วย ส่วนจะแปรเป็นคะแนนเสียงในการเลือกตั้งได้จริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่ยังรอการพิสูจน์ เขาหวังสร้างชื่อด้วยการได้สัก 5,000 คะแนน ส่วนสิ่งที่เขาจะไม่ทำแน่ ๆ คือการเปลี่ยนชื่อเป็น ประยุทธ์ หากแม้นายพลรายนี้จะกลับมานั่งเก้าอี้นายกฯ อีกคำรบก็ตาม แต่ขอใช้ชื่อ ทักษิณ จนวันตาย

โค้งสุดท้ายเร่งตอกย้ำโลโก้พรรค

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง ทุกพรรคสั่งผู้สมัคร "ไปซ้ำ" ในพื้นที่เป้าหมาย ชพน. เน้นให้ประชาชนจดจำหมายเลขผู้สมัครให้ได้ ส่วน พท. และ พปชร. เร่งตอกย้ำให้ประชาชนจดจำโลโก้พรรค แต่ยุทธวิธีเหล่านี้อาจยังไปไม่ถึงหูถึงตาประชาชน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ป้ายแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 ถูกติดตั้งบริเวณศาลาบ้านฝ้าย ต. หนองกระทุ่ม อ. เมือง

บีบีซีไทยสุ่มสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวโคราชหลายหลายอาชีพ ทั้งเกษตรกร, พ่อค้าขายกาแฟ, แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง, คนขายล็อตเตอรี่, ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อม ฯลฯ

สมบูรณ์ ขาวหมื่นไวย์ เกษตรกรบ้านนาคม-ส้มป่อย ต. หนองกระทุ่ม อ. เมือง วัย 73 ปี ไม่สามารถจำชื่อพรรคการเมืองใดได้เลย เพราะไม่เคยได้ยินเสียงรถแห่หาเสียงของผู้สมัครรายใดเลย "สับสน ยังไม่รู้เลย พรรค.. มันนึกไม่ออก"

ทองแม้น เถื่อนหมื่นไวย์ ชาวบ้านบ้านฝ้าย ต. หนองกระทุ่ม อ. เมือง วัย 77 ปี บอกว่าชื่นชอบ พล.อ. ประยุทธ์ เพราะ "พูดจาฉะฉาน ชอบฟัง" และอยากให้กลับมาเป็นนายกฯ อีก แต่คุณยายรายนี้กลับบอกว่าจะไปกาหมายเลขผู้สมัครของ ชพน. ซึ่งเป็นอดีต ส.ส. เจ้าของพื้นที่เดิม

ผู้นำ-นโยบาย จุดชี้ขาดชัยชนะในโคราช

ท้ายที่สุดเมื่อให้ประเมินจุดชี้ขาดชัยชนะในสมรภูมิโคราชซึ่งถือเป็น "ประตูสู่ภาคอีสาน" ซึ่งมี ส.ส. รวมกัน 116 เขต และเชื่อกันว่า "อีสานคือสมรภูมิชี้ขาดในการจัดตั้งรัฐบาล" ภายหลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 แกนนำโคราช พปชร. และ พท. ระบุตรงกันว่าอยู่ที่ "นโยบาย" และ "ตัวผู้นำ"

"เราทำโพลภายใน สอบถามประชาชนว่าอยากเลือกใครเป็นนายกฯ คำตอบตรงกันคือ พล.อ. ประยุทธ์ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการสู้ระหว่างเลือกพรรคนี้ได้อะไร และเลือกใครเป็นนายกฯ" วิรัช กล่าว

วิรัช ยกตระกูล "รัตนเศรษฐ" ออกจาก พท. มาสังกัด พปชร. และยืนยันว่าได้ก้าวข้าม "กระแสทักษิณ" มานานแล้ว จึงวางเดิมพันไว้ว่า "ถ้าครั้งนี้ประชาชนยังยืนยันแบบเดิม ผมอาจเป็นคนส่วนน้อย ผมอาจอยู่ตรงนี้เป็นครั้งสุดท้าย"

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ภาพถ่ายคู่กันระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร กับ ประเสริฐ ถูกติดตั้งไว้ภายในสำนักงานพรรคเพื่อไทย อ. สีคิ้ว

ขณะที่สำนักงาน ส.ส. ของ ประเสริฐ แห่ง พท. ยังมีภาพถ่ายของเขาคู่กับ ทักษิณ ที่เมืองเสินเจิ้น ประเทศจีน เขาบอกว่าอดีตนายกฯ อยู่ "ในภาพและในใจ" เพราะกติกาใหม่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามายุ่งเกี่ยว

"ทุกวันนี้ชาวบ้านยังถามหา อยากให้นายกฯ ทักษิณกลับไทยมาบริหารประเทศ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญห้ามมายุ่ง และแนวทางพรรคเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องสนับสนุนนายกฯ คนโคราชคือคุณหญิงสุดารัตน์" ประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย

Image copyright กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่
คำบรรยายภาพ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. โคราช เมื่อ ก.พ.
Image copyright กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์
คำบรรยายภาพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าสักการะอนุสาวรีย์ย่าโม ก่อนลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ลูกพรรค เมื่อต้น มี.ค.

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม