เลือกตั้ง 2562 : กกต. พลาดอะไรไปบ้าง ก่อนงานช้าง 24 มี.ค.

  • 14 มีนาคม 2019
Thai election commission officials hold a ballot box as elephants demonstrate casting sample ballot Image copyright EPA

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกวิจารณ์การทำงานอีกครั้ง หลังจากข้อมูลของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อในหนังสือประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งและแอปพลิเคชัน Smart Vote ผิดพลาดไปจากความจริงหลายราย และบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศโดนตีกลับ

ภายในระยะเวลาสองสัปดาห์ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งครั้งสำคัญในวันที่ 24 มีนาคม นี้ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง กำลังถูกประชาชนบนโลกออนไลน์จับตามองเป็นพิเศษ รวมทั้งถูกตั้งคำถามและตำหนิความผิดพลาดหลายประการในการดำเนินงานจัดเลือกตั้งอีกด้วย บีบีซีไทยรวบรวมประเด็นซึ่งกำลังกลายเป็นที่ถกเถียงอย่างมากในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ขณะนี้

ข้อมูลคลาดเคลื่อน

เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้เริ่มเผยแพร่จุดผิดพลาดของข้อมูลผู้สมัคร ส.ส. ที่ปรากฎในเอกสารประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งของ กกต. ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงข้อมูลดังกล่าวในแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ "Smart Vote" ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน (14 มี.ค) บีบีซีไทยรวบรวมตัวอย่างบางส่วนจากทั้งหมดกว่า 20 ชิ้น ไว้ดังนี้

Image copyright CSI LA

นายองอาจ คำทอง ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 25 จากพรรคเพื่อชาติ ปรากฏชื่อบนแอปพลิเคชัน Smart Vote ผิดเป็นชื่อ นางสาวกิ่งดาว สุจริต แทน

Image copyright CSI LA

นายปรัชญา เพชรวิสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต จ.นครราชศรีมา จากพรรคอนาคตใหม่ ปรากฎข้อมูลอาชีพในเอกสารประชาสัมพันธ์ที่ กกต. จัดส่งให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งว่าเป็น ข้าราชการบำนาญ แต่ข้อมูลที่ถูกต้องในแอปพลิเคชันคือ ทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งนายปรัชญาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชนไว้ว่า กกต. ประจำจังหวัดโทรศัพท์มาแจ้งว่าได้แก้ข้อมูลให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และจะจัดส่งเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับใหม่ให้ชาวบ้านต่อไป

Image copyright CSI LA

นางสาวรัชนก ศรีทองแท้ ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต จ.กรุงเทพมหานคร ปรากฏข้อมูลในเอกสารประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งว่า การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีแต่กลับประกอบอาชีพทนายความ อย่างไรก็ตาม เมื่อบีบีซีไทยตรวจสอบในแอปพลิชั่น Smart Vote แล้วกลับพบว่า นางสาวรัชนก ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว

Image copyright CSI LA
คำบรรยายภาพ ข้อมูลของนางสาวรัชนกในแอปพลิเคชัน Smart Vote ระบุว่า ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดที่ทาง CSI LA รายงานบางชิ้นก็ผ่านการตรวจสอบจาก กกต. อย่างถูกต้องแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของนางสาวศิริพร เกิดสิน ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตจากพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ดูเหมือน กกต. จะนำรูปภาพผู้ชายคนหนึ่งมาใช้แทนนั้น แท้จริงแล้วกลับเป็นรูปถ่ายของนางสาวศิริพร ที่เพียงแค่ตัดผมสั้นและมีบุคลิกลักษณะคล้ายเพศชายเท่านั้น ตามคำยืนยันของเธอกับหนังสือพิมพ์มติชนเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา

Image copyright CSI LA

ก่อนหน้านี้ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. เคยให้สัมภาษณ์ว่า กล่าวยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการพิมพ์เอกสารกระดาษ และบอกให้ประชาชนเข้าใช้ แอปพลิเคชั่น สมาร์ทโหวต ถือเป็น "ช่องทางที่ดีที่สุดและมีข้อมูลครบถ้วน" แต่ปัจจุบันมีผู้โหลดใช้เพียง 1 แสนบัญชีจากยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 50 ล้านคน

บัตรเลือกตั้งโดนตีกลับ

ประชาชนชาวไทยที่อาศัยในสหรัฐอเมริกาหลายคนต่างก็ออกมาร้องเรียนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า บัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้กาบาทไปแล้ว และต้องใส่ซองจดหมายเพื่อนำส่งให้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก นำกลับมานับคะแนนยังประเทศไทยนั้น ถูกตีกลับสู่เจ้าของ เพราะซองจดหมายที่ทางกงสุลได้เตรียมไว้ระบุที่อยู่ไม่ชัดเจน อีกทั้งซองยังเป็นแนวตั้ง ซึ่งขัดกับระเบียบปฏิบัติของอเมริกาที่ซองจดหมายต้องเป็นแนวนอนเท่านั้น

ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 11 มี.ค. เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาให้ชาวไทยว่า สามารถนำซองจดหมายดังกล่าวมาส่งให้ที่สถานกงสุลโดยตรงภายในวันที่ 16 มี.ค. หรือนำบัตรเลือกตั้งไปบรรจุใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลใหม่แล้วส่งให้สถานกงสุลอีกครั้ง

คุ้มค่างบประมาณ ?

นอกจากประชาชนบนสื่อสังคมออนไลน์จะวิจารณ์การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ชุดปัจจุบันแล้ว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็ยังกังขากับการใช้งบประมาณในแผนการจัดซื้อประจำปี พ.ศ. 2562 ราว 55 ล้านบาท ที่ประกอบด้วยโครงการซื้อรถประจำตำแหน่ง 6 คัน ด้วยเงินประมาณ 22 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเงินราว 18 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อคูหาลงคะแนนเสียง หรืองบสำหรับผลิตสื่อเผยแพร่ความรู้การเลือกตั้งราว 9 ล้านบาท แม้ภายหลัง กกต. จะออกมาชี้แจงว่า เงินส่วนนั้นเป็นงบรายจ่ายประจำ ไม่กระทบกับงบประมาณการเลือกตั้งก็ตาม

ยิ่งกว่านั้น เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิด กกต. 6 คนที่เดินทางไปศึกษาดูงานการเลือกตั้งในต่างประเทศระหว่างวันที่ 27 ก.พ. - 10 มี.ค. ด้วยงบประมาณราว 12 ล้านบาท เนื่องจากอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.21 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้ต้องทุ่มเทการทำงานให้เต็มเวลา และอาจเข้าข่ายเป็นการทุจริตต่อหน้าที่

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ ทั้ง 7 คน ได้รับการแต่งตั้งจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง สนช. นั้นก็ถูกแต่งตั้งมาโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ถูกเสนอชื่อให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทยโดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั่นเอง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวเมื่อ 14 มี.ค. ถึงเรื่องความผิดพลาดของการลงข้อมูลผู้สมัครว่า ขอน้อมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในส่วนที่เป็นแอปสมาร์ทโหวต 6 ราย ส่วนที่เป็นเอกสารแนะนำตัว ได้ส่งไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม