ผลเลือกตั้ง 2562 : กกต. แถลงผลเลือกตั้ง 100% คะแนนมหาชนของ พปชร. พุ่งเป็น 8.4 ล้านเสียง

  • 28 มีนาคม 2019
การเปิดแถลงผลการเลือกตั้งของสำนักงาน กกต. ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดเดิมที่นัดหมายสื่อมวลชนไว้ในวันที่ 29 มี.ค. Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ การเปิดแถลงผลการเลือกตั้งของสำนักงาน กกต. ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดเดิมที่นัดหมายสื่อมวลชนไว้ในวันที่ 29 มี.ค.

สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตอย่างเป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์ พบว่าคะแนนเสียงมหาชน (ป๊อบปูลาร์โหวต) ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขยับไปอยู่ที่ 8.4 ล้านเสียง จากเดิมที่พรรคคาดเบื้องต้นว่าได้ 7.9 ล้านเสียง ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ไปกว่า 5 แสนเสียง

เวลา 14.45 น. นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. แถลงผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง กกต. ได้รับมาจาก กกต.จว. ทั้ง 77 จังหวัด โดยพบว่าพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. รวม 81 พรรค ได้รับคะแนนเสียงรวมกัน 35,532,647 คะแนน โดย พปชร. มีฐานคะแนนสูงสุด 8.43 ล้านเสียง ขณะที่ พท. ได้คะแนน 7.92 ล้านเสียง (ดูรายละเอียดในกราฟิก)

สำหรับคะแนนที่ กกต. เปิดเผยนี้มาจากผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งสิ้น 11,181 คน แต่ถูกตัดสิทธิลงสมัครไป 572 คน คงเหลือผู้สมัคร 10,609 คน

การเปิดแถลงผลการเลือกตั้งของสำนักงาน กกต. ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดเดิมที่นัดหมายสื่อมวลชนไว้ในวันที่ 29 มี.ค. และยังเป็นการเปิดคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม จากเดิมที่ระบุว่าจะให้ผลคะแนนเพียง 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคะแนนเต็มจะทราบในวันที่ 9 พ.ค. ทว่าได้ถูกนักเลือกตั้ง นักวิชาการ สื่อมวลชน และผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงเหตุที่ร่นวันอย่างกะทันหันว่าเป็นเพราะ "กกต. เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่อยากทราบผลคะแนน" เมื่อได้มีการพิจารณาผลคะแนนของ 2 จังหวัดสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย จึงได้มีการจัดแถลงข่าวเปิดเผยตัวเลขทั้งหมด

เมื่อตรวจสอบคะแนนเสียงมหาชนของ 2 ขั้วการเมืองที่กำลังชิงกันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พบว่า พรรคที่เรียกตัวเองว่า "พรรรคฝ่ายประชาธิปไตย" 6 พรรคที่ร่วมลงนามในสัตยาบันต่อต้านการสืบทอดอำนาจ และประกาศจับมือตั้งรัฐบาลมีคะแนนมหาชนรวมกัน 15.97 ล้านเสียง (หรือ 16.45 ล้านเสียง หากนับรวมพรรคเศรษฐกิจใหม่) ขณะที่ขั้วที่สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ ต่อ มีคะแนนมหาชน 8.84 ล้านเสียง ส่วนคะแนนมหาชนที่เหลือคือ 12.9 ล้านเสียง ในจำนวนนี้เป็นของ 4 พรรคขนาดกลาง ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคชาติพัฒนา รวม 8.71 เสียง

สำหรับประเด็นคะแนนเสียงมหาชนก่อให้เกิดข้อถกเถียงทางการเมือง เมื่อ พปชร. ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 ในสภาฯ ได้อ้างความชอบธรรมในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับ 1 อย่าง พท. เนื่องจากมีคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตสูงกว่า

พรรคที่เรียกตัวเองว่า "พรรคฝ่ายประชาธิปไตย" มีคะแนนเสียงรวมกัน 15.99 ล้านเสียง (ถ้านับ ศม. เป็น 16.48 ล้านเสียง)

  • พรรคเพื่อไทย 7,920,630 เสียง
  • พรรคอนาคตใหม่ 6,265,950 เสียง
  • พรรคเสรีรวมไทย 826,530 เสียง
  • พรรคเศรษฐกิจใหม่ 485,664 เสียง
  • พรรคประชาชาติ 485,436 เสียง
  • พรรคเพื่อชาติ 419,393 เสียง
  • พรรคพลังปวงชนไทย 81,733 เสียง

พรรคที่สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อไป มีคะแนนเสียงรวมกัน 8.84 ล้านเสียง

  • พรรคพลังประชารัฐ 8,433,137 เสียง
  • พรรครวมพลังประชาชาติไทย 416,234 เสียง

พรรคที่มีทีนั่งในสภาฯ และยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจน มีคะแนนเสียงรวมกัน 12.93 ล้านเสียง (เฉพาะ 4 พรรคหลักมีคะแนนเสียงรวมกัน 8.71 ล้านเสียง)

  • พรรคประชาธิปัตย์ 3,947,726 เสียง
  • พรรคภูมิใจไทย 3,732,883 เสียง
  • พรรคชาติไทยพัฒนา 782,031 เสียง
  • พรรคชาติพัฒนา 252,044 เสียง
  • พรรคพลังท้องถิ่นไทย 213,129 เสียง
  • พรรครักษ์ผืนป่าแห่งประเทศไทย 136,597 เสียง
  • พรรคพลังชาติไทย 73,781 เสียง

ส่วนสถิติที่น่าสนใจอื่น ๆ ตามที่ กกต. แถลง มีดังนี้

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51,239,638 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 38,268,375 คน หรือคิดเป็น 74.69 เปอร์เซ็นต์
  • ผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 12,971,263 คน หรือคิดเป็น 25.31 เปอร์เซ็นต์
  • บัตรดี 35,532,645 ใบ หรือคิดเป็น 92.85 เปอร์เซ็นต์
  • บัตรเสีย 2,130,327 ใบ หรือคิดเป็น 5.57 เปอร์เซ็นต์
  • บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน (โหวตโน) 605,093 ใบ หรือคิดเป็น 1.58 เปอร์เซ็นต์

นายกฤชให้เหตุผลด้วยว่า สาเหตุที่จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงขึ้นกว่าเดิมมาก เป็นเพราะในช่วงที่ประธาน กกต. แถลงได้อ้างอิงฐานข้อมูลการนับคะแนนที่ 93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง น.ส. พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดแถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต.สร้างความกระจ่างกรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่เดิมประกาศว่ามี 65 เปอร์เซ็นต์ แต่ในการแถลงล่าสุดประกาศว่ามีจำนวน 74 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งห่างกันเกือบ 5 ล้านคน เป็นที่น่าสงสัยว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มมาจากอะไร

รองเลขาธิการ กกต. ยังปฏิเสธข่าวแจกใบแดง 54 ใบ โดยยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ

ปัจจุบัน กกต. รับเรื่องร้องเรียนไว้ทั้งสิ้น 186 เรื่อง ส่วนมากจะเกิดใกล้ ๆ วันเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. จะมีการตรวจมูลกรณีก่อน และตั้งกรรมการขึ้นมาไต่สวน ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งธงว่าจะให้ใบเหลืองหรือใบแดงจำนวนเท่าใด

คะแนนทางการ แต่ มาจากการเลือกตั้งที่ "เสรี" และ "เป็นธรรม" หรือไม่

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการ และผู้ประสานงานโครงการนิติธรรมในประเทศไทย วิทยาลัยโซแอส มหาวิทยาลัยลอนดอน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กของเขาว่าคะแนน "อย่างเป็นทางการ" ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคะแนนที่มาจากการเลือกตั้งที่ "เสรี" และ "เป็นธรรม" สิ่งที่เราเรียกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่า "เสรี" และ "เป็นธรรม" หรือไม่ และผลที่ออกมาจะความน่าเชื่อถือและชอบธรรมเพียงใด และเอนเอียงไปทางใคร คิดว่าประชาชนคนไทยคิดเองเป็นและตัดสินเองได้

นายวีรพัฒน์ ระบุว่า คะแนนรวมของ เพื่อไทย อนาคตใหม่ และ ประชาธิปัตย์ ที่ล้วนประกาศจุดยืนชัดเจนก่อนการเลือกตั้งว่าปฏิเสธการสืบทอดอำนาจของ คสช. มีกว่า 18.1 ล้านกว่าเสียง มากกว่า พลังประชารัฐ ที่มีเพียง 8.43 ล้านเสียง และ 18.1 ล้านเสียงส่วนนี้ยังเป็นเสียงข้างมากจากประมาณ 35.5 ล้านเสียงของผู้เลือกพรรคทั้งหมด

"หากเราจะถือได้ว่า 18.1 ล้านกว่าเสียงนี้ คือ มติมหาชนที่พอจับต้องได้บ้าง ผมหวังว่าพรรคการเมืองที่ยังไม่ได้ประกาศจุดยืนชัดเจน เช่น ภูมิใจไทย รวมไปถึงผู้ที่จะเข้ามาเป็น ส.ว. 250 คน ในฐานะตัวแทนประชาชน โปรดรับฟังและเคารพเสียงประชาชนไทยในวันนี้ด้วยครับ"

หมายเหตุ : มีการแก้ไขเนื้อหาเมื่อเวลา 22.58 น. ตามเวลาไทย เนื่องจากยังไม่สามารถระบุจำนวนที่นั่งในสภาที่แต่ละพรรคจะได้รับ เพราะตัวเลขจาก กกต. ยังไม่ชัดเจนหลายจุด อีกทั้งวิธีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ก็ยังไม่ชัดเจนกรณีมีพรรคได้ที่นั่งเกินยอด ส.ส. พึงมี จึงมีเพียง พท. พรรคเดียวที่มีว่าที่ ส.ส. ชัดเจนแล้ว เป็นแบบแบ่งเขตทั้งหมด 137 ที่นั่ง