ผลเลือกตั้ง 2562 : เปิดพจนานุกรมเลือกตั้งฉบับ กกต.

  • 29 มีนาคม 2019
กกต. 5 คน Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประธาน กกต. (คนกลาง) นำทีม กกต. อีก 4 คนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการ ถ. แจ้งวัฒนะ เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งปีก่อน ก่อนที่จะมี กกต. อีก 2 คนเข้ามารับหน้าที่ และได้ กกต. ครบ 7 คน

แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตอย่างเป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนกำหนดการที่เคยระบุไว้ แต่ไม่ได้ทำให้ความเคลือบแคลงสงสัยในกระบวนการจัดการเลือกตั้งเบาบางลง และยังมีสารพัดคำถามจากสื่อมวลชนและประชาชนที่ กกต. ยังไม่มีคำตอบ

ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ถูกบรรจุลงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และเพิ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้ง 24 มี.ค. ได้สร้าง "อภินิหารทางการเมือง" มากมาย เพราะเมื่อทุกคะแนนเสียงมีความสำคัญ ทุกพรรคการเมืองจึงต้องช่วงชิงกันสุดชีวิต เพราะนั่นหมายถึงจำนวนที่นั่งในสภาฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

บีบีซีไทยรวบรวมสารพัดคำศัพท์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผ่านคำอธิบายของ กกต. และคำที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์บัญญัติขึ้น ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของการนำตัวเลขต่าง ๆ มาเข้าสูตร "คณิตศาสตร์การเมืองไทย"

เครื่องคิดเลข

4 ชั่วโมงครึ่ง หลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดแถลงข่าวสรุปภาพรวมเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการรวม 6 ประเด็น ในจำนวนนี้มีเรื่องจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง, บัตรดี-บัตรเสีย-บัตรลงคะแนนไม่เลือกผู้ใด (โหวตโน), การกระทำผิดกฎหมาย ฯลฯ

ทว่าในการแถลงข่าวครั้งแรกของผู้นำสูงสุดขององค์จัดการเลือกตั้งของไทย ไม่มีการเปิดเผยคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. แต่อย่างใด แม้ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลานั้น (21.38 น.) ที่ปรากฏในแฟนเพจ สำนักประชาสัมพันธ์ กกต. และข้อมูลที่สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ได้รับจาก กกต. จะยืนยันความก้าวหน้าในการนับคะแนนไปที่ 93-94 เปอร์เซ็นต์

ผู้สื่อข่าวรายหนึ่งถามขึ้นว่า การหาจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ คิดอย่างไร นายอิทธิพรตอบเพียงว่า "ตอนนี้ผมไม่มีเครื่องคิดเลขอยู่ ในมือถือหนูมีเครื่องคิดเลข กรุณาคิดให้แทนผมได้ไหมครับ ใช้เครื่องได้นะครับ" ก่อนยุติการแถลงข่าว และนัดหมายให้ข้อมูลที่ 95 เปอร์เซ็นต์ แก่สื่อมวลชนในวันรุ่งขึ้น (25 มี.ค.)

สิ้นคำกล่าวของประธาน กกต. ได้เกิด "นักคณิตศาสตร์ในโลกออนไลน์" ขึ้นจำนวนมาก รวมถึงการประกาศให้ กกต. ยืมเครื่องคิดเลข

บัตรที่นำไปนับคะแนนไม่ได้

กกต. ทั้ง 7 คนนัดประชุมเมื่อวันที่ 26 มี.ค. เพื่อหาทางออกกรณีบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของคนไทยในประเทศนิวซีแลนด์ ราว 1,500 ใบ เดินทางมาไม่ทันการคัดแยก และไม่ทันการจัดส่งไปสถานที่นับคะแนน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ที่สุด กกต. มีมติว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าว ไม่สามารถนำมานับเป็นคะแนนได้ เพราะมาไม่ทันกำหนดการนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งซึ่งเป็นสถานที่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในแต่ละเขตเลือกตั้ง อีกทั้งได้มีการประกาศผลการนับคะแนนแล้วด้วย

คำวินิจฉัยของ กกต. เรียกบัตรเหล่านี้ว่า "บัตรที่นำไปนับคะแนนไม่ได้" ไม่ใช่ "บัตรเสีย"

ในการประชุม กกต. ไม่ได้หยิบยกมาตรา 114 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ระบุถึงอำนาจของ กกต. ในการ "สั่งมิให้นับคะแนนนั้น โดยให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย" มาพิจารณา

ส่วนอนาคตของบัตร 1,500 ใบ ได้ถูกนำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ก่อนดำเนินตามกฎหมาย และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การทำลายบัตร โดย พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. บอกว่าไม่สามารถเปิดเผยบัตรได้ว่าถูกลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใดบ้าง

บัตรเขย่ง

ท่ามกลางกระแสแรงกดดันอย่างรอบด้านต่อการทำหน้าที่ สำนักงานกกต. ตัดสินใจแถลงผลการเลือกตั้ง ส.ส. วานนี้ (28 มี.ค.) จากเดิมที่นัดหมายสื่อมวลชนไว้ในนี้ (29 มี.ค.) และยังเป็นการเปิดคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขตครบ 100 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่ระบุว่าจะให้ผลคะแนนเพียง 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคะแนนเต็มจะทราบในวันที่ 9 พ.ค.

นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงเหตุที่ร่นวันอย่างกะทันหันว่าเป็นเพราะ "กกต. เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่อยากทราบผลคะแนน" เมื่อได้มีการพิจารณาผลคะแนนของ 2 จังหวัดสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย จึงจัดแถลงข่าวเปิดเผยตัวเลขทั้งหมดทันที

อย่างไรก็ตามตัวเลขตามที่รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจง กับตัวเลขในเอกสารที่แจกจ่ายสื่อมวลชนไม่ตรงกันหลายจุด-มีพิรุธหลายประการ ในจำนวนนี้คือจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมี 38,268,375 คน แต่จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้อยู่ที่ 38,268,366 นั่นเท่ากับว่ามีบัตรเลือกตั้งหายไป 9 ใบ

ต่อมาฝ่ายประจำของ กกต. ทั้งเลขาธิการและรองเลขาธิการ ได้เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าว่า "บัตรเขย่ง"

พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. อธิบายกับพีพีทีวีว่า หมายถึงมีผู้ไปรายงานตัวใช้สิทธิ แต่อาจรอคิวนาน หรือเกิดเหตุอื่นกระทันหัน ทำให้ต้องออกจากแถวที่ต่อคิวลงคะแนน หรือพูดง่าย ๆ ไปรายงานตัวใช้สิทธิ แต่สละสิทธิ

บัตรเกิดใหม่ในหีบ

ข้อมูลที่สับสน-คลาดเคลื่อนในการเปิดแถลงข่าวแบบฉับพลันของสำนักงาน กกต. ยังมีอีกหลายจุด อาทิ

  • ในคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศของ 81 พรรคการเมือง พบว่า "พรรคการเมืองลำดับที่ 47" ที่ไม่มีการระบุชื่อพรรค ได้คะแนน 11,043 เสียง
  • จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้น 34,014 จากการแถลงเมื่อ 24 มี.ค. ที่ 51,205,624 คน แต่ของใหม่คือ 51,239,638 คน
  • จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้น 4,493,145 คน จากการแถลงเมื่อ 24 มี.ค. ที่ 33,775,230 คน (65.96%) แต่ของใหม่คือ 38,268,375 คน (74.69%)

บรรดานักเลือกตั้งและผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจเป็นพิเศษในประเด็น "ผู้มีสิทธิงอก" และประเด็น "ผู้มาใช้สิทธิงอก" ทำให้เกิดแฮชแท็ก "บัตรเกิดใหม่ในหีบ" ขึ้นเป็นเทรนด์ทวิตเตอร์ไทย โดยนักการเมืองคนแรก ๆ ที่ใช้คำนี้คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตามมีคำชี้แจงเบื้องต้นจากนายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. ผ่าน THE STANDARD ว่าเป็นเพราะข้อมูลที่ประธาน กกต. แถลงเมื่อ 24 มี.ค. อิงจากฐานนับคะแนนที่ 93 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีกทั้งยังนำคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรกว่า 2 ล้านเสียงมารวมด้วย สัดส่วนจึงขยับจาก 65.96 เปอร์เซ็นต์ เป็น 74.69 เปอร์เซ็นต์

"ทำให้จำนวนพุ่งขึ้นไป อธิบายได้ด้วยความเป็นจริงตรงนี้ ไม่มีคะแนนนอกแน่นอน" นายกฤชกล่าว

Overhang

แม้ กกต. เปิดคะแนนดิบของ ส.ส. ทั้ง 350 คนเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้การคิดคำนวณยอด ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคยังอาจสรุปตัวเลขแน่ชัด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่พรรคต่าง ๆ คำนวณเอง หรือสื่อมวลชนช่วยคิดคำนวณ เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ ว่า "Overhang" หรือมี "ที่นั่งส่วนเกิน"

เมื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) ชนะการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตไป 137 เขต ได้คะแนนเสียงรวม 7,920,630 เสียง ซึ่งแปรเป็นยอด ส.ส. พึงมีได้ 111 ที่นั่ง จึงเท่ากับว่า พท. ไป "กินเนื้อเพื่อน" ไป 26 ที่นั่ง ในส่วนของ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จึงเหลือเพียง 124 ที่นั่งให้พรรคที่เหลือมาคิดคำนวณ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำว่า "Overhang" เคยถูกพูดถึงมาแล้วในชั้นการจัด พ.รป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อช่วงปี 2560 โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้รับฟังข้อเสนอของผู้แทนสำนักงาน กกต. ซึ่งมีการเปิด "สูตรคณิตศาสตร์การเมือง" ที่เริ่มจาก การหาคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน, การหาจำนวน ส.ส. พึงมีของแต่ละพรรค, การได้มาซึ่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคนั้น

หากมีพรรคการเมืองใดได้จำนวน ส.ส. เขต เกินกว่ายอด ส.ส. พึงมี "ต้องปรับสูตรคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อให้เท่ากับ 150 คน ด้วยการใช้เทียบบัญญัติไตรยางค์"

นี่อาจเป็น "อภินิหารทางการเมือง" อีกครั้งผ่านระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ของไทย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม