โปรดเกล้าฯ ถอดยศ นายกองใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร

  • 8 เมษายน 2019
รัชกาลที่ 10 Image copyright EPA

มีพระราชโองการ พระราชทานพระราชานุญาต ถอดยศ นายกองใหญ่ "ทักษิณ ชินวัตร" หลังจากวันที่ 30 มี.ค.ที่ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากอดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เพราะพฤติการณ์กระทำไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

วันนี้ 8 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ว่า ประกาศ พระราชโองการ พระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน โดยมีใจความว่า

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงมีพระราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา นายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเอง พิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่นๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ประกาศลงวันที่ 30 มีนาคม 2562 แล้วนั้น

บัดนี้ กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทานถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2562 เนื่องจากมีการกระทำความผิด ศาลพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนีไป ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติยศและเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่

ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

Image copyright เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำารงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่น ๆ อีกหลายคดี

อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์ และเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่ 1 ของนายทักษิณ ชินวัตร

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2562

ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

Image copyright ราชกิจจานุเบกษา

ริบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น

ก่อนหน้านี้ นายทักษิณ เพิ่งถูกริบคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวที่ได้รับในปี 2534 โดย พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเตรียมทหาร มีมติถอดชื่อนายทักษิณ ออกจากการเป็นศิษย์เก่าดีเด่นและเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวดังกล่าวว่า ถือเป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่า ร.ร.เตรียมทหาร มีผู้แทนจากรุ่นต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ถือเป็นเรื่องภายใน ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศ ผู้รับก็ต้องรักษาเกียรตินั้นไว้ ถ้ามีข้อมูลในทางใดที่ผู้รับไม่สามารถรักษาเกียรติไว้ได้ ก็ต้องเรียกคืน

เมื่อถามถึงสาเหตุในการเรียกคืนรางวัล พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า สื่อมวลชนและคนไทยอาจทราบข้อมูลตรงนั้นอยู่จากโลกโซเชียลในหลายแห่ง แต่สิ่งที่รบกวนจรรยาบรรณและหลักนิยมของทหาร คือการใดก็ตามที่เป็นการจาบจ้วงไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ตรงนั้นก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ

Image copyright Getty Images

"เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ เรามีแต่ยกฟ้าสูง"

นายทักษิณ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ในช่วงหลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่เกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสของ น.ส.แพทองธาร หรือ 'อุ๊งอิ๊ง' ชินวัตร และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชเชษฐภคินีของในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จร่วมงานด้วย

บีบีซีไทย ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งถูกมองว่า เป็นพรรคที่นายทักษิณให้การสนับสนุน ได้เสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา จนส่งผลให้รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชโองการในค่ำวันเดียวกันว่า "การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม... ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง" และ "พระบรมวงศ์ราชวงศ์อยู่เหนือการเมือง" และส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา

Image copyright Getty Images

นายทักษิณ ปฏิเสธกับบีบีซีไทยว่า "ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง" กับกระบวนการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ

"เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่ของผม ผมอยู่เมืองนอกในฐานะผู้สังเกตการณ์ เป็นกองเชียร์เฉย ๆ" นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย กล่าว

แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกับนายทักษิณมองว่าเป็นการกระทำในลักษณะ "ดึงฟ้าต่ำ"

"เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ เรามีแต่ยกฟ้าสูง แต่บังเอิญว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านทรงสละ ต้องมองให้ดีว่าท่านรักบ้านเมือง รักประชาชน ท่านอยากทรงเสียสละที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง ในเมื่อว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านบอกว่าไม่ได้ ไม่ได้ก็ท่านก็จบ ไม่ได้ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น อย่าไปคิดว่าดึงฟ้าต่ำ คนที่ดึงฟ้าต่ำจริง ๆ ไม่ใช่ผมหรอก ผมมีแต่ยกย่องเทิดทูน แน่นอน" นายทักษิณ กล่าว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม