ฝุ่น : คนขอนแก่นสร้างเครือข่ายโซเชียลสกัดปัญหามลพิษในอากาศ

  • 10 เมษายน 2019
คนจุดไฟเผา Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

วันหนึ่งในเดือน ก.พ. ขณะที่มานิต อนุกูลอนันต์ชัย ขับรถผ่านศูนย์ราชการ จ.ขอนแก่น และเห็นการเผาใบไม้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ และอัพโหลดขึ้นกลุ่มเฟซบุ๊ก "ขอนแก่นมีมลพิษที่ไหนบอกด้วย"

หลังจากที่กลุ่มและเพจดังกล่าวตั้งขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา มานิตได้โพสต์ภาพทั้งหมดสามครั้งที่แสดงให้เห็นถึงการเผาวัสดุในบริเวณสถานที่ราชการ เพื่อชี้ให้เห็นว่า ทุกคนมีส่วนร่วมให้เกิดปัญหามลพิษ

"เราอยากให้สังคมรู้ว่าอย่าไปโทษแต่เกษตรกร ข้าง ๆ ศาลากลางจังหวัดก็ยังมีการเผาใบไม้เลย เขาอาจจะมองว่าไม่เป็นไร ในเมือง แต่นี่เป็นจุดอ่อนว่ารัฐกำลังจะบังคับใช้อะไรกับประชาชน ตัวรัฐยังขาดความเข้าใจหรือตระหนักรู้ในเรื่องนั้นอยู่เลย" มานิต กล่าวกับบีบีซีไทย

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ทว่า ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ทางจังหวัดได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด และได้ขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง

นับตั้งแต่ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ปกคลุมกรุงเทพฯ และหลายเมืองใหญ่ของประเทศไทยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว คนไทยตื่นตัวขึ้นมาปกป้องสุขภาพของตนอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกันกับชาวขอนแก่น โดยเฉพาะใน 3 เดือนที่ผ่านมาที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ "มีผลกระทบต่อสุขภาพ"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นอกจากการสร้างกลุ่มเฟซบุ๊กเพื่อให้สมาชิกรายงานปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในจังหวัด มีประชาชนทั่วไปและภาคเอกชนติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปตรวจสอบค่า PM 2.5 และ PM 10 ในจุดที่มีการติดตั้งเครื่องได้ผ่านเว็บไซต์ ทำให้รู้ถึงค่ามลพิษทางอากาศที่นอกเหนือจากค่าที่ได้มาจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของภาครัฐที่ตั้งอยู่ที่บริเวณศูนย์ราชการของจังหวัด

"ภาวะที่น่าห่วง"

ปัญหามลพิษและข้อจำกัดของภาครัฐเป็นสาเหตุที่ทำให้ ธนวรรณ พิทยธาราธร ก่อตั้งกลุ่มและเพจเฟซบุ๊ก "ขอนแก่นมีมลพิษที่ไหนบอกด้วย" เพื่อให้สมาชิกสามารถแจ้งได้ว่าจุดไหนที่มีการเผาขยะหรือพืชผลทางการเกษตร หรือที่ใดที่เกิดมลพิษ

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของภาครัฐที่ตั้งอยู่ที่บริเวณศูนย์ราชการ จ.ขอนแก่น

"เรามองดูแล้ว ขอนแก่นจริง ๆ ติดชาร์ท (อันดับ) เรื่องของปัญหามลพิษต่อเนื่องกันหลายปีแล้ว อาจจะน้อยกว่าเชียงใหม่ เชียงราย นิดหน่อย แต่ก็อยู่ในภาวะที่น่าห่วง เราก็เลยมีการรวมกลุ่มพลเมืองกันเกิดขึ้น" เธอกล่าว

เมื่อมีคนอัพโหลดภาพหรือวิดีโอลงเฟซบุ๊ก หากเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด เธอจะโทรเข้าไปแจ้งทางสถานีดับเพลิงหรือตำรวจ ซึ่งจะส่งรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟ

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ การเผาในที่โล่งเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรจากอ้อยและข้าว

ข้อมูลจากหน่วยงานราชการใน จ.ขอนแก่นระบุว่า การเผาในที่โล่งเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรจากอ้อยและข้าว

ชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยน้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่มีชาวไร่ที่จดทะเบียนเป็นสมาชิกกว่า 6,000 ราย กล่าวว่า ปัญหาอากาศเป็นพิษหรือสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเผาอ้อย แต่มีข้อจำกัดเรื่องแรงงานขาดแคลน ทำให้ต้องเผาเพื่อให้เก็บเกี่ยวง่ายขึ้น

เขาเสนอว่า ภาครัฐควรบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้แรงงานตัดอ้อยไฟไหม้ตระหนักว่าเป็นความผิด และหากตัดอ้อยสดจะได้ค่าแรงมากขึ้น

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยน้ำพอง จ.ขอนแก่น

ดร.สมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ภาครัฐได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้มีการจุดเผาในที่โล่ง แต่การจับกุมเป็นไปได้ยากเนื่องจากบางครั้งไปถึงแล้วไม่พบคนที่จุดไฟเผา โดยที่ผ่านมามีการจับกุมรายเดียว ที่ อ.น้ำพอง ที่ถูกจับกุมหลังจากที่เธอถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก และมีการปรับเงิน 2,000 บาท

ส่วนเครือข่ายของนางธนวรรณพบว่าการเผาขยะข้างทางก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ชาวบ้านเชื่อว่าก่อให้เกิดมลพิษตามมา โดยเฉพาะในเมือง ที่กองขยะพบเห็นได้ทั่วไปตามถนนสายหลัก และข้างในซอย

"มันเหมือนจิตวิทยาหมู่ ถ้ามีคนทิ้งกองหนึ่ง ก็มีคนทิ้งตาม" ธนวรรณ กล่าว

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

ปฏิบัติการปราบฝุ่น

ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ภาครัฐได้เปิด "ปฏิบัติการปราบฝุ่น" ด้วยการระดมฉีดน้ำพร้อมกันทั้งจังหวัด และต่อมามีการทำฝนเทียมทั้งหมดสามครั้ง

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของจังหวัดมีค่าที่สูงกว่า 200 ซึ่งถือว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดย 3 เดือนที่ผ่านมา มีทั้งหมด 8 วันที่ขอนแก่นมีค่า AQI ที่เกิน 200 คือ วันที่ 7-10 ก.พ. และวันที่ 12-15 มี.ค. จากการตรวจวัดของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของจังหวัด

ดร.สมศักดิ์ กล่าวว่า คุณภาพอากาศของจังหวัดเริ่มมีแนวโน้มที่จะไม่ค่อยดีตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. เป็นต้นมา โดยมีการตรวจสอบการก่อสร้างที่เกิดฝุ่นและฝุ่นละอองจากโรงงาน ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนฝุ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ มีเพียง 1-2 รายที่เกินมาตรฐาน

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น

ในระยะกลาง จังหวัดมีแผนที่จะปลูกต้นไม้มากขึ้นกว่า 2 ล้านต้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า และส่งเสริมให้ชาวไร่อ้อยใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวเพื่อลดการเผา และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจเสนอโครงการขอสร้างหอคอยกรองอากาศในจังหวัด

เครื่องตรวจวัด

ผศ.ดร.วีรพัฒน์ เศรษฐ์สมบูรณ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพิ่งติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองที่บ้านที่ อ.สีชมภูเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และวางแผนจะติดตั้งอีกเครื่องที่บ้านเกิดที่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ภายในเดือนนี้

"กระแสเรื่อง PM 2.5 เยอะมากทั่วประเทศ คนก็ตื่นตัวเยอะ และจะมีคนจำนวนหนึ่งที่มองว่าสาเหตุของ PM 2.5 มาจากการเผาพืชผลทางการเกษตร แต่แนวคิดผมคือคนเมืองเองก็ก่อให้เกิดฝุ่นด้วย จากการใช้เครื่องยนต์สันดาบที่ไม่สมบูรณ์ จะชี้ว่าคนชนบทเป็นคนเผาและเป็นปัญหาใหญ่โตไม่ได้ น่าจะเป็นปัญหาของคนทั้งหมด" เขากล่าว

Image copyright Panumas Sanguanwong
คำบรรยายภาพ ปัจจุบันเครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองกระจายอยู่ใน 12 จุดใน จ.ขอนแก่น

ปัจจุบันเครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองแบบเดียวกันกับที่ ผศ.ดร.วีรพัฒน์ ซื้อมาในราคากว่า 2 หมื่นบาท กระจายอยู่ใน 12 จุดใน จ.ขอนแก่น รวมถึงในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบค่าได้ผ่านเว็บไซต์

เนื่องจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของภาครัฐมีอยู่เพียงจุดเดียวในตัวเมือง ผศ.ดร.วีรพัฒน์ มองว่าการติดเครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองที่บ้านของเขาในต่างอำเภอ จะได้เป็นจุดอ้างอิงให้คนทั่วไปได้เห็นว่าค่าที่ได้ในตัวเมืองและชนบทต่างกันอย่างไร

"อยากชี้ให้เห็นว่าเราไม่ต้องไปรอพึ่งรัฐบาล เราสามารถซื้อหาได้" เขากล่าว

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ บุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบค่า PM 2.5 และ PM 10 ในจุดที่มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองทั้ง 12 จุดได้ผ่านเว็บไซต์

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม