ห้างเซ็นทรัล : แจงเหตุไฟไหม้พร้อมยืนยันไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร

  • 11 เมษายน 2019
ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ Image copyright Facebook/Supanut Krongkaew

เจ้าหน้าที่ด้านงานวิศวกรรม และกองพิสูจน์หลักฐานของตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบต้นเหตุเพลิงไหม่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมตั้งโต๊ะแถลงข่าว สาเหตุเบื้องต้นของการเกิดเพลิงไหม้ โดยไร้เงาจากตัวแทนของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จึงทำให้ข้อมูลที่แถลงออกมาเป็นไปอย่างอ้อมค้อมและไม่ตรงประเด็นคำถาม ที่สังคมตั้งไว้ แต่ยืนยันได้ว่าเพลิงไหม้ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างของอาคาร

ด้าน ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศผ่านแถลงการณ์อีก 2 ชัวโมง ต่อมาว่า เซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งศูนย์การค้า ออฟฟิศ และโรงแรม พร้อมเปิดให้บริการตามปกติ เวลา 10.00 น. ของวันศุกร์ที่ 12 เมษายน

โดยหลังจากกรณีเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริษัทฯ ได้ประสานงานร่วมมือกับเจ้าหน้าที่วิศวกรจากสำนักงานโยธา วิศวกรรมสถาน สำนักงานเขต กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุโดยละเอียดเรียบร้อยแล้ว และได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัย และมีระบบการจัดการดูแลตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันอัคคีภัย

โครงสร้างปลอดภัยพร้อมใช้งาน

รศ. สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย แถลงหลังจากตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ว่าในส่วนของ โครงสร้างตัวอาคารนั้นยังมีความแข็งแรงเหมือนเดิม เพราะความร้อนไม่ได้ส่งผลกระทบกับตัวโครงสร้างโดยตรง และระยะเวลาที่เกิดเพลิงไหม้นั้นเป็นระยะเวลาสั้น ๆ จากการตรวจสอบพบว่ามีบางส่วนที่เป็นเขม่าสีดำเท่านั้น ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วอาคารที่ยังมีสภาพแข็งแรงอยู่ก็พร้อมใช้งานอีกครั้ง

"อาคารนี้ได้รับการอนุญาตในการปลูกสร้างและต่อเติมอย่างถูกกฎหมาย โดยที่ทางหนีไฟ ความกว้าง ปริมาณและตำแหน่งต่างได้รับการตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องตามข้อตกลง แต่เรื่องของการใช้งานจริงนั้นถือได้ว่าเป็นประเด็นนที่แยกออกมา และจะมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง" รศ. สิริวัฒน์ กล่าว

Image copyright CHAIYOT YONGCHAROENCHAI/BBC THAI
คำบรรยายภาพ สภาพอาคารหลังเกิดเพลิงไหม่หนึ่งวัน

นายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลว่า อาคารนี้ถูกสร้างมาด้วยกฎหมายหลายฉบับ โดยถ้าเป็นโครงสร้างเดิมตอนที่ยังเป็นห้างเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีกฎหมายเรื่องการป้องกันอัคคีภัย พอเปลี่ยนมาเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ก็ยังมีพื้นที่ทับซ้อนที่ก่อสร้างเพิ่มเติมจากอาคารเดิม โดยยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพื้นที่ที่เป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้เป็นพื้นที่เก่าหรือพื้นที่ใหม่ โดยประเด็นที่ว่าถูกหรือผิดกฎหมายนั้นเป็นกฎหมายตัวเก่าหรือตัวใหม่ โดยเหตุการณ์แบบนี้กับการเกิดขึ้นในอาคารใหม่ ๆ เป็นได้น้อยกว่ามาก แต่ด้วยตึกนี้สร้างมานานแล้วก็เป็นไปได้ว่าจะมีจุดอ่อนในบางเรื่อง

Image copyright THAI NEWS PIX

ถึงแม้ว่าโครงสร้างหลักของอาคารจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แต่ ศ. ดร. อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร ได้อธิบายว่า การตัดสินใจเปิดห้างสรรพสินค้าอีกครั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านโครงสร้างอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงระบบต่าง ๆ ที่อยู่ภายในด้วย

พฤติกรรมของไฟ

ธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสารณภัย อธิบายถึงพฤติกรรมของไฟว่า โดยธรรมชาติของไฟแล้ว เมื่อได้มีการเผาไหม้หรือจุดติด มันก็จะลอยขึ้นสู่ด้านบน สิ่งที่เกิดขึ้นคือบริเวณจุดต้นเพลิงที่อยู่ที่ลานจอดรถบริเวณชั้น B2 เป็นห้องเครื่องยนต์ปั๊มน้ำดับเพลิงที่มีระบบบำบัดน้ำเสียอยู่ด้วย หลังจากเกิดไฟขึ้นแล้วก็ขึ้นไปตามท่อ ซึ่งเป็นท่อขนาดใหญ่อยู่สามท่อซึ่งใช้ในการระบายอากาศ โดยปลายของท่อติดตั้งขึ้นไปบนชั้น 8 ของอาคาร

"ช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปในอาคารก็ได้เจอควันอยู่ที่บริเวณชั้น 8 เป็นเป็นจำนวนมาก แต่หาต้นตอที่แท้จริงควันและความร้อนไม่เจอ จึงไล่เคลียร์ลงมาทีละชั้นพอมาถึงชั้น 6 ก็ไม่เจอกลุ่มควันแล้ว จึงไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงชั้นใต้ดิน จึงพบที่ชั้น B2" ธีรยุทธ อธิบาย "กว่าเจ้าหน้าที่จะไปถึง บริเวณนั้นก็ถูกเผาไหม่หมดแล้ว จึงเป็นการยากที่จะบอกว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่"

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
8 วิธีเอาตัวรอดจากเหตุไฟไหม้

พื้นที่ห้องเครื่องที่คาดว่าน่าจะเป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้มีขนาด 80 ตารางเมตร โดยเจ้าหน้าที่ใช้โฟมในการอัดเข้าไปให้เต็มห้องเพื่อดับไฟ โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบผบว่าสปริงเกอร์ที่บริเวณชั้น 7 และ ชั้น 8 ทำงานปรกติ แต่ตรงบริเวณห้องเครื่องที่ชั้น B2 ไม่มีสปริงเกอร์ มีแต่เครื่องตรวจจับควัน

พินิต อารยะศิลปธร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน แจ้งว่าพื้นที่ชั้น B2 ขนาด 80 ตารางเมตร และพื้นที่บริเวณชั้น 8 ขนาด 400 ตาราเมตรจะระงับการใช้งานชั่วคราวก่อน แต่นอกนั้นสามารถเปิดใช้งานได้ตามปรกติ

ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อรองรับ

ตึกใหญ่ทุกตึกจะมีปล่องระบายอากาศซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ว่าปล่องพวกนี้จะต้องมีระบบการป้องกันการแพร่กระจายในแนวดิ่ง โดยปล่องนี้ต่อขึ้นไปเพื่อระบายอากาศออกด้านนอกอาคาร พิชญะ อธิบายว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้คือท่อแนวนอนที่บริเวณชั้นแปดที่ต่อออกมาจากปล่องระบายอากาศได้รับความเสียหายและพังลงมา จึงทำให้ควันกระจายภายในตัวอาคารแทนที่จะเป็นด้านนอกของอาคาร

Image copyright THAI NEWS PIX

"ท่อลมนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับความร้อนจากการเผาไหม้ทำให้เกิดการละลายและเป็นสาเหตุให้พังลงมา จึงทำให้ควันกระจายออกผ่านช่องทางนั้น ท่อที่ถูกออกแบบมาให้รองรับความร้อนได้ข้างในต้องบุด้วยฉนวนกันร้อน ซึ่งท่อดังกล่าวไม่มี" พิชญะกล่าว

ระบบแจ้งเตือนอัคคีภัยที่ใช้ทั่วประเทศไทยมีทั้งแบบอัตโนมัติและแบบที่ต้องใช้คนเป็นผู้กดปุ่มแจ้งเตือน โดยที่เซ็นทรัลเวิลด์ก็ใช้ระบบแจ้งเตือนทั้งสองระบบ โดยจุดที่เป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นจุดใดกันแน่ แต่สิ่งที่พบคือสปริงเกอร์ในอาคารแตกออกมาและทำงานปรกติ แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือจุดที่เป็นต้นเหตุจริง ๆ เป็นจุดที่น้ำจากสปริงเกอร์ส่งน้ำมาถึงหรือเปล่า

Image copyright Reuters

ในส่วนของการแจ้งเตือนของสัญญาณไฟที่ได้รับการรายงานมาว่าไม่มีสัญญาณดังในตัวห้างเพื่อแจ้งเตือนแต่อย่างใด พิชญะ อธิบายว่าโดยทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในอาคารใหญ่แบบนี้ การส่งสัญญาณเตือนให้ดังพร้อมกันจะส่งผลให้เกิดภาวะการตื่นตระหนกและทำให้คนทั้งอาคารพยายามหนีออกพร้อม ๆ กันและจะก่อให้เกิดหายนะมากขึ้นกว่าเดิม โดยการบริหารจัดการที่ถูกต้องนั้นต้องทำการแจ้งเตือนเป็นจุด ๆ ไม่พร้อมกัน โดยประเมินจากจุดที่มความเสี่ยงมากที่สุดก่อน

ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ประกาศผ่านแถลงการณ์ออกมาว่าได้ดูแลครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อเข้าเยี่ยม และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และจะดูแลรับผิดชอบครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มความสามารถ โดยผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งปลอดภัยและกลับบ้านได้แล้ว

Image copyright CHAIYOT YONGCHAROENCHAI/BBC THAI

ข่าวที่เกี่ยวข้อง