ไฟป่าภาคเหนือ : เยือนชุมชนอาข่า ที่อาสาสมัครสู้ไฟจนตัวตาย

  • 13 เมษายน 2019
อาสาดับไฟ Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พ่อหลวงอาโด่พาชี้จุดที่ไฟป่ารุกคืบขึ้นมาที่หมู่บ้านและบริเวณที่อาโละเสียชีวิต

"โยส่ามาเด" เสียงตะโกนที่ออกมาจาก อาโละ อาซังกู่ อาสาสมัครชาวอาข่าอายุ 62 ปี ในช่วงกลางดึกของ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นเสียงเตือนสุดท้ายของอาโละก่อนที่เขาจะหายตัวไป ในช่วงที่อาสาสมัครจากบ้านป่าคาสุขใจ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้าพื้นที่เพื่อทำแนวกั้นไฟไม่ให้ลุกลามเข้าหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่

เสียงสุดท้ายที่ อาโละ ตะโกนออกมาเพื่อเตือนอาสาสมัครคนอื่น ๆ เป็นภาษาอาข่าที่แปลเป็นไทยว่า "ตรงนี้ชันเหลือเกิน" โดยหลังจากสิ้นเสียงเตือนนั้น ก็มีเสียงร่างของอาโละกระแทกหินและตกลงไปตามแนวลาดชันของหน้าผา โดยร่างของเขาได้ถูกพบที่ด้านล่างของหน้าผาในช่วงเที่ยงของวันถัดมาด้วยสภาพที่ขากางเกงถูกไฟลุกไหม้

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
อาโละ อาซังกู่ อาสาสมัครชาวอาข่าอายุ 62 ปี เสียชีวิตขณะช่วยดับไฟป่าดอยแม่สลอง

อาโละเป็นหนึ่งในผู้กล้าที่ขันอาสามาสร้างแนวกั้นไฟไม่ให้ลุกไหม้เข้าหมู่บ้านที่มีผู้อาศัยอยู่เกือบพันคน ถึงแม้ว่าวัยของอาโละอาจจะไม่เอื้อต่อการเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน แต่สิ่งเดียวที่เขาคิดและแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน รชต เกษมสุขใจ หรือ "พ่อหลวงอาโด่" ว่า "ผืนป่านี้คือบ้าน ถ้าไม่มีป่าก็ไม่มีบ้าน เราต้องช่วยกันรักษาด้วยชีวิต"

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI

ในคืนนั้นอาสาสมัครกว่า 200 ชีวิตออกปฏิบัติหน้าที่ในยามวิกาลเพื่อปกป้องผืนป่าที่พ่อหลวงอาโด่ดูแลกว่า 10,000 ไร่ในพื้นที่ที่เขารับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ค่าตอบแทนอะไรเลย แต่พวกเขายินดีทำหน้าที่เพื่อรักษาผืนป่าที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเขา ถึงแม้ว่าจะแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม

โหมไหม้อย่างรวดเร็ว

พื้นที่ป่ากว่าหมื่นไร่ในบ้านป่าคาสุขใจ ถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้แห้ง และด้วยอากาศที่แห้งแล้งทำให้พื้นที่ป่ากลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แต่เหตุการณ์ไฟป่าในพื้นที่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว จึงทำให้มีใบไม้แห้งสะสมบนพื้นที่ป่าเป็นจำนวนมาก

Image copyright THAI NEWS PIX

30 มี.ค. เป็นอีกหนึ่งวันปกติของชาวบ้านที่บ้านป่าคาสุขใจ ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสายสัมพันธ์ในครอบครัวที่เหนียวแน่นของทุกบ้าน การไปช่วยงานต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องปรกติของกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ที่นั่น โดยเช้าวันนั้น อาโละได้จัดงานแต่งงานให้ลูกชายของเขาที่หมู่บ้านโดยมีผู้คนมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย โดยวันนั้นก็เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขที่สุดของอาโละที่ได้เห็นลูกชายมีครอบครัว

ในขณะที่ทุกคนกำลังรื่นเริงอยู่ในงานเลี้ยงงานแต่งงาน พ่อหลวงอาโด่ก็ได้รับการรายงานเข้ามาในช่วงเที่ยงว่ามีไฟไหม้ป่าลุกลามมาจากตรงเส้นแบ่งเขตแดนของ อ.แม่จัน และกำลังลามเข้าพื้นที่ที่เขาดูแล ด้วยความที่ไม่อยากทำลายบรรยากาศแห่งความสุขนั้น ผู้ใหญ่บ้านจึงขอแรงจากอาสาสมัครที่เคยทำงานร่วมกัน 20 คนเพื่อไปทำแนวกั้นไฟ ด้านล่างของภูเขา โดยอาสาสมัครทั้ง 20 คนต่างก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI

ไฟป่าโหมมาด้วยความรวดเร็วทำให้อาสาสมัครที่เป็นชาวบ้านต้องเร่งทำงานอย่างหนักตลอดวันเพื่อทำแนวป้องกันไฟไม่ให้ลามเข้ามาในหมู่บ้าน พอตกบ่ายไฟป่าก็ลุกลามไปทั่วทำให้ผู้ใหญ่ต้องขออาสาสมัครเพิ่มไปอีก 20 คน แต่พอตกกลางคืน กระแสลมก็พัดรุนแรงขึ้น ไฟป่าลามขึ้นมาเรื่อย ๆ ด้วยความรวดเร็ว

ต้านไม่ไหวแล้ว

ถึงเวลาห้าทุ่มของวันเดียวกัน แนวไฟป่าได้รุกคืบมาเรื่อย ๆ จนผู้ใหญ่บ้านรู้ว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยไฟป่าจะลุกท่วมหมู่บ้านและจะมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่านี้ เขาจึงประกาศเสียงตามสายยามวิกาลที่ปกติผู้ใหญ่บ้านมักจะไม่ทำ เพื่อขอให้ทุกบ้านส่งอาสาสมัครผู้ชายบ้านละหนึ่งคนเพื่อช่วยทำแนวกันไฟและดับไฟ

อาโละเป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ที่บ้าน เพราะลูกชายของเขาออกไปสังสรรค์ที่ตัวเมืองหลังจากเสร็จจากพิธีแต่งงานในช่วงกลางวัน เขาจึงอาสาช่วยเหลือในส่วนที่เขาทำได้ ด้วยความชำนาญในพื้นที่ป่า อาโละจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่บ้านให้ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนั้นด้วย

Image copyright Supot Leeja
คำบรรยายภาพ อาโละ จิตอาสาชาวอาข่าถ่ายภาพพร้อมกับครอบครัวของเขาก่อนเสียชีวิตจากการดับไฟป่า

อาสาสมัครแต่ละคนก็แยกย้ายกันลงไปในพื้นที่ที่แตกต่างกันเพื่อกระจายกำลังทำแนวกันไฟและดับไฟ โดยอาโละออกจากบ้านไปพร้อมมีดตัดหญ้าหนึ่งเล่ม โดยเขาได้รับมอบหมายให้อยู่ตรงแนวประชิดหมู่บ้านที่เป็นพื้นที่เขาสูง ในขณะที่อาโละตัดหญ้าเพื่อทำแนวกั้นไฟ ก็จะมีอาสาสมัครอีกคนคอยพ่นน้ำลงตามจุดที่อาโละถางหญ้า พอมาถึงจุดหนึ่งตรงบริเวณหน้าผา อาโละได้จับกอหญ้าพลาดและหงายหลังในท่านั่งตกลงไปสู่ด้านล่างของหน้าผา

อาสาสมัครส่วนหนึ่งออกตามหาอาโละ แต่ส่วนมากก็ยังวุ่นกับการทำแนวกันไฟจนครอบคลุมทุกพื้นที่ของหมู่บ้าน ภารกิจในวันนั้นถือว่าประสบความสำเร็จเพราะแนวกั้นไฟสามารถหยุดไฟไม่ให้ลามเข้าถึงหมู่บ้านได้ แต่การสูญเสียไปซึ่งบุคคลที่ถือได้ว่าเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ได้รับการยกย่องนับถือจากคนทั้งหมู่บ้านถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของคนทั้งหมู่บ้าน

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI
คำบรรยายภาพ งานศพของอาโละจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านของเขาบนดอยแม่สลองนอก

โดยเช้าหลังจากวันที่ไฟป่าลุกไหม้พื้นที่ภูเขาใน ต.แม่สลองนอก ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ในเกณฑ์สีแดง หนักสุดที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย วัดได้ 352 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาเป็น จ.แม่ฮ่องสอน 245 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ภาพรวมจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนใหญ่พบอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่อนุรักษ์มากถึง 1,151 จุด จ.แม่ฮ่องสอน มากสุด 407 จุด รองลงมาเป็น จ.เชียงใหม่ 193 จุด จ.เชียงราย 137 จุด

ขอเป็นกำลังเสริม

ผู้ใหญ่บ้าน รชต ได้พาบีบีซีไทยลงไปในพื้นที่ที่พบศพของอาโละในพื้นที่ป่าบริเวณหมู่บ้านพร้อมอธิบายว่าชาวบ้านต่างทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครทำแนวกันไฟและดับไฟกันเองมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยจะเริ่มทำแนวกั้นไฟกันก่อนช่วงหน้าแล้วและทำไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยปีละ 5 ครั้ง

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI

โดยยืนยันว่าผู้ที่เป็นอาสาสมัครทุกคนไม่เคยได้รับค่าตอบแทนอะไรเลย ซ้ำร้ายยังต้องมาตกเป็นจำเลยของสังคมว่าเป็นผู้ที่จ้องทำลายผืนป่าเพื่อเผาหาเห็ดถอบและผักหวาน แต่ที่พ่อหลวงอาโด่เสียใจที่สุดก็คือการที่เขาไม่สามารถปกป้องคนของเขาไว้ได้

"ผมเสียใจที่สุดที่ปล่อยให้คนในหมู่บ้านของผมต้องมาตายจากการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าผมไม่ประกาศเรียกเขาออกมา เขาก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้" พ่อหลวงอาโด่กล่าวพร้อมน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง "ผมเชื่อว่าไฟป่าครั้งนี้เป็นฝีมือของมนุษย์ ผมอยากจะถามเขาไปว่าเขาสะใจหรือยังที่ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตายไปแบบนี้"

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI
คำบรรยายภาพ สภาพป่าในบริเวณหมู่บ้านป่าคาสุขใจที่ถูกไฟไหม่ยังหลงเหลือบางสวนที่ยังมอดไม่สนิท

พิธีศพของอาโละได้จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ประธานครัวพระราชทานและมอบผ้าพันคอพร้อมหมวกในโครงการเราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อเป็นเกียรติแก่อาโละและครอบครัว โดยครอบครัวของอาโละเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเหมือนเสียเสาหลักของครอบครัว

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI
คำบรรยายภาพ โรงครัวพระราชทานที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมอบให้เพื่อเป็นเกียรติแก่อาโละและครอบครัว

"ผมอยากให้หน่วยงานราชการที่ดูแลควบคุมและจัดการกับไฟป่าได้เข้ามามีบทบาทกับชุมชนให้มากกว่านี้ ผมเข้าใจว่ากำลังคนอาจจะไม่พอ แต่อย่างน้อยพวกเขาน่าจะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลปัญหาในพื้นที่และเราก็ยินดีที่จะเป็นกำลังเสริมเพราะมีความชำนาญในพื้นที่มากกว่า แต่การที่จะให้เราดูแลทั้งหมดแบบนี้มันก็เป็นการยากเพราะพื้นป่ามีขนาดใหญ่ และที่สำคัญผืนป่านี้เป็นของทุกคน เราต้องช่วยกันดูแล" พ่อหลวงอาโด่กล่าว

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI
คำบรรยายภาพ หมวกและผ้าพันคอพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มอบเพื่อเป็นเกียรติแก่อาโละในฐานะจิตอาสา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง