ราชาภิเษก : ธงทอง จันทรางศุ อรรถาธิบาย ความหมายของพระราชพิธี

  • 18 เมษายน 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ราชาภิเษก : ธงทอง จันทรางศุ อรรถาธิบาย ความหมายของพระราชพิธี

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวง รัชกาลที่ 10 โบราณราชประเพณีนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย บีบีซีไทยเชิญศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ มาอธิบายถึงความเป็นมา และความหมายของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ

ทำไมต้องจัด 4-6 พ.ค. 2562

อาจารย์ธงทอง อธิบายว่า แท้จริงแล้วหมายกำหนดการพระราชพิธีนั้น "ไม่มีข้อกำหนดแน่นอน" โดยในสมัยรัชกาลที่ 5¸ 6 และ 7 พระราชพิธีล้วนจัดขึ้นในห้วงเวลาที่พระราชพิธีพระบรมศพของพระมหากษัตริย์องค์ก่อนยังไม่เสร็จสิ้น

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 5, 6 และ 7 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

"ในหลวงรัชกาลที่ 5 สวรรคตวันที่ 23 ต.ค. 2453 การบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 6 ทำในวันที่ 11 พ.ย. ปีเดียวกัน แปลว่าห่างกันประมาณ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น"

อาจารย์ธงทองอธิบายว่า การกระทำเช่นนี้เรียกว่า "การออกทุกข์ชั่วคราวในระหว่างงานบรมราชาภิเษก" เมื่อเสร็จพระราชพิธีแล้วจึงกลับไปไว้ทุกข์ เป็นงานพระราชพิธีพระบรมศพต่อไป

สำหรับครั้งนี้ ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หลังพระราชพิธีพระบรมศพ ในหลวง ร.9 เสร็จสิ้นลงไปแล้ว

"ฉะนั้นถามว่าต้องทำเร็วทำช้า ไม่มีกำหนดแน่นอน ที่สำคัญก็คือเป็นมงคลอุดมฤกษ์ ที่มีการคำนวณในทางตำรับตำราของเราว่าเป็นเวลาที่มงคลกับราชสมบัติ"

ฉลองพระองค์กษัตริย์ - เครื่องราชกกุธภัณฑ์

ตามข้อมูลเอกสารองค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงสรงพระมุรธาภิเษกแล้ว จะทรงฉลองพระองค์เครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ เพื่อทรงรับการถวายน้ำอภิเษก และอื่น ๆ ตามลำดับพระราชพิธี

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงฉลองพระองค์เครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์

อาจารย์ธงทอง สรุปใจความง่าย ๆ ว่า ฉลองพระองค์ดังกล่าว คือ "เครื่องแต่งพระองค์สำหรับ พระเจ้าแผ่นดิน" และทรงสวมใส่ใน "โอกาสสำคัญ เช่น งานพระบรมราชาภิเษก"

การฉลองพระองค์นี้ กระทำเป็นแบบแผนที่สืบเนื่องมากว่าร้อยปีแล้ว อ้างอิงตามที่ได้ตรวจสอบพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา

ฉลองพระองค์เครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ยังสวมใส่ในพิธีทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ 5 ชิ้น หรือ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันแสดงพระยศแห่งความเป็นพระราชาธิบดี ซึ่งประกอบด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี พระแส้หางจามรีและพัดวาลวีชนี (นับรวมเป็นหนึ่ง) ธารพระกร และฉลองพระบาทเชิงงอน

"พระมหาพิชัยมงกุฎนับว่าเป็นรายการที่สำคัญที่สุด " เขาเน้นย้ำ เพราะเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการเป็นพระมหากษัตริย์

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชา เป็นเครื่องแสดงว่า ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินถูกต้องสมบูรณ์แล้ว

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์
Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ ในหลวง ร.9 ทรงรับพระแสงขรรค์ชัยศรี

พระเจ้าแผ่นดิน = พระโพธิสัตว์ + สมมติเทพ

อาจารย์ธงทอง อธิบายอีกว่า พระราชพิธีสำคัญของไทย รวมถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งในอดีตและจากนี้ไป เป็นพระราชพิธีที่อยู่บนพื้นฐาน ความคิด ความเชื่อ และแนวปฏิบัติของ 2 ศาสนา คือ พระพุทธศาสนา ที่ชาวไทยส่วนใหญ่นับถือ และ "พราหมณ์-ฮินดู ที่มีบทบาทต่อความคิดความเชื่อของคนไทย" ซึ่ง 2 ศาสนานี้ มีคำอธิบายถึงพระมหากษัตริย์ และที่มาอย่างมีนัยยะ

พระพุทธศาสนาอธิบายว่า พระมหากษัตริย์เป็นพระโพธิสัตว์มาบำเพ็ญสั่งสมบุญบารมี เพื่อว่าวันข้างหน้าจะได้กลับไปเป็นพระพุทธเจ้า ส่วนพราหมณ์-ฮินดู นั้นถือว่า "พระอวตาร ของพระผู้เป็นเจ้าลงมาอยู่กับเราในโลกมนุษย์ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนทั้งหลาย"

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu

อาจารย์ธงทองขยายความเรื่องสมมติเทพของพราหมณ์-ฮินดูในพระราชพิธี ในพระปรมาภิไธย (พระนามของพระมหากษัตริย์ราชเจ้าตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ หลังจากที่ได้มีพระราชพิธี บรมราชาภิเษกแล้ว) ของรัชกาลที่ 9 คือ 'พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดีฯ' มีคำว่ารามาธิบดี ที่หมายถึงพระราม ซึ่งเป็นอวตารปางสำคัญ ของพระนารายณ์ คาถามนตราที่พราหมณ์สวดถวายในพระราชพิธีฯ "เป็นการอัญเชิญ พระผู้เป็นเจ้า พระศิวะบ้าง พระวิษณุบ้าง ลงมาสถิตอยู่กับพระมหากษัตริย์ของเรา"

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ "พระมหากษัตริย์เป็นพระโพธิสัตว์" ธงทอง จันทรางศุ

พระปฐมบรมราชโองการ

พิธีการสำคัญที่อาจารย์ธงทองเชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยเฝ้าจับตาและรับฟัง คือ ถ้อยพระวาจาที่ทรงเปล่งพระปฐมบรมราชโอการ หรือ พระวาจาแรกหลังจาก ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว

"เนื้อความที่ต้องเหมาะสม ที่สอดคล้องกับพระราชอำนาจ หรือบทบาทหน้าที่ในเวลานั้น"

เขาอธิบายต่อว่า พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงรับบรมราชาภิเษก ภายใต้การเมืองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขพระองค์แรก คือ ในหลวง รัชกาลที่ 9

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 พ.ค. 2493

อาจารย์ธงทองวิเคราะห์ว่า เป็นพระปฐมบรมราชโองการที่ได้มีการปรับ จัดให้เหมาะสมกับรูปแบบ การปกครอง ณ เวลานั้น

ดังนั้นในหลวง รัชกาลที่ 10 จะทรงมีพระปฐมบรมราชโอการอย่างไร "เป็นสิ่งที่เราคงจะต้องติดตาม และคอยสดับรับฟัง รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมต่อไป"

พสกนิกรไทยเตรียมตัวอย่างไร

หมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามประกาศสำนักพระราชวัง มีดังนี้

4 พฤษภาคม 2562 - พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเสด็จออกมหาสมาคม พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร

5 พฤษภาคม 2562 - พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงค์ จากนั้น เสด็จเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค

6 พฤษภาคม 2562 - เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท คณะทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล

อาจารย์ธงทองชี้ว่า มี 2 วาระโอกาสที่ประชาชนทั่วไป สามารถเฝ้าถวายพระพรชัยมงคลหรือชมพระบารมีได้ คือในวันที่ 5 พ.ค. หลังการทรงรับบรมราชาภิเษกแล้ว ระหว่างทรงเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร

และในวันที่ 6 พ.ค. ซึ่งรัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดราชการพิเศษ ที่จะมีการเสด็จให้ประชาชนถวายพระพรชัยมงคล ณ สีหบัญชรของพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท บนกำแพงของพระบรมมหาราชวัง ฝั่งท้องสนามไชย

Image copyright Thai Coronation owned by Tongthong Chandransu
คำบรรยายภาพ ร.9 เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท

"แต่งกายสุภาพเรียบร้อย และมีกิริยาที่เป็นการสำรวม...ปฏิบัติตามคำแนะนำ คำขอร้องจากเจ้าหน้าที่" อ. ธงทองฝากถึงประชาชนคนไทย

"เราจะมีความสุขด้วยกันในโอกาสที่บ้านเมืองของเราได้มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงรับบรมราชาภิเษกเป็นร่มเกล้าธงชัยของเราครับ"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม