อากาศร้อนจัด : วันนี้ร้อนสูงสุดทะลุ 40 องศาอีกวัน ควรเตรียมตัวอย่างไร

  • 20 เมษายน 2019
เทอร์โมมิเตอร์กลางแดด

วันนี้ (20 เม.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยภาคเหนือคาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 44 องศาเซลเซียส ขณะที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับความร้อนไม่แพ้กันที่อุญหภูมิ 40 องศาเซลเซียส

นี่เป็นรายงานพยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ ถึง 12.00 น. ของวันพรุ่งนี้ โดยภาคเหนือ มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 40-44 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา

ภาคกลางมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี ส่วนภาคตะวันออก อากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด

Image copyright กรมอุตุนิยมวิทยา

ขณะที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ มีเมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ราวร้อยละ 10 ของพื้นที่

ในสภาพอากาศร้อนระดับนี้ บีบีซีรวบรวม 4 วิธีการตรวจสอบตัวเองและจัดการกับสถานการณ์แบบนี้มาฝาก

1.รู้ทันสัญญานเตือนจากร่างกาย

หากคุณไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศร้อนจัด ร่างกายของคุณก็อาจจะสามารถรับมือกับความอ่อนเพลียจากความร้อน ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ การรู้ทันสัญญานเตือนจากร่างกายของคุณเอง

เช่น หากคุณมีอาการเหล่านี้ ปวดหัว วิงเวียน เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อออกมากกว่าปกติ เป็นตะคริว หายใจเร็ว และกระหายน้ำอย่างรุนแรง คุณจะต้องทำให้ร่างกายเย็นลง ด้วยการเลี่ยงจากสถานที่่ที่ร้อนจัดไป ไปหาที่อากาศถ่ายเทและเย็นสบายทันที

Image copyright AFP

หากร่างกายคุณมีอุุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสแล้ว จะมีโอกาสเป็นโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat stroke) ได้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยด่วน เพราะว่าอาการดังกล่าวจะนำไปสู่ภาวะหมดสติ และอันตรายอื่น ๆ ตามมา เช่น อวัยวะสำคัญได้รับความเสียหาย หรือไม่ก็ถึงขั้นเสียชีวิต

ส่วนสัญญาณอันตรายอื่น ๆ ได้แก่ อาการไม่มีเหงื่อออกจากร่างกายทั้ง ๆ ที่รู้สึกร้อน และอาการที่หายใจเข้าออกลำบาก

ดังนั้นการสำรวจสภาพร่างกายจึงสำคัญในภาวะดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เด็กเล็ก หรือคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เป็นต้น

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
วิดีโอเร่งความเร็วแสดงความเปลี่ยนแปลงของโลก

2. กินและดื่มอย่างฉลาด

ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาในปริมาณมาก ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการรู้ว่าเวลาใดสมควรที่จะได้รับการชดเชยปริมาณน้ำที่สูญเสียไป ด้วยการดื่มน้ำให้มาก ๆ ก่อนที่จะรู้สึกกระหาย เพราะว่าโดยทั่วไปตามกายภาพแล้ว ความรู้สึกกระหายน้ำ ไม่ได้เป็นตัวชี้วัด ว่าร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำหรือไม่

ส่วนเครื่องดื่มที่ควรระวัง คือ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนและแอลกอฮอลล์ เพราะว่าสารเหล่านั้นจะยิ่งไปกระตุ้นให้ร่างกายขับถ่ายปัสสาวะมากขึ้น ยิ่งทำให้เรามีภาวะขาดน้ำมากขึ้นตามมา

แล้วอาหารประเภทใดที่เราควรรับประทาน คำตอบคือ อาหารที่ประกอบด้วยน้ำในปริมาณมาก เช่น สตรอว์เบอร์รี แตงกวา ผักกาดหอม และเมลอน ซึ่งอาหารเหล่านี้จะช่วยบรรเทาภาวะการขาดน้ำได้

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ ไอศครีมอาจจะช่วยคลายร้อนได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่ไม่ใช่วิธีคลายร้อนที่ดีที่สุด

ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ อาหารมื้อใหญ่ที่เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรต หรือกลุ่มแป้ง/น้ำตาล และกลุ่มที่มีโปรตีนปริมาณสูง เพราะว่ากระบวนการย่อยอาหารจะใช้เวลานานมากขึ้น ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายคือจะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามมานั่นเอง

อย่างไรก็ตาม มีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า การรับประทานอาหารเผ็ดร้อนจะช่วยคลายร้อนได้เช่นกัน เพราะทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาและปลดปล่อยความร้อนส่วนเกินในร่างกายออกมาได้

3. ควรอยู่ในที่ร่ม

ในวันที่ร้อนจัด สิ่งที่ควรทำมาที่สุดคืออยู่ภายในอาคารหรือที่ร่ม หรือ สถานที่มีเครื่องปรับอากาศให้ได้มากที่สุด

ส่วนผู้ที่ต้องออกกำลังกายในที่แจ้ง สิ่งสำคัญก็คือเฝ้าตรวจและฟังสัญญาณจากร่างกายให้มากขึ้น รู้ว่าขีดจำกัดของร่างกายในสภาพอากาศที่ไม่ปกติ สำหรับผู้ที่ต้องออกกำลังกายอย่างหนัก ควรดื่มน้ำในปริมาณมาก เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬาเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สำหรับนักท่องเที่ยวควรลดกิจกรรมหนัก ๆ ในช่วงวันสองวันแรกเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนจัดเสียก่อน

สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้ ในช่วงวันสองวันแรกอาจจะต้องลดกิจกรรมหนัก ๆ ไปก่อนเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนจัดเสียก่อน

4. สวมเสื้อผ้าที่ช่วยระบายอากาศ

การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยบรรเทาความร้อนได้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยคุณได้ เสื้อผ้าสู้ร้อน ควรมีสีอ่อน เนื่องจากผ้าสีเข้มจะดูดซับและกักเก็บความร้อนมากกว่า ขณะที่เนื้อผ้าที่ใช้ควรโปร่งสบายระบายอากาศได้เป็นอย่างดี เช่น ผ้าที่มีส่วนผสมของใยฝ้ายและลินิน

การเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ไม่เฉพาะในช่วงกลางวันเท่านั้น ยังต้องคำนึงถึงช่วงกลางคืนด้วย ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบาสำหรับปูที่นอนและสวมใส่ ก็สามารถช่วยได้

นอกจากนี้การปิดม่านในห้องนอนในช่วงกลางวัน และถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ก็ช่วยลดความร้อนภายในห้องนอนได้อีกวิธี

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม