เลือกตั้ง 2562 : มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ พ.ร.ป. ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

  • 8 พฤษภาคม 2019
บัตรลต. Image copyright SOPA Images/LightRocket via Getty Images

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มาตรา 128 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา ก่อนมีมติดังกล่าว

เอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระบุตอนหนึ่งว่า แม้บทบัญญัติ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 มีการบัญญัติรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 "แต่ก็เป็นเพียงการกำหนดรายละเอียดและวิธีการคำนวณ คิดอัตตราส่วนเพื่อให้ได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อให้ครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด" โดยกำหนดวิธีการคิดคำนวณในกรณีที่ไม่สามารถจัดสรรให้ครบ 150 คน ตามมาตรา 128 วรรคหนึ่ง วงเล็บสองถึงวงเล็บเจ็ด ซึ่งเป็นไปตามหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 91 วรรคหนึ่งและวรรคสาม จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

คดีนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่

ศาลใช้เวลาพิจารณาเพียง 6 วัน นับจากมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาเมื่อ 2 พ.ค. โดยไม่ได้เปิดไต่สวน เพราะเห็นว่าเป็นการตีความข้อกฎหมาย แต่ได้เรียกเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา ประกอบด้วย สำเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 และสำเนาบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128

มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาได้เปิดทางให้มี "พรรคจิ๋ว" หรือพรรคที่ได้คะแนนเสียงมหาชนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในการมี "ส.ส. พึงมีได้" 1 คน หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลือกใช้สูตรคำนวณหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ตามที่ กรธ. แนะนำ ทั้งนี้ กกต. จะประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ภายในวันที่ 9 พ.ค.

สำหรับคะแนนมหาชน (ป๊อปปูลาร์โหวต) ที่ทุกพรรคได้รวมกันตามที่บีบีซีไทยคำนวณเบื้องต้น หลังหักคะแนนที่หายไปจาก 13 กรณี (ดูรายละเอียดที่นี่) และหักคะแนนเสียงของ 3 พรรคการเมืองที่ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อออก เหลือคะแนนที่คำนวณได้รวม 74 พรรค จะอยู่ที่ 35,441,920 เสียง จากข้อมูลเดิม 35,528,749 เสียง

เมื่อนำไปเข้าสูตรคำนวณหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเบื้องต้น พบว่า ต้องการคะแนนเสียง 71,168.5141 คะแนน/ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน จากเดิม 71,065.294 คะแนน

บีบีซีไทยเข้าใจว่าผลที่จะตามมาหลังจากนี้หาก กกต. เลือกใช้สูตรคำนวณของ กรธ. คือ

  • 11 พรรคจิ๋วที่ได้คะแนนเสียงมหาชนต่ำกว่า 7.1 หมื่นคะแนน มีโอกาสได้รับการจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน
  • 15 พรรคที่ได้คะแนนเสียงมหาชนเกิน 7.1 หมื่นคะแนน ได้รับการจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ทว่าจำนวนของบางพรรคอาจลดลงจากที่เคยคำนวณไว้ในรอบแรก
  • 1 พรรคคือเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เพราะได้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเกินกว่าจำนวน ส.ส. พึงมีได้ไปแล้ว
  • สภาชุดที่ 25 จะมีส่วนผสมถึง 27 พรรค
  • 2 ขั้วการเมืองชิงกันจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" นำโดยพรรคเพื่อไทย มีพันธมิตรรวม 7 พรรค และเคยกล่าวอ้างว่ารวมเสียงได้ 255 เสียงแล้ว (ขณะนี้ที่นั่งลดลง) ส่วนพรรคฝ่ายสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ นำโดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากต้องการเสียงข้างมากในสภาล่าง ก็ต้องรวบรวมทุกคะแนนเสียงในสภา หากเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดรัฐบาลผสมรวม 20 พรรคเลยทีเดียว

อนค. ขู่ฟ้องหาก กกต. คำนวณแล้วปาร์ตี้ลิสต์หด

เกือบทันทีทันใด มีความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ได้เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ยืนยันว่าการคำนวณหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อต้องไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 จะนำคะแนนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ "ส.ส. พึงมีได้" หรือราว 7.1 หมื่นคะแนนมาคำนวณไม่ได้ ดังนั้นถ้าคำนวณสูตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีเพียง 16 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส. ไม่ใช่สูตรที่คำนวณแล้วได้ 27 พรรค ซึ่งถ้าใช้สูตรหลัง จะทำให้ อนค. เสียที่นั่ง ส.ส. ไปประมาณ 7-8 ที่นั่ง หรือคิดเป็นคะแนนดิบหายไป 6 แสนคะแนน นอกจากนี้ "พรรคฝ่ายประชาธิปไตย" ที่เคยรวมเสียง ส.ส. ได้เกิน 251 เสียง ก็จะลดลงเหลือ 240 กว่าเสียง

Image copyright กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่
คำบรรยายภาพ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ยืนยันว่าการคำนวณหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ต้องไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91

"หากพรรคการเมืองเสียหายโดยตรง มีว่าที่ ส.ส. แล้วไม่ได้เป็น ส.ส. ก็สามารถอาศัยช่องทางตามกฎหมายฟ้องร้อง กกต. ได้" เลขาธิการ อนค. กล่าว

ด้านพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ 3 ข้อ ในจำนวนนี้คือยืนยันว่าการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ต้องกระทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 โดยเคร่งครัด "ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดได้ที่นั่ง ส.ส. เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ หรือพรรคที่จะมี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ได้ก็ต่อเมื่อได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 7.1 หมื่นคะแนน

"การคำนวณที่ต่างไปจากนี้ ถือว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เช่น การจัดสรรที่นั่ง ส.ส. ให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนประมาน 3 หมื่นคะแนน" แถลงการณ์ พท. ระบุ

หมายเหตุ : รายงานข่าวนี้มีการปรับปรุงตัวเลขคะแนนเสียงเล็กน้อยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค. 2562 หลัง กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม