เลือกตั้ง 2562 : กกต. ประกาศรับรอง 149 ส.ส. บัญชีรายชื่อ

  • 8 พฤษภาคม 2019
6 พรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "พรรคฝ่ายประชาธิปไตย" Image copyright THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ 6 พรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "พรรคฝ่ายประชาธิปไตย" ลงสัตยาบันเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. และยืนยันว่ารวบรวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่า 255 เสียง เมื่อ 27 มี.ค.

คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ 149 คน โดยเปิดทางให้ 11 "พรรคจิ๋ว" ที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์มี "ส.ส. พึงมีได้" เข้าสภาด้วย

เวลา 18.25 น. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต. ได้รับรองการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โดยยืนยันว่า "เป็นไปตามกฎหมาย" ทุกอย่าง ซึ่งวิธีการคำนวณหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ได้คำนวณตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.ป.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 และพร้อมเปิดเผยวิธีการคิดคำนวณซึ่งมีเนื้อหารวม 14 หน้ากระดาษ A4 ให้สาธารณชนรับทราบ พร้อมกับรายชื่อ ส.ส. บัญชีรายชื่อทั้ง 149 คน

"ถ้าสูตรนี้ถูก ก็ไม่มีสูตรอื่นแล้ว กกต. พิจารณาสูตรนี้ตามกฎหมาย" รองเลขาธิการ กกต. กล่าวและย้ำว่า สำนักงาน กกต. ได้นำเสนอสูตรนี้ต่อ กกต. เพียงแบบเดียว เว้นแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเป็นอื่น

หลังจากนี้ กกต. จะนำประกาศ กกต. เรื่อง ผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาต่อไป

สำหรับพรรคการเมืองที่ได้ครอบครองเก้าอี้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ มีทั้งสิ้น 25 พรรค โดยพรรคที่ได้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อสูงสุดคือ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) 50 คน รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 18 คน

ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นพรรคการเมืองเดียวในสภาที่หมดสิทธิได้รับโควต้า ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากหิ้ว ส.ส. แบบแบ่งเขตเข้าสภาได้เกินกว่าจำนวน "ส.ส. พึงมีได้" แล้ว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ส.ส. ชุดที่ 25 จะต้องไปรายงานตัวที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย

สูตร "คณิตศาสตร์การเมือง" ที่ กกต. เลือกใช้ คิดจากฐานคะแนนมหาชน (ป๊อปปูลาร์โหวต) ของ 74 พรรคการเมือง รวมกัน 35,441,920 เสียง เมื่อนำมาคำนวณหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จะพบว่า ส.ส. 1 คน ต้องได้คะแนน 71,168.5141 เสียง โดย กกต. ได้เปิดทางให้พรรคที่ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในการมี "ส.ส. พึงมีได้" 1 คน มีโอกาสได้รับ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ด้วยการปัดเศษทศนิยม ทำให้มีพรรคที่ถูกเรียกว่า "พรรคจิ๋ว" หลุดเข้าสภาถึง 11 พรรค ทั้งนี้พรรคไทรักธรรมเป็นพรรคอันดับสุดท้ายที่มีโอกาสเข้าสภาด้วยคะแนนมหาชนเพียง 33,754 เสียง

15 พรรคมีที่นั่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อในสภา (ได้คะแนนสูงกว่า 7 หมื่น)

  • พรรคอนาคตใหม่ 50 คน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ 18 คน
  • พรรคภูมิใจไทย 12 คน
  • พรรคเสรีรวมไทย 10 คน
  • พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน
  • พรรคเพื่อชาติ 5 คน
  • พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน
  • พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน
  • พรรคชาติพัฒนา 2 คน
  • พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 คน
  • พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน
  • พรรคประชาชาติ 1 คน
  • พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน
  • พรรคพลังชาติไทย 1 คน

11 พรรคจิ๋วมีที่นั่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อในสภาพรรคละ 1 คน (ได้คะแนน 3.3 หมื่น-6.8หมื่นเสียง)

  • พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคประชานิยม, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคพลเมืองไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคไทรักธรรม
Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ พรรคพลังประชารัฐยังเดินหน้ารวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป หลังพรรคที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" ชิงแถลงจัดตั้งรัฐบาลเมื่อ มี.ค.

หลังจากนี้ กกต. จะนำประกาศ กกต. เรื่อง ผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาต่อไป

การประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เกิดขึ้นหลังจากช่วงเช้าวันนี้ (8 พ.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ "เอกฉันท์" ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91

ในการคำนวณหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของ กกต. เป็นไปตามมาตรา 129 ของ พ.ร.ป. ฉบับเดียวกัน หลังวานนี้ (7 พ.ค.) กกต. ได้ประกาศรับรอง ส.ส. แบบแบ่งเขตอย่างเป็นทางการ 349 คน จากทั้งหมด 500 คน

ก่อนหน้านี้ 7 พรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" นำโดยพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน โดยอ้างว่าสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาล่างได้ 255 เสียง ขณะที่พรรคอันดับ 2 อย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งได้คะแนนมหาชนสูงสุด ก็ประกาศจัดรัฐบาลแข่ง มีพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เป็นพันธมิตรใกล้ชิด

ทว่าคะแนนเสียงที่ออกมาอย่างเป็นทางการจาก กกต. ทำให้ที่นั่งในสภาของขั้ว พท. ลดลงเหลือ 245 คน ส่วน พปชร. และ รปช. มี 120 เสียง ขณะที่พรรคขนาดกลางและพรรคจิ๋วรวม 18 พรรคที่ยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจน มีเสียงรวมกัน 133 เสียง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม