ไผ่ ดาวดิน : อิสรภาพหลัง 870 วันที่ถูกจองจำ

  • 11 พฤษภาคม 2019
ไผ่ ดาวดิน Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ รอยยิ้มแห่งอิสระภาพของ "ไผ่ ดาวดิน" หลังจากได้รับการปล่อยตัว

ทันทีที่สองเท้าก้าวพ้นกำแพงทัณฑสถานที่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ใช้เวลารับโทษอยู่กว่า 2 ปี เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังก้อง "ยินดีด้วยไผ่ ยินดีด้วยไผ่" นับเป็นนาทีแห่งความปลาบปลื้มของพ่อ-แม่ "บุญภัทรรักษา" ที่ได้โอบกอดบุตรชายไว้เต็มวงแขนอีกครั้ง

"ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อน้อมถวายเป็นปฏิบัติบูชาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐตลอดไป"

เสียงให้สัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของผู้ต้องขังกว่า 100 คน พร้อมกันในชุดเสื้อยืดสีเหลือง นำโดย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ก้องกังวานภายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดขอนแก่น เช้าวันที่ 10 พ.ค. 2562

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ไผ่ ดาวดิน : อิสรภาพหลัง 870 วันที่ถูกจองจำ

ตามด้วยเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในรุ่งอรุณของวันที่พวกเขาจะได้รับอิสรภาพ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) อภัยโทษ พ.ศ. 2562 ที่ตราขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ด้านนอกนั้น ครอบครัวบุญภัทรรักษา นำโดย พ่อวิบูลย์ หรือ "ทนายอู๊ด" บิดา และ แม่พริ้ม ของไผ่ พร้อมด้วยญาติมิตร ผองเพื่อนนักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน และประชาชนที่ตั้งใจมาร่วมยินดี รอคอยการปรากฏตัวของไผ่อย่างใจจดใจจ่อ

เวลาราว 09.30 น. ไผ่ เป็นคนแรกที่ก้าวพ้นรั้วประตู สีหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนกวาดสายตามองหาบุพการี จากนั้นบรรยากาศแห่งความปิติก็อบอวลไปทั่วทัณฑสถานแห่งนี้

"ดีใจครับ ติดคุกไปนาน ไม่ค่อยมีความรู้สึกแบบนี้ ติดนานจนลืมว่าอิสรภาพเป็นยังไง" ไผ่ ให้สัมภาษณ์สื่อในฐานะเสรีชน เป็นครั้งแรก สองมือยังคงโอบไหล่บิดา-มารดาแน่น

เมื่อถามว่า จากนี้ไปเขามีแผนจะทำอะไร ไผ่ตอบว่า "ขอไปลองใช้อิสรภาพสักหน่อยว่าเป็นยังไง ห่างหายไปนาน" แต่ "จะยืนหยัดในฐานะนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนต่อไป มาถึงขนาดนี้ ไม่รู้จะหยุดอย่างไรแล้ว"

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

870 วัน กับหลากโอกาสที่เสียไป

ไผ่ ดาวดิน ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี จากฐานความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ต่อมาได้รับการลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 6 เดือน เนื่องจากให้การรับสารภาพ

ทนายความของ ไผ่ บอกกับบีบีซีไทยว่า นับจากวันที่ถูกจับกุม 3 ธ.ค. 2559 จนถึงวันนี้ ไผ่ถูกจองจำนาน 870 วัน หรือ 2 ปี 5 เดือน 7 วัน ซึ่งตามกำหนดเดิมจะครบระยะโทษในวันที่ 19 มิ.ย. 2562

"เข้าเรือนจำในฐานะนักศึกษา" แต่ "พ้นโทษหลังเป็นบัณฑิต" คือสถานะของไผ่ วัย 27 ปี เพราะแม้ร่างกายไร้อิสรภาพ แต่เขามีโอกาสสอบจบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในรั้วกำแพงเรือนจำ

เฟชบุ๊คเพจ ilaw โพสต์ข้อความ "แด่บัณฑิต - ไผ่ ดาวดิน" เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2560 ถึงการสำเร็จการศึกษา ขณะเป็นผู้ต้องขัง มีใจความช่วงท้ายว่า

"หากเปรียบการเรียนเป็นการเผชิญชะตากรรมของช่วงชีวิตช่วงหนึ่ง วิชาที่บัณฑิตผู้นี้ทดลองศึกษา คงเป็นเรื่องที่เรียนรู้ยาก และสังคมต้องหาคำตอบไปอีกนาน" ช่วงหนึ่งของโพสต์ข้อความ ilaw

ในวันที่ 15 ธ.ค. 2560 ไผ่ ไม่ได้เข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ทำได้เพียงสวมชุดครุย ถ่ายรูปกับครอบครัวหน้าศาลทหารขอนแก่นในวันที่ 21 ธ.ค. 2560 ระหว่างเดินทางมาให้การในอีกคดีความหนึ่ง

ดีใจที่ลูกชายได้รับเสรีภาพกลับคืนมา

ด้าน วิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือ ทนายอู๊ด พ่อของไผ่ บรรยายความรู้สึกว่า "ดีใจที่ลูกชายได้รับเสรีภาพกลับคืนมา หลังติดคุกมานานพอควร"

แม้ในช่วงที่พ่อแม่ มาเยี่ยมนับสิบครั้ง ได้เห็น ไผ่ มีสีหนายิ้มแย้มแจ่มใส ดูแข็งแรง แต่ในใจพ่อแม่รู้ดีว่า เลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเขาผ่านอะไรมามาก

"สภาพจริง ๆ แล้ว ควรได้รับการเยียวยา ปรับสภาพพอสมควร การพักผ่อน ถ้ามีโอกาสก็จะพาไปเที่ยวทะเล หรือเกาหลี" ทนายอู๊ดบอก

ส่วนสิ่งที่จะทำเมื่อบุตรชายกลับบ้านคือพิธีผูกข้อต่อแขนรับขวัญ และรับประทานอาหารกันในหมู่ญาติพี่น้อง

เพื่อนดาวดินร้องเพลง "ฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ" รับขวัญ

นอกจากครอบครัว ยังมีผองเพื่อนนักกิจกรรมและประชาชนหลายสิบคนมารอต้อนรับการกลับมาของไผ่ ด้วยดอกไม้, ภาพวาด, กล้วยฉาบ ฯลฯ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "มีความสุขมาก" และ "ม่วนใจหลาย ๆ" ที่ได้เห็น ไผ่ ออกจากเรือนจำ

ผู้ต้องขังที่เพิ่งพ้นโทษเข้าสวมกอดและหอมแก้มเพื่อนสาวคนสนิท ก่อนที่เธอจะส่งแว่นตาดำที่ ไผ่ สวมใส่อยู่ประจำจนกลายเป็นภาพคุ้นตาคนทั่วไป ให้เขาได้สวมใส่อีกครั้ง

Image copyright เพจ ดาวดิน สามัญชน
คำบรรยายภาพ เพจดาวดิน สามัญชน ได้ถ่ายทอดสดผ่านบุ๊ก ในช่วงที่ไผ่ออกจากเรือนจำด้วย

ในเวลาไล่เลี่ยกันเสียงฮัมเพลงจากเพื่อนนักกิจกรรมกลุ่มดาวดินก็ดังขึ้น

"...สักวันหนึ่งเราจะกลับมาพบกันเพื่อนรัก คงไม่นานนักถ้าตีนยังเหยียบย่ำอยู่บนดิน แม้อยู่ใต้ฟ้าชะตากำหนดจากคนบนดิน ก่อนร่างจะพลิกลงดินผีเสื้อจะบินไปถึงดวงดาว.."

นี่คือบางท่อนของบทเพลง "ฝากรักถึงเจ้าผีเสื้อ" ที่วงสามัญแต่งขึ้นเพื่อให้กำลังใจ ไผ่ ในช่วงที่เขาถูกจองจำ

อาชีพแรกหลังเรียนจบ "นักโทษเรือนจำ"

รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และเป็นผู้ที่เคยร่วมต่อสู้ในอุดมการณ์เดียวกับไผ่ มาต้อนรับอิสรภาพของ "เพื่อน" ในวันนี้เช่นกัน

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ รังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เป็นหนึ่งในเพื่อนนักกิจกรรมที่เคยติดคุกพร้อมกับไผ่ ในคราวรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2559

"ผมรอวันนี้มานาน เขาไม่ควรไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่แรก" สำหรับคนอายุ 27 ปีแบบไผ่ "เขาไม่ควรเริ่มอาชีพแรกหลังเรียนจบ ด้วยการเป็นนักโทษในเรือนจำ แล้วยังจบการศึกษาในเรือนจำด้วย""เมื่อเขาได้ออกมา มันเป็นวันที่เขาจะได้เริ่มต้นบางอย่างอีกครั้ง"

สำหรับคนที่ต้องอยู่หลังกำแพงเรือนจำมากว่า 2 ปี โรมมองว่า "ไผ่ต้องใช้เวลาปรับตัว รับข้อมูลข่าวสาร" ตั้งแต่ข่าวใหม่ ไปจนถึงข่าวเก่าในช่วงที่ยังถูกคุมขัง ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป

"ส่วนตัวผมก็สนับสนุนเขาเต็มที่ ให้กลับมาเป็นไผ่ ดาวดิน ที่ทุกคนรู้จักอีกครั้ง"

"เราคงไม่มานั่งมองกันแล้วบอกว่า เฮ้ย เอ็งจะโดนจับอีกเมื่อไหร่วะ" แต่มานั่งคุยกันว่า "เราจะทำยังไงให้สังคมเราดีขึ้นกว่าเดิม เรารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่เราก็อยากเห็นสังคมที่ดี"

อนาคตนอกห้องขัง

"ผมยังเล่นการเมืองไม่ได้ เขาให้เล่นไหมล่ะครับ เพราะว่าถ้าเราไม่เล่นการเมือง การเมืองก็เล่นเราล่ะครับ" ไผ่ ตอบคำถามผู้สื่อข่าว

เขายอมรับว่า เป็นเพียงคนธรรมดาที่ทำในสิ่งที่ "คนธรรมดา" ยังไม่ได้ทำเท่านั้น แต่มองว่าสถานการณ์แบบนี้ การที่นักเคลื่อนไหวเช่นเขาจะติด (คุก) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แค่กรณีของเขา "มันนานไปหน่อย"

สุดท้าย ไผ่ ดาวดิน อยากให้ประชาชนที่อยากลุกขึ้นมาเรียกร้องอะไรบางอย่างให้กล้าออกมาทำให้เต็มที่

"ฝากบอกทุกคนว่าอยากจะสู้ก็สู้ ทำมันเต็มที่ ไม่ต้องไปเสียใจทีหลัง เราทำในฐานะประชาชน อยากทำอะไรทำให้เต็มที่ เป็นกำลังใจให้ ไม่ต้องกลัว ผมก็ยังผ่านมาได้เลยครับ" ไผ่ กล่าวกับบีบีซีไทย

"รักในประชาธิปไตย รักในเสรีภาพ รักในทุกอย่าง สู้ด้วยความรักมากกว่าความโกรธแค้น" แล้วไผ่ ก็เดินไปทักทายญาติมิตร ที่ยังมาต้อนรับอย่างไม่ขาดสาย

ย้อนรอยไผ่ ติดคุกเพราะแชร์ข่าวบีบีซีไทย

จตุภัทร์ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2559 ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และละเมิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากการแชร์บทความพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของบีบีซีไทย ไว้บนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559

ในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้แชร์บทความเดียวกันราว 2,600 ราย

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ไผ่ ดาวดินกับเพื่อนกลุ่มดาวดิน ตอนทำกิจกรรมที่ สน.ปทุมวัน 24 มิ.ย. 2558

ตำรวจนำหมายศาลจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2559 เข้าจับกุมเขา ที่วัดโป่งช้าง จ. ชัยภูมิ ในวันรุ่งขึ้น ก่อนนำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.แก้งคร้อ ต.หนองไผ่ จ.ชัยภูมิ แล้วนำตัวไปส่งพนักงานสืบสวนที่ สภ.เมืองขอนแก่น

เช้าวันนั้น ไผ่ โพสต์ข้อความว่า "กำลังจะถูกจับกุม" และถ่ายทอดสดภาพขณะที่ตำรวจนำหมายจับ เข้าไปดำเนินการจับกุมระหว่างร่วมกิจกรรมธรรมยาตราที่จังหวัดชัยภูมิ

ในวันเดียวกัน ทนายอู๊ด บิดาของไผ่ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่าครอบครัวค่อนข้างกังวล เกรงจะเป็นการเล่นเกมของเจ้าหน้าที่ เพราะบุตรชายเป็นคนที่ถูกจับตา

"เราเจอสถานการณ์แบบนี้มาตลอด นี่เป็นคดีที่ 5 และเป็นข้อหาที่หนักด้วย ก็ต้องว่าไปตามระบบ มีหน้าที่สู้ก็สู้ไป ก็คิดแค่นี้" วิบูลย์กล่าว

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ไผ่ ดาวดิน ระหว่างทำกิจกรรมรณรงค์โหวตโน ในงานหนังสือแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2559

ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาจตุภัทร์ว่า มีความผิดในคดีอาญา "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112" โดยมี พ.ท. พิทักษ์พล ชูศรี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรักษาการหัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 23 จ. ขอนแก่น เป็นผู้แจ้งความเอาผิด

ด้านสำนักงานใหญ่ของบีบีซีในลอนดอน กล่าวยืนยันในขณะนั้นถึงความถูกต้องของข่าว

"บีบีซีไทยก่อตั้งขึ้นเพื่อนำเสนอข่าวสารที่เป็นอิสระ ไม่เลือกข้าง และถูกถ้วน ในประเทศที่ สื่อมวลชนต้องเผชิญกับข้อจำกัด เรามั่นใจว่าเนื้อหาของบทความชิ้นนี้ดำเนินไปตาม หลักปฏิบัติของกองบรรณาธิการบีบีซีครบถ้วน"

ในวันที่บุตรชายได้รับอิสรภาพกลับคืนมา พ่อของไผ่ บอกว่า "ผมไม่ได้โกรธอะไรบีบีซีไทยนะ หลายเรื่องผมก็ติดตามเขาอยู่ เขาก็ไม่ได้ผิดอะไร" เพราะ "ถ้าไปนั่งอ่านอย่างเป็นธรรม เขาไม่ได้ดูหมิ่นอะไร มันเป็นความจริงที่มันเกิดขึ้น และใคร ๆ ก็รู้อยู่แล้ว"

"ใครจะโยงให้มันผิด มันก็ผิด ถ้าบีบีซีไม่ผิด ผมก็ไม่เห็นต้องโกรธเขา"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม