สิ่งแวดล้อม : ร้านของชำทันสมัย ไร้บรรจุภัณฑ์ มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

  • 21 พฤษภาคม 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สิ่งแวดล้อม : ร้านของชำทันสมัย ไร้บรรจุภัณฑ์ มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

จากพนักงานองค์กรเพื่อสังคม สู่สาวเจ้าของร้านค้าที่มุ่งลดขยะในชุมชน ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ให้นำภาชนะมาเติม แทนการซื้อจากบรรจุภัณฑ์ใหม่ หลังดำเนินกิจการได้ 5 เดือน เธอดีใจกับกระแสตอบรับที่อบอุ่นและกำลังใจจากผู้คนรอบตัว

พ่อแม่อุ้มลูกน้อยเดินเข้าไปในร้านของชำทันสมัย ภายในสะอาดตาด้วยโทนสีอ่อน ในมือของพวกเขาถือตะกร้าใบน้อย พร้อมขวดและภาชนะใส่ของที่ว่างเปล่า

"สวัสดีค่ะ วันนี้มาเติมสินค้าตัวไหนดีคะ" เสียงต้อนรับอย่างกระตือรือร้นของ ฤดีชนก จงเสถียร หรือ เมี่ยว ผู้ก่อตั้ง-เจ้าของร้าน ซีโรโมเมนต์ รีฟิลเลอรี ดังขึ้น และเธอไม่ได้ใช้คำผิด เพราะร้านแห่งนี้ จำหน่ายสินค้าด้วยวิธี "เติม"

"เราจำกัดความว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ที่ลูกค้านำภาชนะของตนเองมาได้ และซื้อในปริมาณที่ตนเองต้องการ เพื่อเป็นการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์และสิ่งของที่เหลือทิ้ง" เมี่ยว อธิบายลักษณะร้านที่เปิดมาแล้วเกือบครึ่งปี

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ คนในพื้นที่มาใช้บริการ "เติม" สินค้าอย่างคุ้นชิน

ถ้าเรียกในภาษาสากล จำแนก ซีโรโมเมนต์ รีฟิลเลอรี ได้ว่าเป็นร้านแบบ "บัลค์สโตร์" (bulkstore) หรือ ร้านที่ลูกค้าต้องนำบรรจุภัณฑ์มาเองเพื่อลดขยะบนโลก ตามแนวคิด zero waste หรือ ไร้ขยะ

ร้าน "เติมผลิตภัณฑ์" หรือ "บัลค์สโตร์" เกิดขึ้นมานานแล้วในหลายประเทศ โดยเฉพาะในชาติตะวันตก แต่เพิ่งปรากฎให้เห็นในไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาทิ รีฟิลสเตชัน (Refill Station), แกลสโตโนมี (Grasstonomy), เลสพลาสติกเอเบิล (Less Plastic Able) ใน กทม. และเริ่มขยายไปถึงเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต และเชียงใหม่แล้ว

ทำไมต้องเป็น bulkstore

ฤดีชนก เป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก รัฐนอร์ทแคโรไลนาของสหรัฐฯ

ด้วยความสนใจด้านกิจการเพื่อสังคม จึงเข้าทำงานกับองค์กรที่ให้ความรู้กับนักการเมืองในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย อยู่พักหนึ่ง

เมื่อออกจากงาน เธออยากเป็นเจ้าของกิจการ ด้วยโจทย์ว่า ต้องเป็น "ธุรกิจยั่งยืน เลี้ยงเราได้" และ "เป็นประโยชน์ต่อสังคม" แต่ช่วงเริ่มค้นหาแนวธุรกิจ ไม่ได้ตีกรอบว่าต้องเป็นด้านสิ่งแวดล้อม จนมีโอกาสได้ไปเห็นร้านแบบนี้ ที่เยอรมนี

"มันดีจังเลย" เมี่ยว เล่าความประทับใจแรกที่ได้เห็นร้านบัลค์สโตร์

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC THai
คำบรรยายภาพ บรรจุภัณฑ์ ขวดโหล สำหรับตัก-เติม สินค้าบริโภคที่หลากหลายกว่า 200 รายการ

"คิดว่าน่าสนใจดี เป็นประโยชน์ด้วย จึงทำการบ้านว่าร้านแบบนี้มีหลักการยังไง ใครจะมาซื้อเราดีนะ เราจะออกแบบร้านยังไงให้ได้สไตล์ที่เราชอบ จะขายอะไร จะใส่ภาชนะอะไร"

จากวันนั้น จนปัจจุบัน ทางร้านมีสินค้าอุปโภค-บริโภคแล้ว มากกว่า 200 รายการ

ใช้เท่าไหร่ ซื้อเท่านั้น 1 กรัมก็ขาย

เมี่ยวพิถีพิถันมากกับการเลือกสินค้าที่จะมาลงในร้าน ซึ่งก็มีขนาดพื้นที่เท่าร้านสะดวกซื้อทั่วไป ประการแรก ต้องเป็นของที่ผู้คนกินใช้เป็นประจำ ไม่ใช่แบบที่ "3 ปีอยากได้ครั้งหนึ่ง" และนำภาชนะมาเติมได้ เช่น สบู่ แชมพูสระผม น้ำยาต่าง ๆ ข้าว เครื่องเทศ และขนมทานเล่น เป็นต้น

หากเข้าไปในร้าน และสังเกตดูจะเห็นว่า สินค้าแต่ละชิ้นไม่มีชื่อยี่ห้อ มีฉลากระบุเพียงชื่อ ที่มา และราคาต่อกรัม นั่นเพราะ เมี่ยว ต้องการสนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ไทยตามพื้นที่ต่าง ๆ นำสินค้าเข้ามาขาย ตามน้ำหนักแบบไม่ผ่านคนกลาง

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ร้านตั้งอยู่หลัง เดอะไนน์ พระราม 9 ใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ยกตัวอย่าง ข้าวที่มาจาก จ.สุรินทร์ "เราไม่ได้เลือกเจ้าของสวนคนใดคนหนึ่ง เขาจะมีสิ่งที่เรียกว่าวิสาหกิจ คือการรวมตัวกันของชาวบ้านที่เขาช่วยกันปลูก แล้วเขาก็จะดูจากความต้องการของลูกค้า แล้วก็มาแชร์แบ่งกันปลูก"

ด้วยความที่มีงานอดิเรกคือการปลูกผักสวนครัวอยู่แล้ว เมี่ยวจึงรู้สึกว่า การสนับสนุนเกษตรกรไทย เหมือนสานฝันเธอด้วยส่วนหนึ่ง "ให้เขาปลูกแทนเราละกัน"

เมื่อเข้าถึงผู้ผลิตโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ได้สินค้าที่ตรงตามความคาดหวัง จัดส่งในถุงขนาดใหญ่ไม่ยุ่งยาก แล้วยิ่งจำหน่ายตามน้ำหนัก เริ่มต้นตั้งแต่ 1 กรัม ทำให้ราคาสินค้า "ถูกกว่าทั่วไปมาก" และเป็น "สินค้าออร์แกนิก" คุณภาพดี

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ใช้เท่าไหร่ ซื้อเท่านั้น จ่ายราคากรัม

"เราอยากให้ทุกคนได้ซื้อในสิ่งที่ตนเองต้องการ ไม่ต้องไปเหลือทิ้งที่บ้าน ประหยัดกว่าด้วย ซื้อแค่ไหนก็จ่ายแค่นั้น"

ช่วงแรก...ลูกค้าไม่เข้าใจ

ทำเลที่ตั้งอยู่หลัง เดอะไนน์ พระราม 9 ใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือที่คนย่านนั้นเรียก "ซอยโรงแรม" เพราะมีโรงแรม-อพาร์ตเมนต์ตั้งอยู่เรียงราย โดยช่วงเปิดร้านใหม่ ๆ เป็นเรื่องท้าทายต่อฤดีชนกไม่น้อย

"สัปดาห์แรก ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ" เธอ เล่า "พอเห็นป้ายเขาก็รู้แล้วว่าคืออะไร เข้าใจว่าต้องทำยังไงบ้าง"

แต่สำหรับลูกค้าคนไทย เมี่ยวต้องยืนแนะนำว่า ร้านแบบนี้คืออะไร ขายยังไง นำภาชนะมาเติมเองได้ เรียกว่า "เข้าร้านมา 10 คน อธิบาย 10 รอบ อาทิตย์แรกคนจะงง ๆ นิดนึงค่ะ"

อีกสิ่งหนึ่งที่เธอสังเกตได้ คือ ลูกค้าใหม่แต่ละคนจะใช้เวลาเดินชมสินค้าภายในร้านเฉลี่ย 30 นาที เพราะแม้สินค้าไม่ได้มีมากมายหลากหลายเหมือนในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ แต่ทุกชิ้นมีที่มา และเจ้าของร้านสาวก็พร้อมอธิบายสรรพคุณ-แหล่งผลิตของทุกชิ้น

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ขนมขบเคี้ยว เครื่องเทศ เครื่องปรุงแบบออร์แกนิกไร้สารปรุงแต่ง ที่มีให้เลือกมากมาย

เมื่อคนในชุมชนคุ้นชิน เธอเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์การซื้อสินค้าตามแนวคิด zero waste ที่ลูกค้าปฏิบัติเหมือนเป็นเรื่องปกติ แบบไม่ต้องบังคับ

"คุณป้าคนหนึ่ง เขาแค่ชอบน้ำยาปรับผ้านุ่ม ครั้งแรกเติมไปแบบนิดเดียว ไม่ถึงครึ่งแกลลอนด้วยซ้ำ" หลังจากนั้น "เขาก็เดินถือขวด ต๊อก ๆ แต๊ก ๆ ออกจากบ้าน แล็วก็มาเติม เหมือนเป็นเรื่องปกติ"

อีกกรณี เป็นของร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่หลัง ม.รามคำแหง "เขาชอบพริกไทยขาวของเรามาก นำไปลองใช้แล้วลูกค้าติดใจ เขาก็นำขวดมาเติม เพื่อนำไปทำอาหารที่ร้าน เรารู้สึกว่าดีที่เขาไม่ต้องไปซื้อแพ็กใหม่ และราคาก็ประหยัดด้วย"

ลูกค้าใหม่-ขาประจำ คิดอย่างไร

"สวัสดีค่ะ พวกหนูเป็นเด็กจาก มศว. ที่นัดมาคุยเรื่องร้าน" นักศึกษาหญิง 2 คนเดินเข้ามา พวกเธอมาสำรวจ ซีโรโมเมนต์ รีฟิลเลอรี เพื่อจัดทำรายงานเกี่ยวกับแนวคิดร้านบัลค์สโตร์ส่งมหาวิทยาลัย

กมลวดี สวัสดีอุม หนึ่งในสองนักศึกษา บอกว่าชอบการตกแต่งร้าน ที่ทำให้เดินดูรอบ ๆ ได้สะดวก และสินค้าออร์แกนิกหลายชิ้นก็น่าสนใจ หาซื้อไม่ง่ายนัก อาทิ คีนัวสีแดง (ธัญพืชชนิดหนึ่ง)

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กมลวดี สวัสดีอุม นักศึกษา มศว. ที่มาทำรายงานเกี่ยวกับร้าน

"แนวคิดร้านนี้ดี เพราะตอนนี้ทุกคนก็รู้ว่า ทั่วประเทศ คือทั่วโลก กำลังตระหนักเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน" เธอกล่าวกับบีบีซีไทย "การมีร้านแบบนี้ขึ้นมาในไทย ก็เหมือนตัวช่วยปรับพฤติกรรมการรักโลกของคนไทยมากขึ้น"

จากการค้นคว้าของกมลวดี เพื่อประกอบในรายงานส่งอาจารย์ พบว่า ในไทยมีร้านชนิด บัลค์สโตร์ ราว 9 แห่ง และเมื่อได้มาเห็นด้วยตนเอง เธออยากให้ร้านแบบนี้มีมากขึ้น กระจายอยู่ทุกแหล่งชุมชน

กมลวดี และเพื่อน พูดคุยกับเจ้าของร้านอยู่พักใหญ่ ก่อนกลับไปโดยมีของติดไม้ติดมือไปคนละชิ้นสองชิ้น ไม่นาน ลูกค้าชุดใหม่ก็เข้ามา รวมถึง ภรณี ไม้เกตุ ขาประจำที่มาซื้อ-เติมสินค้าที่ร้านหลายครั้งแล้ว เพราะอาศัยอยู่ในละแวกนี้

"ดีต่อสุขภาพด้วย และลดโลกร้อน ลดพลาสติก เป็นการใช้ของหมุนเวียนได้" ภรณี แสดงความเห็น แต่เหตุผลสำคัญมากกว่าการลดขยะ คือสินค้าออร์แกนิกคุณภาพดี เพราะเธอเป็นคน "แพ้ง่าย"

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "ดีต่อสุขภาพด้วย และลดโลกร้อน" ภรณี ไม้เกตุ (ซ้าย)

"ดีถึงระดับดีมาก อย่างแรกรู้สึกปลอดภัย สอง คุณภาพไม่ได้ลดทอน แม้ราคาจะถูก"

คิดก่อนใช้

เมื่อลูกค้าเบาบางลงแล้ว บีบีซีไทยพูดคุยกับฤดีชนกต่อถึงสถานการณ์ของร้าน เธอยอมรับว่า อีกไม่นานคงถึงจุด "คุ้มทุน" เป็นหลักฐานว่า ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมอยู่ได้ในสังคมไทย

แต่คุณค่าที่ไม่ใช่เม็ดเงินของการทำร้าน ซีโรโมเมนต์ รีฟิลเลอรี คือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

"เราไม่ได้เปิดแล้วสวยงามแบบนี้แต่แรก ทุกคนให้กำลังใจ ให้คำแนะนำเรื่อย ๆ นี่หนูเอานี่มาขายสิ มีปัญหาลองแก้แบบนี้นะ ช่วยเหลือแบบน่ารักมาก"

ประสบการณ์ทำร้านตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ช่วยให้ตกผลึกได้ว่า เธออยากสร้างความตระหนักรู้ให้ลูกค้าอยากใช้ซ้ำ ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "การคิดก่อนใช้" ฤดีชนก จงเสถียร

"การคิดก่อนใช้ ลูกค้าต้องคิดแล้วว่า จะนำไปใช้ทำอะไร ปริมาณเท่าไหร่" เมื่อเกิดความตระหนักเหล่านี้แล้ว "มันจะต่อยอดไปสู่ชีวิตปกติ การขับรถยนต์ การใช้น้ำมัน และทุก ๆ อย่าง เขาจะคิดก่อนใช้"

ความประทับใจหนึ่งที่ฤดีชนกไม่เคยลืม และเป็นแรงผลักดันให้ทำร้านนี้ให้ดีขึ้น

"ลูกค้าจับมือแล้วขอบคุณเรา ที่เปิดร้านแบบนี้ ดีใจมากค่ะ" เธอตอบด้วยรอยยิ้มสดใส รอยยิ้มเดียวกับที่พร้อมต้อนรับลูกค้าทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนร้านค้ารักษ์โลกแห่งนี้

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประโยคบนผนังร้าน "ช่วยโลกของเรา เพราะเป็นดาวเคราะห์เดียวที่มีช็อคโกแลต"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม