“มิสเตอร์คอนดอม” ห่วงวัยว้าวุ่นติดซิฟิลิสเพิ่มระนาว แนะเด็กสอนเด็กจะได้ผล

  • 14 พฤษภาคม 2019
มีชัย Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ มีชัยใช้กิจกรรมการเล่นเกมเป็นการสอนเรื่องเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้แก่เยาวชนและผู้ที่สนใจ

"ทุกอย่างในโลกนี้สนใจเรื่องเพศหมด ก้อนหินเท่านั้นที่ไม่สนใจ" มีชัย วีระไวทยะ ชายสูงวัยที่ดูอ่อนกว่าอายุจริง 78 ปี และครั้งหนึ่งชื่อของเขาถูกใช้เรียกแทน "ถุงยางอนามัย" กล่าวกับ บีบีซีไทย

"เราจะเน้นว่าความสนใจในเรื่องเพศ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก เกิดมาได้รับความสนใจหรือถูกฝังความสนใจเรื่องเพศไว้ เพราะฉะนั้นดูแลมันให้ดี อย่าเป็นทาสมันให้เป็นนายมัน อย่าให้มันมาบริหารชีวิตเรา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง"

มีชัย หรือที่รู้จักกันทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกว่า "มิสเตอร์คอนดอม" หรือ "ราชาแห่งถุงยาง" ผู้บุกเบิกและแนะนำให้ประเทศไทยได้รู้จักกับถุงยางอนามัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ในยุคที่เริ่มรณรงค์การวางแผนครอบครัว เขาสร้างความเข้าใจให้คนไทยหันมาใช้ถุงยางอนามัยกันมากถึง 90 % ในขณะนั้น

ทว่า ผ่านไป 4 ทศวรรษ การใช้ถุงยางอนามัยในหมู่คนรุ่นใหม่ดูเหมือนจะลดลง สวนทางกับการแพร่ระบาดของโรคซิฟิลิส และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

กล้าปลอดภัย อายติดโรค

พนักงานของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิทซอย 12 บอกกับบีบีซีไทยว่าลูกค้าวัยรุ่นที่เข้ามาในร้านมักจะมีอาการเคอะเขิน เมื่อต้องหยิบจับสินค้าประเภทถุงยางอนามัยหรือสารหล่อลื่น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นผู้ชายที่บางรายถึงกับเดินออกจากร้าน โดยไม่ซื้อสินค้าชนิดนั้น ต่างกับลูกค้าที่เป็นผู้หญิงที่จะมีความกล้ามากกว่า

แต่มีชัยเห็นว่าทัศนคติเช่นนี้ไม่ถูกต้อง

Image copyright Bangkok STIs Center

"มาอายได้ไง นี่มันช่วยชีวิตเราไว้นะ ทำให้คนไทยไม่ตาย อาจจะเป็นพ่อแม่เราด้วยซ้ำนะ ที่มีชีวิตอยู่กับเราเพราะใช้ถุงยาง เราต้องดูว่าถุงยางมันมีประโยชน์ มันช่วยประหยัดชีวิต และช่วยชีวิตคนไทยไปกว่า 10 ล้านคนต่อปี แล้วเราจะมาอายมันได้ยังไง นี่มันช่วยทำให้คนไทยได้อยู่ต่อในประเทศไทยมากกว่า 10 ล้านคน เพราะฉะนั้นควรจะรักมัน ควรจะนับถือมัน ไม่ใช่มาอาย"

รายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2560 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แสดงให้เห็นว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในไทย และกราฟแสดงจำนวนผู้ติดเชื้อโรคซิฟิลิสนั้นพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ สาเหตุหนึ่งเกิดจากผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ เนื่องจากไม่เคยผ่านการตรวจคัดกรองโรคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชน อายุตั้งแต่ 15 - 24 ปี

ในขณะที่กลุ่มคนหนุ่มสาวกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก แต่กลุ่มเสี่ยงใหม่ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือกลุ่มประชากรที่มีอายุน้อยกว่านั้น โดยกรมควบคุมโรคพบว่าพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยลดลง สวนทางกับพฤติกรรมของหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน ที่มีเพศสัมพันธ์กันมากขึ้น และเริ่มมีเพศสัมพันธ์ขณะมีอายุน้อยกว่าเดิมคือ 13 - 15 ปี

สถิติผู้ป่วยกามโรค 5 โรคหลัก ปี 2552 - 2561

โรคซิฟิลิสและหนองในมีอัตราการติดเชื้อที่สูงที่สุด

หมายเหตุ: หน่วยประชากรต่อแสนคน
Source: กรมควบคุมโรค

โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้การเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีแนวโน้มสูงขึ้นคือ การใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มวัยรุ่นลดลง รายงานของกรมควบคุมโรคชี้ว่าช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ.2561 มีผู้ซื้อถุงยาง 35.4 ล้านชิ้น ลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560

Image copyright Panumas Sanguanwong/BBC THAI

ผู้บุกเบิกกระแสเซฟเซ็กส์ในไทย

เมื่อมองย้อนกลับไปในสังคมไทยเมื่อ 45 ปีที่แล้ว จะเห็นได้ว่าความรู้เรื่องเพศศึกษาในสังคมไทยยังมีอยู่อย่างจำกัด ด้วยเหตุผลทาง วัฒนธรรมและความเชื่อแบบเดิม ทำให้การพูดคุยเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้อย่างเป็นปกติ

"เพศมันเสียหายเหรอ ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์เนี่ยเราไม่เกิดมานะ เราเกิดมาเพราะมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ถูกต้อง และเวลาที่ถูกต้อง มันต้องเลือกให้ถูกเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลย" มีชัยกล่าว

Image copyright Panumas Sanguanwong/BBC THAI

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 ที่มีการก่อตั้งสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนขึ้น โดยมีเป้าหมายลดการเกิดของประชากร ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นทุกปี มีชัยได้สร้างกระแสความตื่นตัวในการใช้ถุงยางอนามัย จนคำว่า "ถุงมีชัย" กลายเป็นคำฮิตติดหู

เขายังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย หลังไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ในช่วงปี 2533

มีชัยเริ่มแจกถุงยางอนามัยในทุกจุด ทั้งในปั๊มน้ำมัน ทางด่วน บนรถประจำทาง หรือธนาคาร โดยมีคำชี้แจงเรื่องโรคเอดส์ อย่างละเอียดแนบไปด้วย

Image copyright Panumas Sanguanwong/BBC THAI

"เราแจกถุงยางให้คนดู เขาก็เกิดความตื่นตัว สนับสนุนด้วย แล้วก็หัวเราะบ้าง อายบ้าง แต่ทำให้เกิดปฏิกริยาขึ้น เราก็เลยมองว่าถุงยางนี่เป็นสัญลักษณ์ที่ดี เราถึงแจกถุงยางให้เด็กเป่าเป็นลูกโป่งเล่น หรือจะเอามาทำเป็นหนังสติ๊กรัดผมก็ได้ แล้วก็ใช้ขัดรองเท้า" เขาย้อนถึงความพยายามในการทำให้การสัมผัสถุงยางอนามัย เป็นเรื่องปกติ และพยายามปรับทัศนคติของคนไทยให้เห็นว่าการใช้ถุงยางไม่ใช่เรื่องต้องห้าม

รัฐบาลในอดีตให้ความร่วมมือ

มีชัยเห็นว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้การรณรงค์ในอดีตประสบผลสำเร็จ คือแรงสนับสนุนจากรัฐบาล

"เราคาดว่าจะมี 2-4 ล้านคนที่จะติดเชื้อเอดส์และเสียชีวิตในปี 2533 เราก็จัดการรณรงค์อย่างหนักหน่วง จนในที่สุดในรัฐบาล คุณอานันท์ ปันยารชุน ก็เอาด้วย และได้สั่งการให้มีการรณรงค์เผยแพร่ผ่านสื่อที่หลากหลายเพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้ และความเข้าใจกับประชาชน"

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

"ก็เริ่มไปได้อย่างดี ทำให้การใช้ถุงยางเพิ่มขึ้น 90% เพิ่มขึ้น ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ผู้ขายบริการทางเพศหรือคนทั่วไป เพราะเข้าใจเรื่องเอดส์" มีชัย อธิบาย

มีชัยอธิบายเพิ่มเติมว่าการกลับมาระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับกลุ่มของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หรือกลุ่มคนที่ทำงานในสถานบริการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดในหมู่เยาวชนและมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เยาวชนเหล่านี้ขาดความรู้ เพราะไม่มีการบรรจุเรื่องเพศศึกษาในหลักสูตรการเรียน ทำให้ไม่มีการเรียนการสอนอย่างจริงจัง

ติดอาวุธให้เยาวชน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในงานคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาแทบทั้งชีวิต มีชัยเห็นว่าเยาวชนคือผู้ที่จะสื่อผ่าน ความรู้ระหว่างกันได้ดีที่สุด

Image copyright Panumas Sanguanwong/BBC THAI
คำบรรยายภาพ มีชัยใช้สื่อต่าง ๆ ในการสอนให้เยาวชนได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับเพศศึกษา

"เท่าที่ผมได้สังเกตการณ์ดูแล้วจากประสบการณ์คือ เด็กอธิบายให้กับเด็กดีที่สุด พ่อแม่ก็อย่าขวางก็แล้วกัน พ่อแม่อาจมีหนังสือให้ลูกอ่านบ้าง แต่อ่านอย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องมีการคุยกัน แต่เด็กกับเด็กจะช่วยอธิบายให้กันได้ดีที่สุด

มีชัยสร้างตัวอย่างด้วยการฝึกให้เด็กนักเรียนในโรงเรียน "มีชัยพัฒนา" ที่เขาตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2552 ได้รับความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างถูกต้องและทำให้เรื่องการใช้ถุงยางอนามันไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอาย

Image copyright Panumas Sanguanwong/BBC THAI

น.ส.กุสุมา บุตรพรม อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนมีชัยพัฒนา บอกกับบีบีซีไทยว่า เคยอายกับการต้องคุย เรื่องเพศศึกษาหรือต้องสัมผัสกับถุงยางอนามัย เพราะได้รับการปลูกฝังจากทางบ้านว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ผิด และไม่ควรทำ

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ กุสุมา บุตรพรม หนึ่งในนักเรียนของโรงเรียนมีชัยพัฒนา

"ส่วนตัวแล้วคิดว่าเรื่องของเพศสัมพันธ์หรือเรื่องของเพศเป็นเรื่องที่เราทุกคนห้ามตัวเองไม่ได้ คือมันเป็นเรื่องของธรรมชาติค่ะ แต่ก่อนหนูก็รู้สึกอาย รู้สึกไม่กล้าจับถุงยางอนามัยเพราะว่ารู้สึกว่าจากการที่เขาเล่ามาเนี่ยถุงยางอนามัยมันเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ในปัจจุบันเราได้เรียนรู้ เรามีความรู้และความเข้าใจ ทำให้สามารถนำความรู้ตรงนี้ไปช่วยสอนเพื่อน ๆ ในโรงเรียน หรือภายในชุมชนได้" กุสุมากล่าว

มีชัย ซึ่งได้สร้างโอกาสให้เยาวชนนับร้อยคนได้มีความรู้ในเรื่องเพศสัมพันธ์ ตั้งความหวังว่ารัฐบาลที่จะเข้ามารับหน้าที่จะเอาจริง เอาจังกับเรื่องนี้เช่นรัฐบาลในอดีต เขาเองพร้อมสนับสนุนทรัพยากรที่มีอยู่และร่วมมือติดอาวุธเรื่องเพศศึกษาให้เยาวชนไทยทุกคน

Image copyright Panumas Sanguanwong/BBC Thai