ประชาธิปัตย์ : คัดหัวหน้า หาแนวทางฟื้นฟูพรรคเก่าสุดของประเทศ

  • 14 พฤษภาคม 2019
แคนดิเดตหัวหน้า ปชป. Image copyright กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์
คำบรรยายภาพ 4 แคนดิเดตหัวหน้า ปชป.

การเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงสู่ "จุดต่ำสุด" ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของพรรค เมื่อต้องตกที่นั่ง "พรรคต่ำร้อย" เป็นผลให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่อาจรักษาสถานะ "หัวหน้าพรรค" ที่เขายึดครองมายาวนานเกือบ 14 ปีเอาไว้ได้

52 วันหลัง อภิสิทธิ์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง กระบวนการขับเคี่ยว-แข่งขันกันชิงเก้าอี้หัวหน้า ปชป. คนใหม่เกิดขึ้น ก่อนได้บทสรุป 15 พ.ค. นี้ ซึ่งไม่เพียงทำให้พรรคการเมืองเก่าแก่มีผู้นำใน "ยุคฟื้นฟูพรรค" แต่ยังหมายถึงอนาคต ปชป. ว่าจะเข้าร่วม "รัฐบาล" หรือตกที่นั่ง "ฝ่ายค้าน" อีกด้วย

บีบีซีไทยรวบรวมความเคลื่อนไหวของพลพรรค ปชป. ก่อนเปิดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารชุดใหม่

แคนดิเดตมีใครบ้าง?

ผู้เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้า ปชป. มีทั้งสิ้น 4 คน แต่ละคนมีทั้งคุณสมบัติทางการเมืองที่เหมือนและแตกต่างจากคู่แข่ง โดยแคนดิเดต 3 คนเคยมีตำแหน่ง "รองหัวหน้าพรรค" และ 3 คนเคยมีดีกรีเป็น "รัฐมนตรี" ส่วนอีก 1 คนผ่านงานการเมืองท้องถิ่นมาก่อน

แคนดิเดต ตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งสูงสุดในพรรค
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมต. 5 กระทรวง, ส.ส. 11 สมัย (พังงา, บัญชีรายชื่อ) รักษาการหัวหน้าพรรค
กรณ์ จาติกวณิช รมต. 1 กระทรวง, ส.ส. 4 สมัย (กทม., บัญชีรายชื่อ) รองหัวหน้าพรรค
อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กทม. 2 สมัย, ส.ส. 2 สมัย (กทม., บัญชีรายชื่อ) รองหัวหน้าพรรค
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมต. 1 กระทรวง, ส.ส. 6 สมัย (กทม., บัญชีรายชื่อ -

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวม

ถึงขณะนี้มีแคนดิเดต 2 คนที่เปิดตัว "เลขาธิการพรรคคู่ใจ" คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค เปิดตัว เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต ส.ส. ประจวบคีรีขันธ์ และอดีตเลขาธิการพรรค พ่วงสถานะหัวหน้ากลุ่ม "เพื่อนเฉลิมชัย" ซึ่งเคยมี ส.ส. ในความดูแลสูงสุด 40 ชีวิต ทว่าในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เฉลิมชัย สอบตก-พ่ายคู่แข่งไป 106 คะแนน

อีกคนคือ กรณ์ จาติกวณิช เปิดตัว ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส. ตาก และอดีตแกนนำ กปปส. ร่วมชิงเก้าอี้เลขาธิการพรรค หวังล้างภาพจำของสังคมว่า ปชป. เป็น "พรรคนักการเมือง+นักกฎหมาย" ด้วย "ทีมที่แตกต่างจากอดีต" เพราะ "เหมือนเป็นทีมเศรษฐกิจการเงิน+วิศวกร" อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แคนดิเดตหัวหน้า ปชป. พยายาม "ฉีกขนบเดิม" ของพรรค เพราะในการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคล่าสุดเมื่อ พ.ย. 2562 นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก ก็เสนอตัวขอเป็น "หัวหน้าพรรคคนเหนือ" คนแรกของ ปชป. หวังล้างภาพลักษณ์ "พรรคปักษ์ใต้" ที่ฝังอยู่กับ ปชป. มายาวนาน

ส่วน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่ได้เปิดชื่อ "พ่อบ้านพรรคคู่ใจ" ต่อสาธารณะแต่อย่างใด ทว่าสังคมได้เห็น "เงา" ของใครบางคนที่เคลื่อนไหวอยู่หลังม่าน พีระพันธุ์ ยอมรับว่า ถาวร เสนเนียม ส.ส. สงขลา และอดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งเคยเป็นผู้สนับสนุนหลัก นพ. วรงค์ ในการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรครอบก่อน ร่วมเป็นทีมงานของเขา ส่วนเลขาธิการพรรค "เป็นใครก็ได้"

เช่นเดียวกับ อภิรักษ์ ที่ได้ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ตรัง และอดีตแกนนำ กปปส. อีกคน เป็นโต้โผจัดแจงแผนหาเสียงภายใน แต่แคนดิเดตรายนี้ได้เปิดชื่อ "ทีมอภิรักษ์" 12 คนซึ่งมีทั้งคนในและคนนอกพรรค เพื่อชูจุดขายการทำงานเป็นเครือข่าย "การบริหารพรรคนั้น ไม่ใช่ปล่อยให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค "บริหารงานเหมือนเป็นซูเปอร์แมน"

สถิติน่ารู้เกี่ยวกับ 7 หัวหน้า ปชป.

  • 5 คน ภูมิลำเนาอยู่ กทม.

  • 2 คน ภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้

  • 1 คน เป็นคนนอกพรรค

  • 22 ปี ระยะเวลาครองอำนาจยาวนานสุดของหัวหน้าพรรค

  • 22 เดือน ระยะเวลาครองอำนาจสั้นที่สุดของหัวหน้าพรรค

BBC Thai

ใครคือผู้กำหนดตัวผู้นำพรรคคนใหม่ ?

"นวัตกรรม" ที่ อภิสิทธิ์ คิด-สร้าง-นำมาใช้ในศึกชิงหัวหน้าพรรคเมื่อ พ.ย. 2561 กลายเป็นเพียง "อดีต" เพราะในการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้ "งด" ระบบการหยั่งเสียงเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี) ด้วย "ข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานการณ์" หลังมีคำเตือนจากบรรดาผู้อาวุโสของพรรคว่า "ไม่ต้องการให้เกิดภาพความแตกแยกภายในพรรค"

การหาเสียงของบรรดาแคนดิเดตในช่วงที่ผ่านมา ใช้วิธีพบปะพูดคุยกลุ่มย่อย แสดงวิสัยทัศน์ต่อสมาชิกพรรคเป็นรายภาค ณ ที่ทำการพรรค และแสดงวิสัยทัศน์รวมต่อหน้าผู้มีสิทธิลงคะแนน (โหวตเตอร์) คนละ 15 นาทีที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ในวันเข้าคูหา

Image copyright ABHISIT VEJJAJIVA/FB
คำบรรยายภาพ หัวหน้า ปชป. สามรุ่น (จากซ้ายไปขวา) บัญญัติ, อภิสิทธิ์, ชวน

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลจาก น.ต. สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค พบว่า โหวตเตอร์ของพรรคมีทั้งหมด 309 คน มาจาก 19 กลุ่มซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับพรรค

กลุ่มแรก ส.ส. 52 คน ที่ได้เข้าสภาหมาด ๆ มีค่าน้ำหนักในการโหวต 70% หรือคิดเป็น 1 คน ต่อ 1.346 คะแนน ประกอบด้วย ส.ส. ภาคใต้ 22 คน, ส.ส. ภาคกลาง 8 คน, ส.ส. ภาคอีสาน 2 คน, ส.ส. ภาคเหนือ 1 คน และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 19 คน

กลุ่มที่สอง 257 คน มาจาก 18 กลุ่มที่เหลือ มีค่าน้ำหนักในการโหวต 30% หรือคิดเป็น 1 คน ต่อ 0.116 คะแนน ประกอบด้วย รักษาการกรรมการบริหารพรรค 22 คน, อดีตหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค 2 คน, อดีต ส.ส. 125 คน, อดีตรัฐมนตรี 2 คน, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 คน, สมาชิก อบจ. 4 คน, สมาชิกเทศบาล 1 คน, หัวหน้าสาขาพรรค 8 คน, ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด 63 คน, ตัวแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 2 คน, ตัวแทนสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) 2 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. ชุดล่าสุด 25 คน

โหวตเตอร์ที่มีพลังสูงสุดจึงหนีไม่พ้นกลุ่มผู้แทนฯ ทั้ง 52 คน ผอ.พรรค ปชป. บอกว่า หากเทียบสัดส่วนคะแนนของ ส.ส. ปี 2562 ต่อกลุ่มอื่น ๆ ก็เท่ากับว่าสมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ราว 12 เสียง ถึงจะเทียบได้กับการโหวต 1 เสียงของ ส.ส.

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

บทเรียนจากเลือกตั้ง 24 มี.ค.

แม้ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง 2562 ไม่ใช่เรื่องเหนือคาดสำหรับพรรค 7 ทศวรรษ ทว่าการ "แพ้ยับ" เป็นสิ่งที่นักเลือกตั้ง ปชป. คาดไม่ถึง

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพรรคคือ

  • ตกที่นั่ง "พรรคต่ำร้อย" ในรอบ 14 ปี โดยครั้งสุดท้ายคือเลือกตั้งปี 2548 ภายใต้การนำของ บัญญัติ บรรทัดฐาน ได้ ส.ส. 96 เสียง
  • แพ้การเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 27 ปี นับจากสัมผัสชัยชนะครั้งสุดท้ายเมื่อ ก.ย. 2535 และได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
  • คะแนนมหาชน (ป๊อบปูลาร์โหวต) หายไป 7.48 ล้านเสียง โดยได้คะแนนเพียง 3.95 ล้านเสียง จากการเลือกตั้งปี 2554 เคยมี 11.43 ล้านเสียงยืนเป็นหลังพิง
  • เสียสถานะ "พรรคอันดับ 2" ในรอบ 24 ปี นับจากปี 2538 ที่รั้งสถานะพรรคเบอร์ 2 มาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ ปชป. ต้องกลายเป็น "พรรคอันดับ 4" ด้วยยอด ส.ส. 52 เสียง
  • เสียพื้นที่ภาคใต้ให้แก่พรรคอื่น ๆ อีก 4 พรรค รวม 28 เสียง แม้ ปชป. จะยังครองเสียงสูงสุดในภาคใต้รวม 22 เสียงก็ตาม
  • จ. ตรัง ซึ่งถูกมองว่าเป็น "เมืองหลวง" ของพรรคถูกตีแตก ในรอบ 24 ปี นับจาก ปชป. เริ่มชนะยกจังหวัดตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2538
  • สูญพันธุ์ใน กทม. ครั้งแรก นับจากผ่านช่วงเวลายากที่สุดในสนาม กทม. ในการเลือกตั้ง มี.ค. 2535 ซึ่ง อภิสิทธิ์ เป็นหนึ่งเดียวของพรรคหลุดเข้าสภาได้

แกนนำ ปชป. บางส่วนสรุปบทเรียนตรงกันว่าเป็นผลจากการปล่อย "แคมเปญหาเสียงเลือกตั้งสุดท้ายที่ผิดพลาด" ของ อภิสิทธิ์ ด้วยการประกาศไม่สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัย ซึ่งเป็นเพราะ "ไม่เข้าใจกระแสอนุรักษ์นิยมที่ยังมีอยู่สูงในหมู่ผู้สนับสนุน ปชป."

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ภารกิจที่รออยู่

แม้ ปชป. เพิ่งเข้าสู่ "จุดต่ำสุด" ในรอบหลายทศวรรษ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า "พรรคครึ่งร้อย" พลิกกลับมามี "อำนาจต่อรองสูงสุด" ในการชิงกันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลของ 2 ขั้วการเมือง ระหว่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่รวมเสียงได้ 245 เสียง กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่รวมเสียงแข่งได้เบื้องต้น 135 เสียง เหลือ 52 เสียงจาก ปชป. และ 51 เสียงจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เข้าไปเติมเต็ม-ชี้ขาดชัยชนะในการจัดตั้งรัฐบาลของขั้วใดขั้วหนึ่ง

ถึงขณะนี้แคนดิเดตหัวหน้า ปชป. ทั้ง 4 คนยังไม่เคยหลุดปากระบุชัด ๆ ว่าจะจับมือกับขั้วใด มีเพียงคำบอกใบ้-ส่งสัญญาณจากเพื่อนร่วมพรรคอย่าง สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ตรัง ที่กล่าวว่า อภิรักษ์ และพีระพันธุ์ พูดตรงกันว่าหากได้เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคมีมติเข้าร่วมรัฐบาล ก็จะไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ

  • จุรินทร์ : ยังไม่ได้มีการพิจารณา-ยังไม่ทราบ-ยังไม่มีมติ-ยังไม่ถึงเวลาตอบ
  • กรณ์ : จะฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก
  • อภิรักษ์ : จุดยืนจะเกิดขึ้นหลัง 15 พ.ค.
  • พีระพันธุ์ : หากเพื่อน ๆ มีมติให้พรรคเข้าร่วมรัฐบาล ผมจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใด ๆ

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. จากกลุ่มนิวเด็ม คาดหวังจะเห็นบทบาท "ฝ่ายค้านอิสระ" ของ ปชป. พร้อมดักคอหัวหน้าพรรคคนต่อไปว่า ให้คำนึงถึง 3.9 ล้านเสียงที่มอบให้ ส.ส. ปชป. "พรรคที่ประกาศชัดว่าจะไม่สนับสนุนรัฐบาลที่สุ่มเสี่ยงต่อการสืบทอดอำนาจ"

อย่างไรก็ตามเสียงที่บรรดานักเลือกตั้งอาชีพแก่พรรษาการเมืองตามหา-ให้ความสำคัญ อาจเป็นเสียงของมวลชน 7 ล้านเสียงที่หายไป เพราะคำประกาศ "ไม่สนับสนุนลุงตู่" ของหัวหน้าพรรคคนก่อน พวกเขาจึงเตรียมฉายวิสัยทัศน์ว่าด้วยการ "กอบกู้ฟื้นฟูพรรค-เรียกศรัทธาจากประชาชน" ให้บรรดาโหวตเตอร์ได้เห็น

ถึงขณะนี้นักวิเคราะห์การเมืองยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่าหัวหน้า ปชป. คนใหม่จะชื่ออะไร แต่มีการคาดการณ์กันว่า ปชป. มีแนวโน้มจะเลือกเข้าฝ่ายรัฐบาล ตามแผนบันได 3 ขั้น

  • ขั้นแรก ฟื้นฟูและรักษาพรรคไม่ให้เกิดปรากฏการณ์ "พรรคแตก" หรือ "เกิด ส.ส. งูเห่า" กรณี ปชป. ไม่เข้าร่วมรัฐบาล
  • ขั้นที่สอง เปิดพื้นที่ให้ ส.ต. (อดีตผู้สมัคร ส.ส. ที่สอบตก) ได้มีที่ทางในการทำงานการเมือง
  • ขั้นที่สาม สร้าง-สะสมฐานกำลังใหม่เพื่อเตรียมพร้อมต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นราวเดือน ส.ค. นี้ และการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งประเทศ

แผนการทั้งหมดนี้คงไม่ราบรื่นนัก หาก "พรรคอันดับ 4" อย่าง ปชป. ต้องตกที่นั่งพรรคฝ่ายค้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม