อนาคตใหม่ : กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ธนาธร ขาดคุณสมบัติ ส.ส. ส่วนเจ้าตัวประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

  • 16 พฤษภาคม 2019
ธนาธร Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต. ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3)

มติ กกต. ที่ออกมาถูกชี้แจงผ่านเอกสารข่าวที่มีเนื้อหาเพียง 6 บรรทัด และนำมาแจกจ่ายสื่อมวลชนวันนี้ (16 พ.ค.) โดยไม่มีการเปิดแถลงข่าวแต่อย่างใด

สำหรับนายธนาธร เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ผันตัวจากการเป็นนักธุรกิจมาสู่สนามการเมืองครั้งแรก โดยสามารถนำลูกพรรคเข้าสภาได้ถึง 80 คน โดยที่พรรคการเมืองที่มีอายุเพียงขวบเดียวได้รับคะแนนมหาชน (ป๊อบปูลาร์โหวต) ถึง 6.25 ล้านเสียง

Image copyright พรรคอนาคตใหม่

กกต. มีมติเมื่อ 23 เม.ย. แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธนาธร หลังพบว่ามีหลักฐานเบื้องต้นฟังได้ว่าเขาเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น โดยมีนายศรีสุวรรณ จรรยา เป็นผู้ร้องว่าการถือหุ้นดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.

ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มาตรา 98(3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42(3) กำหนดห้ามมิให้ผู้สมัคร ส.ส. "เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ"

ต่อมาวันที่ 30 เม.ย. นายธนาธรได้เข้าชี้แจงข้อกล่าวหา ก่อนออกมายอมรับกับสื่อมวลชนว่าในระหว่างการเผชิญหน้ากับคณะกรรมการสืบสวนฯ บางช่วงเป็นไปอย่างตึงเครียดและบางช่วงผ่อนคลาย ส่วนตัวรู้สึกว่าคดีนี้มี "มูลเหตุจูงใจทางการเมืองมาก" พร้อมประกาศว่า จะรอให้ คสช. หมดอำนาจ แล้วจะฟ้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีอายุความ 15 ปี

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร แถลงประกาศความพร้อมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดย กล่าวว่า ก่อนการเลือกตั้ง ประชาชนทุกภูมิภาค อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง คาดหวังว่าการเลือกตั้งจะเป็นทางออก เป็นความหวังให้ว่าสังคมไทยได้เดินทางจะกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลัง 24 มี.ค. ทำให้ ความหวัง ความตื่นตัว ที่อยากเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า เป็นประชาธิปไตยของประชาชนเริ่มลดน้อยถอยลง ประชาชนรู้สึกว่ามีเลือกตั้งหรือไม่มีเลือกตั้งก็เหมือนเดิม ก่อนการเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้งก็เหมือนเดิม

"พรรคอนาคตใหม่ไม่อาจปล่อยให้สังคมสิ้นหวัง เราจะไม่ยอมให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปอย่างไม่มีความหวัง พวกเราขอยืนยันเจตนารมย์ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่การก่อตั้งพรรค นั่นคือ ภารกิจอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคอนาคตใหม่ คือ การหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช." นายธนาธรกล่าว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

นายธนาธรกล่าวอีกว่า ขณะนี้สังคมไทยมีแต่ความคลุมเครือ ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ด้วยการนี้ เพื่อจะเพื่อหยุดยั้งความคลุมเครือทั้งหมด พรรคอนาคตใหม่จึงขอประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

"ดังนั้น เพื่อขจัดความคลุมเครือ สิ้นหวัง เราจะจัดตั้งรัฐบาลเอง และถ้าหากพรรคอนาคตใหม่สามารถรวบรวมเสียงและจัดตั้งรัฐบาลได้ ผม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะเป็นนายกรัฐมนตรี ผมขอประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช." นายธนาธรกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม