เทียบฟอร์ม สุชาติ-วิรัช ชิงดำเก้าอี้ประธานสภา

  • 19 พฤษภาคม 2019
สุชาติ ตันเจริญ และวิรัช รัตนเศรษฐ Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 25 พ.ค. นี้ โดยถือเป็น "ยกแรก" สำหรับการเช็คเสียง ส.ส. ก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

แม้มีความแตกต่างอยู่ตรงที่การเลือกตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ จะใช้วิธี "โหวตลับ" โดยมีเพียง ส.ส. ที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีสิทธิออกเสียง แต่ ไม่มีตัวช่วยเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 เสียงมาร่วมลงคะแนน เหมือนการเลือกนายกรัฐมนตรีอันจะใช้วิธีขานชื่อลงคะแนนเปิดเผย

ในสถานการณ์ "เสียงปริ่มน้ำ" ซึ่งทุกอย่างสามารถพลิกผันได้ตลอดเวลา ตำแหน่งประธานสภาจึงยิ่งทวีความสำคัญ จนสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกนายกรัฐมนตรี

เวลานี้ "พรรคพลังประชารัฐ" ซึ่งชิงออกตัวรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ปรากฏชื่อแคนดิเดตประธานสภา คือ สุชาติ ตันเจริญ ส.ส. ฉะเชิงเทรา และ วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งที่ประชุมพรรคจะพิจารณาหาข้อยุติสุดท้ายว่าจะส่งใคร แต่ขณะเดียวกันก็ข่าวลือ-ข่าวปล่อยว่าพรรคพลังประชารัฐอาจสละเก้าอี้ "ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ" เพื่อแลกกับการดึงเสียงของ "พรรคครึ่งร้อย" ที่ยังไม่แสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจน เข้ามาร่วมรัฐบาล

ฝั่ง สุชาติ ตันเจริญ ถูกมองว่ามีแต้มต่อในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภา 2 สมัย เริ่มตั้งแต่เมื่อปี 2545 ยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีทั้ง "ลูกล่อลูกชน" เคยงัดเทคนิคชิงปิดประชุมสภา ก่อน ส.ส. ฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม ในช่วงเสียงปริ่มน้ำ

สมัยที่สอง ปี 2548 สุชาติ ให้สัมภาษณ์ในช่วงรับตำแหน่งว่า "ไม่หนักใจอะไรเพราะที่ผ่านมาหนักหนากว่านี้ ครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่คิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะยกระดับสภานิติบัญญัติให้ดีขึ้น"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ส่วนการอาสาตัวลงสมัครเป็นประธานสภาในครั้งนี้ สุชาติ ออกตัวว่า การทำหน้าที่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ไม่เหมือนรัฐสภาในยุคก่อน ๆ ซึ่ง ส.ส. เหมือนในต่างประเทศที่มีอำนาจในการตันสินใจเอง มีความเป็นอิสระสูง แต่ก็คงไม่มีอะไรมาก

"การทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมอาจยุ่งเล็กน้อย แต่การปฏิบัติหน้าที่ต้องยึดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมเป็นหลัก" สุชาติกล่าวและว่า คะแนนเสียงที่ก้ำกึ่งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะไม่เป็นปัญหาต่อการควบคุมการประชุมในสภาฯ

ในทางการเมือง สุชาติ ผ่านการเป็นผู้แทนฯ มาหลายสมัย สังกัดพรรคการเมืองมาก็หลายพรรค ทั้ง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไท พรรคชาติไทย พรรคไทยรักไทย เคยดำรงตำแหน่ง รมช. มหาดไทย ในปี 2535 และ 2538

กลายเป็นที่จับตาในฐานะนักการเมืองหนุ่ม "กลุ่ม 16" ที่เคยมีบทบาทสำคัญทางการเมือง ก่อนจะรวมสมัครพรรคพวกจนเป็นที่รู้จักในนาม "กลุ่มบ้านริมน้ำ"

ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคทั้ง พรรคชาติไทย และพรรคไทยรักไทย จน ปี 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

ในระหว่างดำรงตำแหน่ง มท.2 สุชาติ ถูก สุเทพ เทือกสุบรรณ จากประชาธิปัตย์ อภิปรายกรณีธุรกรรมเชื่อมโยงในธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี ที่นำไปสู่การปิดธนาคาร และสุชาติ ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจรัฐออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ แต่ต่อมาอัยการไม่สั่งฟ้อง

ส่วน วิรัช รัตนเศรษฐ ชื่อชั้นก็ไม่ได้เป็นรองเสียทีเดียว โดยเฉพาะกับผลงานการเลือกตั้งรอบล่าสุด ในฐานะ "แม่ทัพน้อยอีสาน" ของพรรคพลังประชารัฐ ดูแลพื้นที่ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และ เลย

ก่อนหน้านี้ เขารวมตัวตั้งกลุ่ม "กลุ่มพลังโคราช" ร่วมกับอดีต ส.ส. ทั้ง จำลอง ครุฑขุนทด, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, บุญจง วงศ์ไตรรัตน์, อัสนี เชิดชัย, ภิรมย์ พลวิเศษ และ พ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ ที่ลุยทำพื้นที่อย่างหนักจนผลออกมาตามเป้าที่วางไว้

Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
คำบรรยายภาพ เวทีปราศรัย พรรคพลังประชารัฐที่โคราช

จากพื้นที่ 14 เขต พลังประชารัฐ สามารถเอาชนะได้ 4 เขต จากตระกูล "รัตนเศรษฐ" ล้วน ๆ ได้แก่ ทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยาของวิรัช, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนโต, ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนรอง และ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องสาวภรรยาของ วิรัช

ที่ผ่านมา วิรัช ได้รับเลือกเป็นผู้แทนฯ เมืองย่าโมหลายสมัย ตั้งแต่ปี 2529 ในสังกัดพรรคชาติไทย ก่อนจะย้ายมา พรรคมหาชน และรับตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค ต่อมาได้ตัดสินใจมาลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ กับพรรคเพื่อไทย ในปี 2554 และ 2557

ประสบการณ์การเมืองเคยได้รับ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ของ บรรหาร ศิลปอาชา และ ได้รับตำแหน่ง รมช. เกษตรและสหกรณ์ ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย แต่ต้องลาออกเพราะเจอข้อครหาในโครงการผักสวนครัวรั้วกินได้

อีกจุดแข็งของ วิรัช ว่ากันว่าอยู่ตรงแรงหนุนจาก บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หลังทำผลงานเอาชนะคู่แข่งจากเพื่อไทยได้ในหลายพื้นที่

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

แต่ปัญหาอยู่ที่คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลใน จ.นครราชสีมา ซึ่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แจ้งข้อกล่าวหา วิรัช จนเกรงว่าอาจกระทบภาพลักษณ์ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ จนมีข่าวว่าอาจวางตัว วิรัช ไปรับหน้าที่ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) แทน

แต่ล่าสุด วิรัช ยังออกตัวว่าแล้วผู้ใหญ่จะเลือกว่าเหมาะสมให้ทำหน้าที่ตรงไหน ก็สามารถทำได้ และมั่นใจว่าทำได้ทุกหน้าที่เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยขาดประชุมครั้งสำคัญ มาสภาก่อนเวลา

ส่วนผลจะออกมา เป็น คนใน อย่าง สุชาติ หรือ วิรัช หรือยกเก้าอี้ให้ คนนอก ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคจะเป็นผู้พิจารณา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม