เลือกตั้ง 2562 : มติภูมิใจไทย ส่ง อนุทิน เจรจาพรรคที่ยัง “กั๊ก” ร่วมรัฐบาลขั้วไหน

  • 20 พฤษภาคม 2019
ภูมิใจไทย Image copyright Panupong Changchai/bbc thai

ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีมติมอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ดำเนินการประสานงานกับพรรคการเมืองที่ยังไม่มีมติชัดเจนว่าจะเลือกไปร่วมรัฐบาลกับข้างใดเพื่อสร้างความชัดเจนทางการเมือง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการ ภท. เป็นผู้แถลงมตินี้ พร้อมระบุว่า ภายใน 2-3 วันนี้ นายอนุทินจะเชิญพรรคการเมืองต่าง ๆ หารือ แต่จะ "ไม่มีการผูกมัดกัน แต่มาคุยกันให้ชัดเจน เพราะวันนี้แต่ละพรรคยังรออยู่ จึงให้หัวหน้าพรรคไปประสานงาน เพราะการจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็อยู่ที่พรรคที่ยังไม่มีมติ"

แม้ผ่านมา 57 วันหลังการเลือกตั้ง มี 4 พรรคการเมือง ซึ่งมีที่นั่งรวมกันในสภา 116 เสียง ยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะจับมือตั้งรัฐบาลกับขั้วการเมืองใด ระหว่างพรรคเพื่อไทย (พท.) กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ 52 เสียง, ภท. 51 เสียง, พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง และพรรคชาติพัฒนา 3 เสียง

อย่างไรก็ตามเลขาธิการ ภท. ปฏิเสธว่า นี่ไม่ใช่ความเคลื่อนไหวชิงจัดตั้งรัฐบาลของ "ขั้วที่ 3" และไม่ใช่การเจรจาต่อรองผลประโยชน์ใด ๆ เพราะได้ทำทุกอย่างโดยเปิดเผยและโปร่งใส

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า หัวหน้า ภท. จะมีอำนาจในการประสานงานการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียวในนามของพรรค ภายใต้เงื่อนไข 4 ประการที่ ภท. เน้นย้ำมาโดยตลอดคือ

  • การเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
  • การจัดตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น ต้องไม่สร้างความขัดแย้งให้แก่คนในชาติ
  • ต้องรับเอานโยบายของ ภท. ไปเป็นนโยบายของรัฐบาล
  • รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ หรือมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา 500 คน
Image copyright Panupong Changchai/bbc thai
คำบรรยายภาพ หนึ่งในนโยบายที่ ภท. ชูเป็นจุดขายคือ "กัญชาเสรี"

ท่าทีของ ภท. ที่ออกมา เป็นผลจากการประชุม ส.ส. วันนี้ (20 พ.ค.) โดยได้เปิดโอกาสให้ ส.ส. ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ซึ่งนายศักดิ์สยามระบุว่า บางส่วนเห็นควรให้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง บางส่วนอยากให้ไปอยู่อีกฟากหนึ่ง ขณะที่บางส่วนเห็นว่าพรรคควรมีบทบาททำให้การเมืองชัดเจน

นายศักดิ์สยามย้ำว่า ที่ผ่านมา ภท. ยังไม่ได้ประสานงานอย่างเป็นทางการกับพรรคการเมืองใดเลยเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งการไปประสานงานของนายอนุทิน ก็จะหารือเรื่องการดำรงตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงประธานสภาด้วย เพราะต้องการหาข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อลงมติเลือกประธานสภา ในวันที่ 25 พ.ค. นี้

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้า นายอนุทินตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกระแสข่าว "ขั้วที่ 3" จะชิงตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่ได้คุยกับ ปชป. เลย ดังนั้น ภท. ต้องนิ่ง การนิ่งคือสิ่งที่ดีที่สุด และย้ำด้วยว่าถ้าตั้ง "รัฐบาลเสียงข้างน้อย จะไม่มีพรรคภูมิใจไทยแน่นอน พรรคภูมิใจไทยต้องอยู่ในรัฐบาลเสียงข้างมาก"

ถึงขณะนี้ขั้ว พท. สามารถรวบรวมเสียงในสภา เพื่อชิงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว 245 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย (พท.) 136 เสียง, พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) 80 เสียง, พรรคเสรีรวมไทย (สร.) 10 เสียง, พรรคประชาชาติ (ปช.) 7 เสียง, พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) 6 เสียง, พรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) 5 เสียง และพรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) 1 เสียง แต่ต่อมานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ที่อยู่ในขั้วนี้ ก็ได้ประกาศตัวเป็นแกนนำในการรวมรวมเสียงพรรคที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" พร้อมเสนอตัวเป็นนายกฯ

ขณะที่ขั้ว พปชร. มี 137 เสียง จาก พปชร. 115 เสียง, พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) 5 เสียง, พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 เสียง, พรรคทวงคืนผืนป่าแห่งประเทศไทย 2 เสียง, พรรคเสียงเดียว 12 พรรค 12 เสียง (รวมพรรคประชาชนปฏิรูปด้วย)

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม