ประชุมรัฐสภา : เมื่อ "สถานที่ประกอบแต่กรรมดี" ยังสร้างไม่เสร็จ ส.ส.-ส.ว. ชุดใหม่จึงต้องทำงานที่ "บ้านชั่วคราว"

  • 21 พฤษภาคม 2019
โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ Image copyright โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่/FACEBOOK

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 และสมาชิกวุฒิสภา "ชุดเฉพาะกาล" จะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติชุดแรกที่ได้เข้าไปทำหน้าที่ในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่จะเป็นเมื่อไรนั้นยังไม่มีใครบอกได้ เพราะรัฐสภาแห่งใหม่นี้ยังสร้างไม่เสร็จแม้จะล่วงเลยกำหนดเดิมมาถึง 4 ปีแล้วก็ตาม

อาคารรัฐสภาแห่งใหม่หรือ "สัปปายะสภาสถาน" ที่แปลว่า "สถานที่ประกอบแต่กรรมดี" เดิมกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2558 แต่ก็ขยายเวลามาเรื่อย ๆ ล่าสุดคาดว่าจะสร้างเสร็จพร้อมใช้งานปลายปี 2562

เมื่อรัฐสภาแห่งใหม่ยังสร้างไม่เสร็จและอาคารรัฐสภาเดิมบน ถ.อู่ทองใน ที่ใช้งานมา 44 ปี ก็ปิดถาวรไปแล้วหลังการประชุมนัดสุดท้ายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อ 14 มี.ค. บรรดา ส.ส.และ ส.ว.ชุดปัจจุบันจึงอยู่ในสภาพฝ่ายนิติบัญญัติไร้สภา

พิธีทรงเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 พ.ค.นี้จะจัดขึ้นที่ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศแทน ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 25 พ.ค. บรรดา ส.ส.ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ที่ฝ่าด่านการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในรอบ 8 ปีมาได้ ต้องนับหนึ่งการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติกันในห้องประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด ถ.แจ้งวัฒนะ ที่ถูกใช้เป็นรัฐสภาชั่วคราว ขณะที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะจัดขึ้นที่ไหน

ส.ส.บอก "รอได้"

ภาดาห์ วรกานนท์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ บอกว่าเธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ แม้ว่าจะเป็นเพียงสภาชั่วคราวที่บริษัททีโอทีก็ตาม

"ความจริงก็อยากจะเริ่มต้นการทำงานที่รัฐสภาแห่งใหม่ แต่ในเมื่อยังก่อสร้างไม่เสร็จด้วยปัญหาหลาย ๆ อย่าง เราก็รอได้ เพราะถึงอย่างไรผู้แทนราษฎรชุดนี้ก็นับว่าเป็นชุดแรกที่จะได้ใช้สัปปายะสภาสถาน" ภาดาห์กล่าว

อดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ชนะการเลือกตั้งในเขต 6 กทม. (ราชเทวี พญาไท จตุจักร) เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.ในสภาเป็นครั้งแรกบอกว่าเธอพร้อมจะลุยงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ถนัดอย่างเต็มที่แม้จะยังไม่มีที่ทำงานถาวรก็ตาม

Image copyright โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่/FACEBOOK

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย บอกว่าสถานที่ทำงานไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการที่รัฐสภาแห่งใหม่สร้างเสร็จล่าช้ากว่ากำหนดมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลที่ผ่านมาที่ไม่สามารถกำกับการก่อสร้างให้เสร็จได้ตามกำหนด

"โดยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่ต้องใช้ห้องประชุมของทีโอทีเป็นรัฐสภาชั่วคราว แต่อยากตั้งคำถามกับการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเหตุใดถึงปล่อยให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เสร็จล่าช้ากว่ากำหนดมาก ทั้งที่จริง ๆ แล้วทั้งอาคารและระบบทุกอย่างควรจะแล้วเสร็จและพร้อมใช้ในการประชุมสภาครั้งนี้"

ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตด้วยว่าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นี้ใช้งบประมาณก่อสร้างสูงมากและมีความใหญ่โตกว่าอาคารรัฐสภาในหลาย ๆ ประเทศ

"จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะมีอาคารรัฐสภาที่ใหญ่โต แต่ ส.ส.ทุกคนพึงสำนึกไว้ว่าอาคารรัฐสภาซึ่งเป็นที่ทำงานของพวกเรานี้สร้างจากเงินภาษีจำนวนมากของประชาชน เพื่อให้เรามีสถานที่ทำงานที่สะดวกสบาย ทั้งที่งบประมาณจำนวนนี้อาจนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจำนวนมากที่ลำบาก"

รัฐสภาใหม่: 6 ปี คืบหน้า 60 เปอร์เซ็นต์

ความแออัดคับแคบของอาคารรัฐสภาเดิมบน ถ.อู่ทองใน เริ่มเป็นปัญหามาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว เมื่อจำนวน ส.ส.มีมากขึ้นตามสัดส่วนประชากร เมื่อ ส.ส.เพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องเพิ่มขึ้นตาม ปี 2535 สมาชิกรัฐสภาจึงเห็นร่วมกันว่าต้องหาพื้นที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่กว้างขวางกว่าเดิม

มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาพื้นที่หลายแห่ง ตั้งแต่สนามกอล์ฟกรมชลประทานย่านปากเกร็ด ที่ดินราชพัสดุ กรมสรรพาวุธทหารบก จ.นนทบุรี ที่ดินราชพัสดุถนนทหารย่านเกียกกาย สนามม้านางเลิ้ง ที่ดินโรงงานยาสูบ ไปจนถึงที่ดินบริเวณคลังเชื้อเพลิง คลองเตย

หลังจากใช้เวลาหาพื้นที่อยู่นานกว่า 15 ปี ในที่สุดคณะกรรมการฯ ก็มีมติในเดือนกรกฎาคม 2551 ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานการประชุม เลือกที่ดินราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต กรุงเทพฯ เนื้อที่ 123 ไร่ เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งจะเป็นรัฐสภาแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ต่อจากพระที่นั่งอนันตสมาคม (2475-2517) และอาคารรัฐสภา ถ.อู่ทองใน (2517-2562)

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ปี 2552 รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติงบประมาณการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ค่าออกแบบ ค่าเวนคืนที่ดิน ค่าบริหารจัดการโครงการ วงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท

เมื่อได้พื้นที่และงบประมาณแล้วก็มีการจัดประกวดแบบ แบบที่ชนะการประกวดคือ "สัปปายะสภาสถาน" ซึ่งเป็นผลงานของทีมสถาปนิกที่นำโดยธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติด้านสถาปัตยกรรมและผู้บริหารสถาบันอาศรมศิลป์

เว็บไซต์สถาบันอาศรมศิลป์อธิบายเบื้องหลังการออกแบบสัปปายะสภาสถานว่ามาจากการถอดรหัสสถาปัตยกรรมแบบแผน "ไตรภูมิ" เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ "เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (sacred place) เป็นสัปปายะสภาสถานที่เอื้อให้ระลึกถึงความพิสุทธิ์และการใช้สติปัญญาในการประกอบกรรมดี" และเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

จากนั้นก็ใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี ในการประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งผู้ชนะคือบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)

นับจากวันที่ซิโน-ไทยฯ ตอกเสาเข็มแรกของสัปปายะสภาสถานเมื่อ 8 มิ.ย.2556 การก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่แห่งนี้ใช้เวลาไปแล้วเกือบ 6 ปีเต็ม จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะก่อสร้างเสร็จภายในเวลา 2 ปีครึ่ง หรือในเดือนพฤศจิกายน 2558

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นเจ้าของโครงการและเป็นผู้อนุมัติขยายเวลาการก่อสร้างให้บริษัท ซิโน-ไทย มาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายขยายไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.2562 ชี้แจงว่าสาเหตุหลักที่การก่อสร้างล่าช้าเพราะหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ส่งมอบที่ดินให้ล่าช้าและมีการปรับแบบก่อสร้างบางส่วน

นอกจากเรื่องความล่าช้า การก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ยังเจอปัญหาอีกหลายอย่าง ทั้งการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการขนย้ายดินจากพื้นที่ก่อสร้างไปไว้ในที่ดินเอกชนแทนที่จะนำไปใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ตามที่ระบุในสัญญา การคัดค้านเรื่องการใช้ไม้สักจำนวน 5,000 ท่อนมาประดับอาคารตามแบบที่กำหนด พื้นที่จอดรถชั้นใต้ดินรองรับปริมาณรถได้น้อยกว่าที่ระบุไว้ ตลอดจนงบประมาณการวางระบบสารสนเทศที่สูงถึงหลายพันล้านบาท

เว็บไซต์โครงการก่อสร้างสัปปายะสภาสถานของสำนักงานเลขาสภาผู้แทนราษฎรรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างล่าสุด ณ วันที่ 8 มี.ค.2562 ว่าโครงการคืบหน้าไป 60.1 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 66.6 เปอร์เซ็นต์ เหลือเวลาการก่อสร้างตามสัญญาที่ขยายรอบ 3 อีก 282 วัน

รัฐสภาชั่วคราว

ถ้านับเหตุการณ์วันที่ 30 ธ.ค.2551 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องย้ายสถานที่แถลงนโยบายจากรัฐสภาไปที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เพราะกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขู่ปิดล้อมอาคารรัฐสภาด้วยแล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกวันที่ 25 พ.ค.นี้จะเป็นครั้งที่ 2 ที่การประชุมสภาฯ เกิดขึ้นนอกสถานที่

Image copyright โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่/FACEBOOK

เมื่อชัดเจนแล้วว่าสัปปายะสภาสถานสร้างเสร็จไม่ทันใช้ในการประชุมรัฐสภาหลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค.อย่างแน่นอน สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ติดต่อขอเช่าห้องประชุมใหญ่ ห้องประชุมย่อย และพื้นที่สำนักงานชั้น 1-3 ของสำนักงานใหญ่บริษัท ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ เป็นรัฐสภาชั่วคราวและเป็นที่ประชุมของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรชุดต่าง ๆ

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ยืนยันภายหลังพานายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ผู้แทนพรรคการเมืองและสื่อมวลชนตรวจความพร้อมของสถานที่เมื่อกลางเดือนเมษายนว่า สำนักงานใหญ่ทีโอทีมีความพร้อมทั้งด้านสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับใช้เป็นรัฐสภาชั่วคราว เพียงแต่ห้องประชุมใหญ่ที่จะใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภานั้นมีทั้งหมด 667 ที่นั่ง ทางทีโอทีจึงต้องจัดเตรียมเก้าอี้เสริมอีก 83 ที่นั่ง เพื่อให้ครบจำนวน ส.ส. 500 คนและ ส.ว. 250 คน

Image copyright ประชาสัมพันธ์องค์กรและสื่อสารการตลาด บมจ.ทีโอที
คำบรรยายภาพ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ผู้แทนพรรคการเมืองและสื่อมวลชนตรวจความพร้อมของสถานที่เมื่อกลางเดือนเมษายน

นอกจากนี้ทีโอทียังได้จัดเตรียมที่รับประทานอาหารสำหรับสมาชิกรัฐสภา ห้องสื่อมวลชน ตลอดจนห้องแถลงข่าวไว้ พร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อรองรับการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงการประชุมสภาด้วย

Image copyright ประชาสัมพันธ์องค์กรและสื่อสารการตลาด บมจ.ทีโอที
คำบรรยายภาพ ห้องประชุมที่จะใช้เป็น รัฐสภาชั่วคราว

แม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่สิ่งหนึ่งที่ห้องประชุมทีโอทีไม่มีคือ "ระบบการแสดงตนและระบบลงคะแนน" ที่ใช้ในห้องประชุมรัฐสภาจริง ดังนั้นในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ค.นี้จึงต้องกลับมาสู่ระบบ "แมนนวล" คือการขานรายชื่อสมาชิกให้ลุกขึ้นเพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนการลงมติในวาระอื่น ๆ จะใช้บัตรลงคะแนน 3 สี คือ สีน้ำเงิน (เห็นด้วย) สีแดง (ไม่เห็นด้วย) และสีขาว (งดออกเสียง) จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเก็บบัตรไปนับจำนวน

นายพรเพชรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนหน้านี้ว่าเบื้องต้นจะใช้ห้องประชุมทีโอทีเป็นรัฐสภาชั่วคราวจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2562 เท่านั้น ขณะที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยว่าค่าเช่าสถานที่อยู่ที่ประมาณ 11 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ มีงบประมาณเพียงพอสำหรับค่าเช่าในเดือนแรกเท่านั้น จึงจำเป็นต้องของบประมาณกลางจากคณะรัฐมนตรีสำหรับค่าเช่าในเดือนต่อ ๆ ไป และหลังจากเดือนกันยายน ส.ส.และ ส.ว.จะเริ่มเข้าไปใช้อาคารสัปปายะสภาสถานในส่วนที่ก่อสร้างเสร็จและพร้อมใช้งาน

แม้รัฐสภาชั่วคราวจะมีข้อจำกัดทั้งเรื่องระบบการแสดงตนและการนับคะแนน ปัญหาการจราจรบน ถ.แจ้งวัฒนะที่อาจกระทบต่อการเดินทางของ ส.ส. ส.ว.และเจ้าหน้าที่ รวมถึงค่าเช่าที่ต้องจ่าย แต่นายพรเพชรบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงเท่ากับการเร่งก่อสร้างสัปปายะสภาสถานให้เสร็จโดยเร็ว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม