ประชุมสภา : พปชร. ผนึก 20 พรรค แต่ “แพ้โหวต” เลื่อนเลือกประธานสภา

  • 25 พฤษภาคม 2019
ภูมิใจไทยและ ปชป เป็น 2 พรรคการเมืองที่ยังไม่ประกาศจุดยืนร่วมรัฐบาล แต่ได้ลงมติสนับสนุนญัตติของ พปชร Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (ขวามือ) ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นประธานวิปรัฐบาล ต้องออกแรงพูดคุยกับ ส.ส. ทุกฝ่ายอย่างหนัก ก่อนที่ พปชร. จะแพ้โหวตครั้งแรกกลางสภา เพราะมี ส.ส. 5 คนโหวตผิด

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อพิจารณาเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อยู่ระหว่างการดำเนินการ หลังจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้เลื่อนวาระนี้ออกไปด้วยปัญหาส่วนตัวที่ว่า "พรรคยังไม่ได้กลับมติ" เรื่องการเสนอชื่อคนใน พปชร. ชิงเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ต้อง "แพ้โหวต" ฝ่ายตรงข้ามไปเพียง 2 เสียง

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ครั้งที่ 1 สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เกิดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (25 พ.ค.) มีนายชัย ชิดชอบ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อาวุโสสูงสุดวัย 91 ปี ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว โดยมีวาระสำคัญเพื่อลงมติเลือกประธานสภา และรองประธานสภา 2 คน

ทว่า "มติแรก" ที่เกิดขึ้นในที่ประชุม ส.ส. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในรอบ 8 ปี กลับเป็นมติไม่เห็นชอบให้ "เลื่อนระเบียบวาระการเลือกประธานสภาออกไป" ด้วยคะแนนเสียง 248 ต่อ 246 เสียง งดออกเสียง 2 หลังนายวีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พปชร. เสนอญัตตินี้ขึ้นมา

ผลการลงคะแนนมีความชัดเจนว่าแบ่งออกเป็น "2 ขั้วการเมือง" โดยขั้ว พปชร. ได้รับเสียงสนับสนุนจาก 18 พรรคการเมืองที่ประกาศจับมือตั้งรัฐบาลกับพวกเขา รวมเสียงได้แน่นอนแล้ว 150 เสียง ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีคำยืนยันจากนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ซึ่งมีอยู่ 3 เสียงว่า "ได้หารือกับ พปชร. มาโดยตลอด" และ "ไม่เคยคุยกับ พท. เลย"

ขณะนึ้จึงเหลือเพียง 2 พรรคการเมืองที่ยังไม่ประกาศจุดยืนทางการเมืองคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มี 52 เสียง และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) 51 เสียง ทว่าในการลงมติครั้งนี้ ปรากฏว่า ส.ส. ทั้ง 101 คนของ "พรรคครึ่งร้อย" ได้พร้อมใจกันลงมติสนับสนุนญัตติของ พปชร. โดยมีเพียงนายชัย ส.ส. ภท. ซึ่งทำหน้าที่ประธานสภาชั่วคราว และนายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช ปชป. ที่ลงมติ "งดออกเสียง"

นั่นเท่ากับว่า พปชร. ได้รับเสียงสนับสนุนจาก 20 พรรคการเมือง

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส. พปชร. เจ้าของญัตติเสนอเลื่อนโหวตประธานสภา

ขณะที่ขั้ว 7 พรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" ได้พร้อมใจกันคัดค้านการเลื่อนการประชุมสภาออกไป ก่อนเอาชนะเสียงของขั้ว พปชร. ไปแบบฉิวเฉียดเพียง 2 เสียง

พปชร. ลงคะแนนผิด 5 คน ทำ "แพ้โหวต"

อย่างไรก็ตามก่อนจะได้มติแรกของสภา ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกในช่วงท้าย ๆ ของการลงคะแนน เมื่อ ส.ส. พปชร. 5 คนได้ออกเสียง "ไม่เห็นด้วย" ทำให้กรรมการประสานงาน (วิป) ของ พปชร. ต้องเดินเข้าไปพูดคุยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่ ส.ส. เหล่านั้นจะขอแก้ไขการลงคะแนนเป็น "เห็นด้วย" เป็นผลให้ นพ. ชลน่านลุกขึ้นประท้วงว่าผิดข้อบังคับ เพราะถือว่าการลงคะแนนได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยมีสมาชิกจาก พท. และ อนค. อภิปรายสนับสนุนว่าสภานี้เป็นสภาอันทรงเกียรติ ไม่ใช่สภาที่ทำเพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง จนเกิดการเถียงกันไปมา

สุดท้ายก็ไม่มีการลงมติใหม่ นายชัยประกาศว่า "คะแนนที่ออกมามันใกล้เคียงกันเหลือกันครับ เท่ากันเป๊ะเลย ผมประกาศเลย เห็นชอบ 246 ต่อ 248 งดออกเสียง 2 ถือว่าไม่ให้เลื่อน เมื่อไม่ให้เลื่อนก็เข้าสู่ระเบียบวาระที่ 2 เลือกประธานสภา ตอนนี้สำคัญบทบาท ชนะ-แพ้กัน 2 คะแนน" และทำให้สภาได้เข้าสู่การพิจารณาชื่อประธานสภาในเวลา 15.40 น. ซึ่งเป็นการชิงกันระหว่าง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. กับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พท. (ดูมติในการเลือกประธานสภาได้ที่นี่)

"ข่าวลือ" กลายเป็นจริง พปชร. ชงเลื่อนโหวตเลือกประธานสภา

การประชุมสภานัดแรกยังไม่ทันเข้าสู่ระเบียบวาระ ก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อ นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้นำ "ข่าวลือ" มาตรวจสอบกลางห้องประชุมสภา โดยขอความชัดเจนจากประธานที่ประชุมชั่วคราวว่าจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาระเบียบวาระที่ 2 เลือกประธานสภา และระเบียบวาระที่ 3 เลือกรองประธานสภา หรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าจะมีการขอเลื่อนวาระออกไป

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เป็น 2 พรรคการเมืองที่ยังไม่ประกาศจุดยืนร่วมรัฐบาล แต่ได้ลงมติสนับสนุนญัตติของ พปชร.

ยังไม่ทันขาดคำ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พปชร. ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติการขอเลื่อนระเบียบวาระการเลือกประธานสภาออกไป โดยไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ จากนั้นได้เกิดการลุกขึ้นประท้วงไปมาระหว่าง ส.ส. 2 พรรค จนเกิดการปะทะคารมกันไปมา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พท. กล่าวว่า ขอให้ประธานสภาถามเหตุผลญัตติการขอเลื่อนวาระของ พปชร.

"ไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไร หรือหางูเห่ายังไม่เจอ หรือมีงูเห่า แต่ยังตกลงกันไมได้ สภาไม่มีตั้งแต่ปี 2557 พอมีประชุมวันแรกก็มีเกมขึ้นมาอีกแล้ว หรือว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีมีการแจกเงินกันสะพัด 30-50 ล้านบาท" เขาตั้งคำถาม

นายจิรายุย้ำว่า สมาชิกได้รับการนัดหมายให้มาประชุมล่วงหน้าเป็นสัปดาห์เพื่อลงมติเลือกประธานสภา และมีสื่อมวลชนถ่ายทอดไปทั่วโลก ดังนั้นหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่สามารถเลื่อนระเบียบวาระได้ ต้องดำเนินการตามระเบียบวาระ ไม่เช่นนั้นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติจะสง่างามได้อย่างไร

ด้าน ส.ส. พปชร. ได้ลุกขึ้นประท้วงโดยขอให้ประธานสั่งให้นายจิรายุถอนคำว่า "งูเห่า" แต่เจ้าตัวจะไม่ถอน และยังอภิปรายต่อไป สลับกับการถูกประท้วงอย่างต่อเนื่อง

อ้างปัญหาภายใน "ยังไม่ได้กลับมติ" ชงชื่อคนในชิงเก้าอี้

สุดท้าย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พปชร. ได้ออกมาเฉลยเหตุผลที่พรรคของเขาต้องเสนอเลื่อนการโหวตเลือกประธานสภาว่า เป็นเพราะ พปชร. มีมติเสนอ ส.ส. ของพรรคขึ้นดำรงตำแหน่ง แต่ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ของพรรคก็ได้พูดคุยกับหลายพรรคการเมือง และเมื่อเวลา 20.00 น. วานนี้ (24 พ.ค.) ก็เพิ่งมีมติจากบางพรรค ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ก็มีมติสนับสนุน พปชร. เป็นประธานสภา

"ฉะนั้นถ้าวันนี้เราปล่อยให้มีการโหวต ซึ่งเรายังไม่ได้กลับมติเลย ในการดำเนินการตามมติต่าง ๆ ของพรรค ผมเกรงว่าจะมีการนำเรื่องเหล่านี้ไปร้องเรียนตามสถานที่ต่าง ๆ เราก็พอรับทราบได้ว่าเป็นอย่างไร ก็อยากขออนุญาต ถ้ามีโอกาสเลื่อน และได้เลื่อนแล้ว ก็ไม่กี่วันหรอก เราก็จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามขั้นตอนกฎหมาย ก็จะนำเข้ามาโดยเร็วที่สุด" นายวิรัชกล่าว

เหตุผลของ พปชร. เรียกเสียงอภิปรายและประท้วงอีกยกใหญ่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า อย่าให้ความไม่พร้อมของบางคนมาหยุดยั้งการทำหน้าที่ในสภา เพราะประชาชนที่อยู่ข้างนอกเขาพร้อม ถึงเลือกพวกเรามานั่งในที่ประชุมอันทรงเกียรติ วันนี้ต้องมีประธานให้ได้

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นายชัย ชิดชอบ ได้ทำหน้าที่เป็นประธานสภาชั่วคราวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก

เช่นเดียวกับนายนิยม เวชกามา ส.ส. สกลนคร พท. บอกว่า "ฝ่ายไหนไม่พร้อมก็ไม่ต้องเสนอ พท. พร้อมแล้วที่จะเป็นประธานสภา"

ขณะที่นายวีระกร เจ้าของญัตติเสนอเลื่อนการพิจารณาวาระการเลือกประธานสภา กล่าวว่า หากประธานยอมเลื่อนการประชุม แล้วเปิดประชุมใหม่เวลา 14.00 น. ก็พร้อมถอนญัติของตัวเอง

หลังโต้เถียงกันกว่า ชม. ที่สุดนายชัยต้องสั่ง "พักการประชุม" ในเวลา 11.50 น. และจะกลับมาประชุมต่อเวลา 13.00 น.

ส.ส. พปชร. พลิกคำ ไม่ยอมถอนญัตติ

เมื่อถึงนัดหมาย ส.ส. ทุกพรรคได้พร้อมกันในที่ประชุม ยกเว้น ส.ส. พปชร. ที่เก้าอี้นั่งว่างเกือบยกแผง นายชัยขึ้นนั่งบัลลังก์และกล่าวคั่นเวลาว่า "รอพลังประชารัฐเขาพักหนึ่ง เขาประชุมเครียดอยู่ ตอนนี้เขากำลังทุกข์อยู่" ทว่า ส.ส. อนค. ได้เสนอนับองค์ประชุม ร้อนถึงนายวิรัชต้องวื่งเข้ามาในห้องประชุม และขอให้เพื่อนร่วมสภารอ 5 นาที

ต่อมาเวลา 13.25 น. นายชัยขานองค์ประชุมว่ามี 478 คน จาก 498 คน และเริ่มดำเนินการประชุมต่อ ซึ่งปรากฏว่านายวีระกรไม่ได้ทำตามที่แจ้งต่อที่ประชุมสภาเอาไว้ เขาบอกว่ามติ พปชร. คือ "ยืนยันให้เลื่อนการพิจารณาออกไป" ทำให้ นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พท. เสนอขอให้ปิดการอภิปราย และให้พิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม

นายชัยจึงขอให้ที่ประชุมลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่กับญัตติเสนอให้เลื่อนการประชุมออกไป แต่ "รัฐสภาชั่วคราว" ไม่มีเครื่องลงคะแนน จึงต้องขานชื่อเป็นรายบุคคล และได้มติแรกของสภาชุดที่ 25

สุชาติยอมหมอบ-งดชิงปธ.สภา ชี้ให้ พปชร. ตั้งรัฐบาลได้

ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส. ฉะเชิงเทรา พปชร. ส่งสัญญาณ "พร้อมหมอบ" ให้แก่คู่แคนดิเดตจาก ปชป. ตามความเห็นแกนนำ พปชร. ที่ไปเจรจาจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่าง ๆ เขายอมรับอย่างไม่ปิดบังว่า "ขณะนี้เราตระหนักถึงการจัดตั้งรัฐบาลเป็นหลัก"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ หอประชุมทีโอทีถูกแปลงให้เป็นที่ประชุมรัฐสภาชั่วคราว

"วันนี้ประชาชนใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่ถึงจะจัดตั้งรัฐบาลได้ หากไปสร้างความแตกแยกหรือรอยร้าวในการจัดตั้งรัฐบาล จะต้องคิดดูอีกที ซึ่งการจะทำอะไรก็แล้วแต่ จะต้องให้การจัดตั้งรัฐบาลบรรลุล่วงไปได้ เนื่องจากเรารอมานานแล้ว" นายสุชาติกล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมสภา

ส่วนการที่ ส.ส. พปชร. ลงมติสนับสนุนคนจากพรรคขนาดกลางขึ้นเป็นประธานสภา ทั้งที่ พปชร. เป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลจะทำให้ประชาชนสับสนหรือไม่นั้น นายสุชาติกล่าวต่อว่า ในอดีตก็เคยเกิดขึ้น พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้วไม่ได้ตำแหน่งประธานสภา เพราะมันต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม